
SMS Corporation ร่วมกับ SAP, AWS และ NTT DATA Business Solutions เปิดตัวโครงการ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP อย่างเป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ Digital Enterprise
ข่าวประชาสัมพันธ์..
ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่ต้องอาศัยความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสามารถในการควบคุมต้นทุน การบริหารจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจายและกระบวนการทำงานที่ไม่เชื่อมโยงกัน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและการตัดสินใจขององค์กร บริษัท SMS Corporation จึงตัดสินใจยกระดับระบบ SAP ECC ที่ใช้งานมายาวนานกว่า 15 ปี สู่ SAP Cloud ERP Private บน Amazon Web Services (AWS) ผ่าน RISE with SAP เพื่อสร้างรากฐานดิจิทัลที่ทันสมัย มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และพร้อมรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 SMS Corporation ร่วมกับ SAP Thailand, Amazon Web Services (AWS) และ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. จัดงาน SAP Cloud ERP Private Project Kickoff อย่างเป็นทางการ เพื่อประกาศการเริ่มต้นโครงการและสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดย SAP จะเข้ามาสนับสนุนองค์กรด้วยโซลูชันและนวัตกรรมระดับโลก AWS จะเป็นแพลตฟอร์ม Cloud Foundation ที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่น ความมั่นคงปลอดภัย และความพร้อมในการต่อยอดเทคโนโลยีในอนาคต ขณะที่ NTT DATA Business Solutions ในฐานะ Strategic Implementation Partner จะนำความเชี่ยวชาญและ Best Practices จากโครงการ SAP ระดับสากลมาสนับสนุนการดำเนินโครงการ เพื่อให้ SMS Corporation สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Enterprise ได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจตามที่วางไว้
ภายใต้โครงการนี้ SMS Corporation จะนำ SAP Cloud ERP Private มาใช้ครอบคลุมกระบวนการสำคัญขององค์กร ได้แก่ Financial Accounting (FI), Controlling (CO), Sales & Distribution (SD), Materials Management (MM), Production Planning (PP), Quality Management (QM) และ Plant Maintenance (PM) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทำงานแบบ End-to-End ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การจัดซื้อ การบริหารคลังสินค้า การควบคุมคุณภาพ การบำรุงรักษาเครื่องจักร ไปจนถึงการบริหารด้านการเงินและการรายงานผลแบบ Real-time

คุณเขม หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท SMS Corporation กล่าวว่า “SMS Corporation ใช้งาน SAP ECC มาเป็นเวลากว่า 15 ปี และระบบดังกล่าวได้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตขององค์กรมาโดยตลอด วันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ด้วยการยกระดับสู่ SAP Cloud ERP Private on AWS ผ่าน RISE with SAP ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นก้าวที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
สำหรับผม การเปลี่ยนระบบในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล แต่เป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้ทบทวนกระบวนการทำงานเดิม และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อาจไม่ตอบโจทย์ธุรกิจอีกต่อไป เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับวิธีการเดิม ๆ แต่ควรเปิดใจเรียนรู้แนวคิดใหม่ ๆ และนำ Best Practices ที่มีอยู่ในระบบมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หนึ่งในจุดเด่นของ SAP Cloud ERP Private คือ User Interface ที่ทันสมัย ใช้งานง่าย และช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น ผมอยากให้ทุกคนใช้โอกาสนี้ในการศึกษา เรียนรู้ และทำความเข้าใจกับระบบตั้งแต่วันแรกของโครงการ เพื่อให้เราสามารถใช้ศักยภาพของระบบใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โครงการนี้มีกำหนดระยะเวลาดำเนินงานประมาณ 8 เดือน และมีเป้าหมาย Go-Live ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งทีมงาน SMS Corporation, SAP Thailand,AWS และ NTT DATA Business Solutions เราจะสามารถดำเนินโครงการได้ตามแผน และ Go-Live ได้ตรงตามกำหนดเวลา พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาว”

คุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ Managing Director บริษัท NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. กล่าวว่า “SMS Corporation มีจุดแข็งสำคัญจากการใช้งาน SAP ECC มาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี ทำให้องค์กรมีความคุ้นเคยกับกระบวนการทำงานและแนวคิดของระบบ SAP เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่มีคุณค่าและเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการย้ายระบบจาก ECC สู่แพลตฟอร์มใหม่ แต่เป็นโอกาสในการยกระดับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานและ Best Practices ของ SAP มากยิ่งขึ้น องค์กรควรเปิดรับแนวทางการทำงานใหม่ ๆ และใช้ความสามารถของระบบมาตรฐานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดความซับซ้อนและสร้างความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต
“ปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของโครงการมีอยู่ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการเวลาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ และการเตรียมความพร้อมด้าน Master Data ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นมาตรฐานตั้งแต่ต้น เนื่องจากทั้งสองปัจจัยนี้จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของระบบและความพร้อมในการ Go-Live ตามแผนงานที่กำหนดไว้” คุณวิศิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ Mr.Saket Ranjan Head of Corporate and Partner Driven SAP Southeast Asia และ คุณนพดล เจริญทอง Head of Corporate and Partner Driven SAP Indochina กล่าวว่า “SAP รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางกับ SMS Corporation มาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี และในวันนี้เรารู้สึกภูมิใจที่ได้สนับสนุนองค์กรในการก้าวสู่ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP ซึ่งไม่ใช่เพียงการอัปเกรดระบบ แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตและนวัตกรรมในอนาคต”
“นอกเหนือจากเทคโนโลยี ERP รุ่นใหม่ SAP ยังพร้อมสนับสนุน SMS Corporation ในการขับเคลื่อน User Adoption และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจสูงสุดผ่านโซลูชันต่าง ๆ เช่น SAP Signavio และ Business AI เพื่อช่วยยกระดับกระบวนการทำงาน การตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เราขอขอบคุณ SMS Corporation ที่ให้ความไว้วางใจ SAP มาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมสร้างความสำเร็จไปด้วยกันในระยะยาว”

NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. ขอขอบคุณ SMS Corporation สำหรับความไว้วางใจตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีบนเส้นทาง SAP และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมก้าวสู่บทใหม่ของการทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วย SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP เราเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย โครงการนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัว ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต