4 เหตุผลที่องค์กรควรอัปเกรดสู่ SAP Cloud ERP ในปี 2026 โดย NTT DATA Business Solutions

4 เหตุผลที่องค์กรควรอัปเกรดสู่ SAP Cloud ERP ในปี 2026 โดย NTT DATA Business Solutions

ข่าวประชาสัมพันธ์..
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและฝืดเคืองในปี 2025 ที่ผ่านมา ธุรกิจองค์กรไทยหลายแห่งได้เริ่มเดินกลยุทธ์ในการเตรียมความพร้อมให้กับการดำเนินงานเบื้องหลังของธุรกิจ เพื่อเตรียมรับต่อการกลับมาของเศรษฐกิจในอนาคต ส่งผลให้การลงทุนในการวางระบบ ERP ใหม่นั้นเติบโตในช่วงปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าเหตุการณ์เดียวกันนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2026 นี้ด้วยเช่นกัน
ในบทความนี้ NTT DATA Business Solutions ประเทศไทยหรือ NDBS Thailand จะมาเจาะลึกถึง 4 เหตุผลที่องค์กรควรอัปเกรดสู่ SAP Cloud ERP ในปี 2026 นี้กัน
1. ERP จะยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจต่อไปอีกอย่างยาวนานท่ามกลางยุคสมัยของ AI
แม้ว่าการมาของ AI จะทำให้ภาคธุรกิจองค์กรทั่วโลกตื่นตัวกันเป็นอย่างมากในปี 2025 ที่ผ่านมา และเริ่มมีแนวคิดของการบริหารธุรกิจทั้งหมดด้วย AI ในทุกภาคส่วน จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามกันว่า "ในอนาคตยังจำเป็นต้องมี ERP ต่อไปหรือไม่? ในเมื่อ AI สามารถจัดการข้อมูลธุรกิจทั้งหมดได้"
ในมุมมองของ NTT DATA Business Solutions นั้นคำตอบคือ "ในอนาคต ERP จะยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างแน่นอน" เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจนั้น สิ่งสำคัญคือการมีข้อมูลที่แม่นยำและเชื่อถือได้ ซึ่ง ERP สามารถตอบโจทย์ในมุมนี้ได้อย่างมั่นใจ ในขณะเดียวกัน ERP เองก็จะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ AI สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและสอบทานย้อนหลังได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้การใช้งานใน AI ในภาคธุรกิจนั้นมีศักยภาพสูงยิ่งขึ้น
Credit: SAP
ในทางกลับกัน AI เองนั้นก็ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันภาคธุรกิจองค์กรนั้นยังคงไม่สามารถฟันธงได้ว่า AI ที่จะถูกนำมาใช้บริหารธุรกิจแบบอัตโนมัติครบวงจรนั้นจะเป็นอย่างไร และต้องอาศัยข้อมูลหรือระบบแวดล้อมอื่นใดในการใช้งานบ้าง ในขณะที่ ERP เองนั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีความแข็งแรงชัดเจน ซึ่งธุรกิจองค์กรสามารถมองเห็นถึงภาพรวมการใช้งานและผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ
SAP Cloud ERP ที่ใช้ SAP S/4HANA เป็นเทคโนโลยีสำคัญนั้น จึงยังคงจะเป็นเทคโนโลยีที่อยู่คู่กับภาคธุรกิจองค์กรต่อเนื่องไปอีกยาวนาน และเป็นทางเลือกใหม่ที่จะมาทดแทนระบบ On-Premises ERP ดั้งเดิมที่ธุรกิจองค์กรเคยใช้งานกันอยู่ต่อเนื่องไปอีกยาวนานหลายสิบปีหลังจากนี้
2. ปรับโครงสร้างระบบ ERP เพื่อความมั่นคงและยืดหยุ่น พร้อมเปิดรับต่อนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
อีกแนวโน้มหนึ่งที่ NTT DATA Business Solutions สัมผัสได้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คือการที่ธุรกิจองค์กรนั้นมีความต้องการในการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ นอกเหนือจาก ERP ในการบริหารจัดการธุรกิจองค์กรกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำ Customer Experience Management, Human Resource Management, Purchase Management, Supply Chain Management และอื่นๆ อีกมากมาย
อย่างไรก็ดี ทุกธุรกิจองค์กรที่มีความต้องการเหล่านี้ ต่างยังคงต้องการเชื่อมผสานข้อมูลของระบบต่างๆ ที่มีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเสริมขีดความสามารถขององค์กร เข้ากับ ERP และใช้ ERP เป็นระบบกลางในการจัดเก็บ Master Data ของธุรกิจ
ด้วยเหตุนี้ ERP จึงยังคงเป็นแกนกลางสำคัญในการดำเนินธุรกิจในอนาคต แต่จุดสำคัญคือการเชื่อมผสานข้อมูลจากระบบอื่นๆ เข้ามายัง ERP นั้น จะต้องเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ยืดหยุ่น และง่ายดาย
SAP Cloud ERP สามารถตอบโจทย์นี้ได้ด้วยความสามารถของ SAP S/4HANA ที่มีส่วนต่อขยายสำคัญอย่าง SAP Business Technology Platform ซึ่งเป็น Platform ที่เปิดให้ธุรกิจองค์กรสามารถทำการพัฒนาระบบเพิ่มเติม และเชื่อมต่อกับ Business Application อื่นได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว
Credit: SAP
ในขณะเดียวกัน การใช้งาน SAP Cloud ERP จะเป็นการบังคับให้ธุรกิจองค์กรต้องประยุกต์นำแนวคิด Clean Core ไปใช้งาน ซึ่งแนวคิด Clean Core นี้คือการวางโครงสร้างระบบของ SAP S/4HANA ให้ง่ายต่อการอัปเกรดในอนาคต โดยไม่กระทบต่อส่วนขยายที่ธุรกิจองค์กรทำการพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นมาเอง และไม่เกิด Downtime ที่กระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจ
วิธีการเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งาน ERP ได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจ โดยสามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง SAP S/4HANA เข้ากับ Business Application อื่นๆ ที่นำมาใช้งานในองค์กรได้อย่างไร้รอยต่อ
3. เตรียมความพร้อมของข้อมูลธุรกิจ สู่การใช้ AI ในการดำเนินงานแบบอัตโนมัติ และจัดทำรายงานอย่างคล่องตัว
หลังจากที่ธุรกิจองค์กรหลายแห่งได้เริ่มลองผิดลองถูกกับการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจไปแล้วในปี 2025 ทาง NDBS Thailand ได้มีการพูดคุยถึงการประยุกต์ใช้งาน AI ในภาคธุรกิจองค์กรหลายแห่ง รวมถึง SAP เองก็ยังได้ทำการเปิดตัว SAP Business AI ซึ่งเป็นโซลูชัน AI ที่ทำงานร่วมกับข้อมูลภายใน SAP S/4HANA และโซลูชันอื่นๆ ของ SAP ได้อย่างชาญฉลาดและครอบคลุม ส่งผลให้ธุรกิจองค์กรจำนวนมากเริ่มเห็นภาพของการนำ AI มาใช้งานจริงในเชิงการบริหารจัดการธุรกิจกันแล้ว
ในขณะเดียวกัน SAP เองก็ยังมีการเปิดตัว SAP Business Data Cloud ซึ่งเป็นระบบ Business Data Platform ที่สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันต่างๆ ของ SAP และโซลูชันจากผู้ให้บริการรายอื่น เพื่อรวมข้อมูลธุรกิจจากหลากหลายแห่งมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ และต่อยอดสู่การทำงานร่วมกับ AI ได้อีกทางหนึ่ง ทำให้ในปี 2026 นี้ NDBS Thailand เชื่อว่าจะมีธุรกิจองค์กรไทยหลายแห่งที่ได้เริ่มจัดทำ Data Platform และต่อยอดสู่ AI
Credit: SAP
ในมุมของ SAP เองนั้น มีการพัฒนา AI Business Use Case และเผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในกรณีการใช้งานที่ได้รับความสนใจอย่างสูงนั้นก็คือการนำ AI มาใช้งานทางด้านบัญชีและการเงินของธุรกิจ เช่น
• การสรุปรายงานทางการเงินโดยอัตโนมัติด้วย AI ซึ่งสามารถลดเวลาที่ใช้ในการจัดทำรายงานได้มากถึง 50%
• การลดเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีและการเงินที่ผิดพลาและทำการแก้ไข ซึ่งสามารถลดทรัพยากรที่ใช้ในการตรวจสอบลงได้ถึง 90%
• การทำนายแนวโน้มว่าใบเก็บเงินใบใดจะมีแนวโน้มที่ลูกค้าหรือคู่ค้าจะจ่ายเงินช้ากว่าที่กำหนด
• การตรวจสอบและจับคู่เอกสารทางบัญชี สามารถลดทรัพยากรที่ใช้ลงได้ถึง 71%
• การป้อนข้อมูลจากใบเสร็จหรือเอกสารกระดาษเข้าไปยังระบบบัญชีโดยอัตโนมัติ
• การจัดทำรายงานด้าน ESG โดยอัตโนมัติ โดยในการบันทึกข้อมูลการสร้างคาร์บอนนั้น สามารถใช้ AI ช่วยลดเวลาในการทำงานลงได้ถึง 80%
จะเห็นได้ว่าการนำ AI มาใช้ร่วมกับ ERP นั้น จะมีทั้งในแง่มุมของการลดงานปริมาณมหาศาลในแต่ละส่วน, การเพิ่มความแม่นยำในการจัดการกับข้อมูล ไปจนถึงการลดเวลาที่ใช้ในการจัดทำรายงานทางด้านบัญชีและการเงิน ซึ่งแนวทางเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ CFO ทั่วโลกต้องการ
Credit: SAP
4. ก้าวสู่ระบบใหม่ ไม่ต้องกังวลกับปัญหา End of Support อีกอย่างยาวนาน
ที่ผ่านมา SAP นั้นมีการประกาศยุติการสนับสนุนการใช้งานหรือ End of Support ให้กับระบบ ERP รุ่นเก่าๆ ไปหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น SAP ECC 6 ที่มีบางส่วนได้เริ่มยุติการสนับสนุนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2025 และจะมีอีกหลายส่วนที่ยุติการสนับสนุนในปี 2027 ซึ่งทาง SAP ได้แนะนำให้ธุรกิจที่ยังใช้งาน ERP เหล่านี้อยู่ ทำการอัปเกรดมาสู่ RISE with SAP ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งาน ERP ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน และเข้าถึงความสามารถใหม่ๆ รวมถึง AI ของ SAP ได้อย่างครบถ้วน
—---------
ย้ายระบบ ERP สู่ SAP Cloud ERP ในปี 2026 วางรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งด้วย SAP S/4HANA กับ NTT DATA Business Solutions
NTT DATA Business Solutions พร้อมเป็นผู้ช่วยธุรกิจองค์กรในการย้ายระบบ ERP ใดๆ มาสู่ SAP Cloud ERP แล้ววันนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบ SAP เดิมที่ใช้งานอยู่ หรือ ERP จากผู้พัฒนารายอื่นๆ ด้วยประสบการณ์การย้ายระบบ ERP ขึ้นสู่ Cloud ให้แก่ธุรกิจองค์กรมาแล้วหลายราย แม้แต่ระบบ ERP ขนาดใหญ่ที่มีข้อจำกัดทางด้านเงื่อนไขเวลาการดำเนินงานก็ตาม โดยมีตัวอย่างของธุรกิจในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันซึ่งไว้วางใจ NDBS Thailand เช่น
• บริษัท Sotus International Co., Ltd. ได้นำ SAP S/4HANA Cloud, Public Edition มาเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการบริหารธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การนำเข้า ไปจนถึงการจัดจำหน่ายสินค้าเคมีการเกษตร ช่วยให้ทุกขั้นตอนการทำงาน เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
• บริษัท Rianthai Interplas Co., Ltd. ได้นำ SAP S/4HANA Cloud, Public Edition มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ช่วยให้กระบวนการทำงาน เป็นระบบ มีความคล่องตัว และเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า.
—---------
เกี่ยวกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.
บริษัท NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. ภายใต้กลุ่ม บริษัท NTT DATA ผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก และเป็นผู้นำทางด้าน Digital Transformation และเป็นสมาชิก SAP Global Partner ที่พร้อมคำปรึกษาและบริการด้านการออกแบบ พัฒนา ติดตั้งโซลูชัน SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ
สำหรับธุรกิจที่ต้องการปรึกษาด้านโซลูชั่น SAP Business Suite S/4HANA Cloud หรือโซลูชันอื่นๆ ของ SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น NTT DATA Business Solutions Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ ติดต่อได้ที่ โทร 02-2370553-58 หรือติดตาม ได้ที่ email: marketing-solutions-th@nttdata.com หรือ www.nttdata-solutions.com
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon