ทำไม แนวคิด “ชีวิตดี ๆ ที่เลือกได้” ของ AP THAILAND ถึงสร้าง Impact ในตลาดอสังหาฯ

ทำไม แนวคิด “ชีวิตดี ๆ ที่เลือกได้” ของ AP THAILAND ถึงสร้าง Impact ในตลาดอสังหาฯ

AP THAILAND X ลงทุนแมน
ถ้าหากมีสินค้าแบรนด์หนึ่งมาบอกกับเราว่าสามารถสร้าง “ความสุข” ให้กับเราได้
แน่นอนว่า เราคงต้องอยากรู้ว่า แบรนด์นั้นจะใช้วิธีไหน และทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริง ได้อย่างไร
เพราะคำว่า “ความสุข” ของแต่ละคน ก็จะมีคำจำกัดความที่แตกต่างกันออกไป
ความน่าสนใจมันอยู่ที่ว่า เวลานี้ได้มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยรายหนึ่ง
ให้คำมั่นสัญญาว่า “ลูกค้าสามารถเลือกชีวิตดี ๆ ได้ด้วยตัวเอง” ผ่านบ้านและคอนโดมิเนียมของตัวเอง
และการมีชีวิตดี ๆ นั้นก็คือ “ความสุข” อย่างหนึ่ง ที่ทุกคนปรารถนา
โดยบริษัทที่กำลังจริงจังกับเรื่องนี้ ก็คือ AP THAILAND
ซึ่งในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทสร้างยอดขาย 12,959 ล้านบาท เติบโต 63% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ยอดขายที่โตระเบิดครั้งนี้ ก็มี Mission EMPOWER LIVING เป็นรากฐานสำคัญที่ต้องการให้บ้านและคอนโดมิเนียม ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยทั่วไป แต่ต้องเป็นสถานที่ที่เอ็มพาวเวอร์ทุกมิติชีวิต
ซึ่งแนวคิดนี้เอง ที่ทาง AP ใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ และกำลังสร้าง Impact ในวงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างล่าสุดคือ การนำมาต่อยอดเป็นประกาศคำมั่นสัญญาที่เอพีจะส่งมอบ “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ให้กับทุกคนในสังคมนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ความท้าทายที่ภาคธุรกิจและสังคมต้องประสบพบเจอ กลับรุนแรงและมีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน อย่างโรคระบาดโควิด- 19 ซึ่งได้สร้างบาดแผลลึกเป็นวงกว้าง
ซึ่ง AP ก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงพยายามตั้งคำถามกับตัวเองว่า
ในช่วงที่เกิดวิกฤติและทุกคนกำลังลำบาก
แบรนด์ที่ดี ควรจะช่วยแก้ปัญหาหรือมอบอะไรบางอย่างให้กับสังคม ในวันที่สังคมต้องการ
หรือก็คือ แบรนด์ควรมีความสามารถในการมองและรับฟังสังคมเป็นศูนย์กลาง
ว่าในตอนนั้นสังคมอยู่ในบริบทไหน ต้องการอะไร
และ AP ในฐานะแบรนด์ผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ “จะทำอะไร เพื่อสังคมได้บ้าง ?”
ซึ่งสิ่งที่ AP ครุ่นคิดจนได้คำตอบ ว่าสิ่งที่แบรนด์อยากจะทำให้กับสังคม
ก็คือ การสร้างและมอบ “ความสุข” ให้กับผู้คน
จึงเป็นที่มาของการประกาศคำมั่นสัญญา หรือ Brand Promise
“ชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้”
เพื่อต่อยอดแนวคิด EMPOWER LIVING และเป็นการสื่อสารถึงวิสัยทัศน์ในระยะยาวของแบรนด์
ฟังดูแค่นี้ก็รู้ว่าเป็นเรื่องยากและท้าทาย
เพราะการจะลุกขึ้นมาสร้าง ”ทางเลือก” เพื่อให้ทุกคนสามารถ “เลือก” ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้เองนั้น มันมี Pain Point ที่ต้องคิด ต้องทำหลายอย่าง
แล้ว AP ทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หากเราต้องการทำให้คนที่เรารักมีความสุข ก่อนอื่นก็ต้องรู้ก่อนว่าคนคนนั้นชอบอะไร
และอะไรที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของเขา
โดย AP ก็ตระหนักดีว่า คำจำกัดความของคำว่า “ความสุข” ในวันนี้ของผู้คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เพราะความสุขในวันนี้ ไม่จำเป็นต้องยึดตามบรรทัดฐานในอดีต
แต่ควรเป็นความสุขที่เราแต่ละคน สร้างคำจำกัดความขึ้นมาเอง
เมื่อตั้งต้นด้วยวิธีคิดแบบนี้ จึงทำให้ AP สามารถตกผลึกทางความคิด
จนออกมาเป็น 3 กลยุทธ์หลัก ที่สามารถช่วยให้ลูกค้า เลือกมีชีวิตที่ดี ในแบบฉบับของตัวเอง
ขอเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์แรก ที่เป็นการเอา DNA ของแบรนด์ AP มาต่อยอดให้เกิด Impact
นั่นก็คือ

1) HAPPINESS HAS NO BLUEPRINTS หรือ ความสุขที่ไม่มีพิมพ์เขียว
หากใครที่เป็นลูกบ้านของ AP น่าจะรู้ดีว่า บริษัทแห่งนี้มีไอเดียการออกแบบพื้นที่ที่อยู่อาศัยที่ฉีกกรอบ
ด้วยวิธีการออกแบบพื้นที่ที่อยู่อาศัยให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นการใช้พื้นที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งไม่ว่ารูปแบบชีวิตจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ยิ่งโดยเฉพาะกับยุค Post Covid ที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป สเปซในบ้านของเอพีในวันนี้ก็เปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับทุกรูปแบบชีวิตด้วยเช่นกัน
โดย AP มองว่า ในเมื่อความสุข ไม่จำเป็นต้องมีแบบฉบับที่ตายตัว แล้วทำไมการสร้างแบรนด์สินค้า ถึงต้องยึดติดกับบรรทัดฐานในอดีต
ดังนั้นวิธีการออกแบบและสร้างบ้านของ AP จึงไม่ยึดติดกับแนวคิดแบบดั้งเดิม และพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกบ้านอยู่ตลอดเวลา
ทีนี้ลองคิดตามดูว่า ปัจจุบัน AP มีทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮม 16 แบรนด์
รวมกันทั้งปีมากถึง 175 โครงการ ซึ่งในแต่ละโครงการก็มีแบบบ้านไม่ต่ำกว่า 10 ดีไซน์ เมื่อเอาจำนวนแบบบ้านคูณเข้ากับจำนวนโครงการ คือคำตอบที่เอพีต้องการจะสื่อสารว่า อสังหาริมทรัพย์ในเครือเอพีพร้อมเป็นตัวเลือก เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตใน Aspiration แบบที่คุณต้องการ
นั่นแปลว่า AP ได้สร้างที่อยู่อาศัย ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และความสุขอันหลากหลายรูปแบบของลูกบ้านที่ไม่เหมือนกัน
ทีนี้หลายคนคงเคยได้ยินว่าที่อยู่อาศัยยุคนี้ต้องมี Smart เทคโนโลยีที่ช่วยในการอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้อยู่อาศัย
แต่ AP กลับคิดเหนือชั้นไปกว่านั้นด้วยนิยาม
2) INNOVATION FROM YOU FOR YOU หรือ นวัตกรรมที่สร้างมาจากสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ เพื่อคุณ
AP รู้ดีว่า การสร้างนวัตกรรมที่แท้จริง ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นนวัตกรรมอะไรก็ตาม ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากขึ้น
ซึ่ง AP ได้ปลูกฝังให้พนักงานทุกคน มีระบบคิดตามหลัก Design Thinking มองทุกอย่างรอบด้าน และให้ความสำคัญกับการค้นหา Unmet Need ของลูกค้า จากนั้นทำความเข้าใจลูกค้าด้วยวิธี Empathy Design
เพื่อนำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตและความต้องการของลูกบ้านอย่างแท้จริง จนนำไปสู่การสร้างความสุขให้แก่ลูกบ้านในที่สุด
เช่น การสร้างแอปพลิเคชัน SMART WORLD ที่พร้อมเอ็มพาวเวอร์ให้การใช้ชีวิตในบ้าน เป็นเรื่องง่าย
สุดท้ายคือ
3) COMMUNITY OF THE FUTURE หรือ การสร้างสังคมที่กว้างใหญ่ไปกว่ารอบรั้ว AP
เรื่องนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะเมื่อพูดถึง AP หลายคนจะนึกถึงบริษัทรับสร้างบ้านและคอนโดมิเนียม ที่ตอบโจทย์ความสุขของลูกบ้าน
แต่เวลานี้ AP ต้องการเป็นมากกว่านั้น เพราะไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่คนขายบ้าน เพราะหน้าที่ของแบรนด์ที่ดีจะต้องร่วมสร้างหรือผลักดันให้สังคมเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น ด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มาสร้างประโยชน์ให้กับสังคม นอกเหนือจากรั้วลูกบ้านของ AP
เช่น AP Unusual Football Field ด้วยการนำพื้นที่ที่ไม่ใช่สี่เหลี่ยมและไม่ได้ใช้แล้ว
มาดัดแปลงเป็นสนามฟุตบอลที่ทันสมัย เพื่อให้คนในชุมชนคลองเตยมีกิจกรรมร่วมกัน
ซึ่งสนามฟุตบอลนี้ ได้รับรางวัล Grand Prix จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์
และได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ (TIME) ให้เป็น 1 ใน 25 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งปี
หรือแคมเปญให้ทุนการศึกษา Space Scholarship ที่ AP มอบทุนการศึกษาเป็นตารางเมตร เพื่อมอบที่พักอาศัยให้แก่นักเรียนต่างจังหวัด ที่ย้ายเข้ามาศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ
เชื่อว่า ถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเข้าใจเบื้องหลังวิสัยทัศน์ และคำมั่นสัญญาล่าสุดของ AP ที่ใช้ขับเคลื่อนความสุขให้แก่ลูกบ้าน ไปพร้อม ๆ กับการสร้างการเติบโตของบริษัท
แต่ AP กลับมองว่า หากอยากทำให้สิ่งนี้กระจายไปยังคนวงกว้างให้รับรู้ และเข้าใจได้ง่ายขึ้น
นอกจากการสื่อสารผ่านโฆษณาและช่องทางต่าง ๆ แล้ว
การสื่อสารผ่านภาพยนตร์ FAST & FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ
หนังแอ็กชันที่ยิงมุกตลกรัว ๆ ที่ดูแล้วอารมณ์ดี ซึ่ง AP เป็นผู้สนับสนุนหลักนั้น
ก็สามารถสอดแทรกการสื่อสารแคมเปญ “ชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้” นี้ ผ่านตัวภาพยนตร์ได้อย่างแนบเนียนและลงตัว
และความน่าสนใจไม่ได้หมดอยู่แค่นี้ เพราะทาง AP ได้ต่อยอดมาสู่แคมเปญภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด
ที่ชื่อว่า “ที่ที่มีความสุข แค่นึกถึงก็มีความสุขแล้ว”
โดยได้เลือกพระเอกและนางเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่าง ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ และนัท-ณัฏฐ์ กิจจริต มาเป็น AP Brand Ambassadors
เพื่อนำเสนอมุมมองการสร้างความสุขให้กับชีวิต
จุดประกายให้ทุกคนในสังคมรับรู้ว่า เราสามารถ “เลือก” ที่จะให้ความสุขเกิดขึ้นที่บ้านได้ทุกวัน
สามารถรับชมโฆษณาภาพยนตร์แบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่
และสุดท้ายนี้ ถ้าถามว่า แนวคิดในการทำธุรกิจของ AP กำลังจะบอกอะไรกับเรา
ก็น่าจะเป็นวิธีการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น ๆ
จริงอยู่ว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายราย มักจะพูดเหมือนกันว่า “ที่อยู่อาศัยของตัวเอง สร้างความสุขได้”
แต่กลับยังไม่มีใครกล้าที่จะสื่อสารว่า สามารถสร้างที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความสุข ของคนแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นความสุขที่พวกเขาเลือกด้วยตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่สังคมเลือกให้
เพราะการจะทำอย่างนั้นได้ นอกจากต้องมีแบรนด์และโครงการมากมายอยู่ในมือ
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยอันหลากหลายของลูกค้า
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ Living Solution ให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย
แต่ต้องเป็นสถานที่เพิ่มพลังความสุขให้แก่ลูกค้าแต่ละคน ที่มีความต้องการแตกต่างกันออกไป
หากใครทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ นั่นหมายถึง การยืนหนึ่งในใจลูกค้าจนถึงในตลาดอสังหาริมทรัพย์
และจุดนี้เอง ที่เป็นเหตุผลให้ทาง AP THAILAND กำลังจริงจังและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้..
หากใครอยากรับชมรับฟังงานแถลงข่าว AP THAILAND : A BRAND NEW JOURNEY การเดินทางบทใหม่ของแบรนด์เอพี ไทยแลนด์ สามารถฟังแบบเต็ม ๆ ได้ที่: https://fb.watch/cC6rmgBEtk/
#APTHAI #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon