สัมภาษณ์พิเศษ ถอดแนวคิด MQDC ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย เพื่อสร้างโครงการอสังหาฯ แห่งความสุข

สัมภาษณ์พิเศษ ถอดแนวคิด MQDC ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย เพื่อสร้างโครงการอสังหาฯ แห่งความสุข

11 ก.ค. 2022
สัมภาษณ์พิเศษ
ถอดแนวคิด MQDC ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย เพื่อสร้างโครงการอสังหาฯ แห่งความสุข
หนึ่งใน Big Project ของวงการอสังหาฯ ซึ่งเป็นกระแสที่ใคร ๆ ก็พูดถึง
พร้อมกับยอดขายที่ประสบความสำเร็จแบบเกินคาด
เอ่ยเพียงแค่นี้ หลายคนก็น่าจะรู้แล้วว่า เรากำลังหมายถึง อภิมหาโครงการ The Forestias by MQDC
มูลค่า 125,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 398 ไร่ ถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 7
เพราะคงแทบไม่มีโครงการไหนในเมืองไทย ที่แม้จะอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แถมยังเปิดขายในช่วงการระบาดของโควิด 19
แต่ยังสามารถสร้างยอดขายที่อยู่อาศัยได้กว่า 20,000 ล้านบาท ผ่านแบรนด์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน The Forestias
เบื้องหลังความสำเร็จที่เกินความคาดหมายนี้ มาจากวิธีคิดที่แตกต่างของผู้พัฒนา
โครงการอย่างบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC
“เราเริ่มเปิดขายในช่วงที่โควิด 19 ระบาด คำถามที่เจอบ่อยที่สุดในช่วงนั้นคือ จะขายได้ไหม
แต่หากเราสร้างอะไรสักอย่างที่แตกต่าง เป็นปรากฏการณ์ สร้างประโยชน์ต่อลูกค้า
และคนในสังคม สุดท้ายลูกค้าก็จะให้การตอบรับต่อเราเป็นอย่างดี”
เป็นคำตอบของคุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC
ผู้พัฒนาโครงการ The Forestias by MQDC
ความแตกต่าง ปรากฏการณ์ สร้างประโยชน์รอบด้าน
3 คำนี้ ฟังดูเหมือนง่าย แต่กว่าจะทำให้เกิดเป็นภาพจริงขึ้นมาได้นั้น
ต้องผ่านกระบวนการคิดหลากหลายขั้นตอน
กระบวนการคิดเหล่านี้มีอะไรบ้าง? ก่อนที่จะเป็นโครงการ Theme Project หรือ จะเป็นโครงการ Mixed-use และโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในการพัฒนาของทาง MQDC
ลงทุนแมน จะสรุปแนวคิดนี้ ผ่านบทสัมภาษณ์ให้ฟัง
คุณวิสิษฐ์ เล่าให้ฟังว่าก่อนที่ MQDC จะตัดสินใจสร้างโครงการอสังหาฯ สักหนึ่งแห่ง ทีมงานต้องทำงานอย่างหนักเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้
เป้าหมายที่ว่าคือ นอกจากเป็นโครงการอสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่วางเอาไว้
ยังต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาโลกร้อน, ทำให้ผู้คนในชุมชนรอบข้างมีความสุข
และข้อสุดท้ายคือ ต้องเป็นที่อยู่อาศัยที่สร้างความอบอุ่น และความรักให้แก่คนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นคน Gen ไหน
ยกตัวอย่าง เช่น โครงการ The Forestias ที่มีพื้นป่าสีเขียว 30 ไร่
ซึ่งสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมหาศาล ที่จะช่วยลดอุณหภูมิของโลกอีกทาง
และอีกหนึ่งข่าวดีก็คือ เมื่อโครงการสร้างเสร็จ ก็จะเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาสัมผัสธรรมชาติบนพื้นที่ป่าแห่งนี้ได้
เหมือนอย่างคอนโดมิเนียม Magnolias Waterfront Residences ในทำเล ICONSIAM ที่เปิดให้คนทั่วไปได้เข้ามาชมวิวสวย ๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง
หรือ “มัลเบอร์รี่ โกรฟ” ก็จะวาง Concept เป็นที่อยู่อาศัยของคนทุก Gen ในครอบครัว
เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
พอรู้เป้าหมายในการสร้างของแต่ละโครงการ หลายคนอาจคิดว่าก็ลงมือสร้างได้ทันที
นั่นอาจเป็นวิธีคิดของบริษัทอสังหาฯ รายอื่น ๆ แต่ไม่ใช่กับ MQDC
เมื่อพูดถึง ศูนย์วิจัย คนทั่วไปมักคิดว่าต้องเกี่ยวข้องกับวงการแพทย์, วิทยาศาสตร์ หรือการผลิตสินค้า แต่กลับไม่ค่อยมีใครคิดถึงวงการอสังหาฯ
แต่ MQDC กลับเลือกทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย
ด้วยการลงทุนหลายร้อยล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์วิจัยขนาดใหญ่อย่าง RISC และ FutureTales LAB
“ไม่ว่าจะเป็น The Forestias และโครงการอื่น ๆ ที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนที่จะไปให้ถึง
ก็จะมีการนำผลงานวิจัยจากศูนย์วิจัยต่าง ๆ ของ MQDC และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก
สร้างโครงการให้ไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ และต้องมีคุณภาพระดับ Word Class ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากบริษัทอสังหาฯ รายอื่น”
หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าทุก ๆ โครงการที่ทาง MQDC พัฒนาขึ้นมานั้น
ทุก ๆ ยูนิตของที่อยู่อาศัยจะถูกอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ และยังเชื่อมโยงไปยังส่วนต่าง ๆ ภายในของแต่ละโครงการ
“เราไม่ใช่แค่สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ลูกค้า แต่ต้องการมอบคุณภาพชีวิตที่ดี
กับชุมชนรอบข้าง คนทั่วไปที่เดินผ่านมา ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวน้อยและสิ่งแวดล้อม และหากจะไปถึงเป้าหมายนี้ เราต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วย"
โดยความเคลื่อนไหวล่าสุด MQDC ตกลงร่วมมือกับบริษัทระดับโลกอย่าง เอคเซนเชอร์
ด้วยการสร้าง Metaverse ที่มอบประสบการณ์เสมือนจริงที่เชื่อมโยงกับโครงการต่าง ๆ ของบริษัท รวมถึง The Forestias ด้วย
“Project นี้เรากำลังทำงานกันหนักมาก และยังเปิดเผยอะไรไม่ได้มากนัก
แต่ที่พูดได้แน่ ๆ คือ Metaverse ในโครงการต่าง ๆ ของ MQDC จะเป็นการนำโลกจริงกับโลกเสมือน
มาผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งมันจะแตกต่างจาก Metaverse อื่น ๆ ในวงการอสังหาฯ ที่มีอยู่ในเมืองไทย”
คำถามที่น่าสนใจต่อมาก็คือ แนวทางการพัฒนาอสังหาฯ ของ MQDC ในอนาคต จะเป็นอย่างไร
คุณวิสิษฐ์ เปิดเผยความในใจได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว
เมื่อเขาบอกว่า จากความสำเร็จของ The Forestias ทำให้เขาอยากจะสร้างโครงการ Theme Project ในทำเลอื่น ๆ ทีนี้เมื่อคิดจะสร้างแล้ว โครงการนั้นจะต้องเป็น “Destination” ของทำเลแห่งนั้น
แล้ว Theme Project คืออะไร ? เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ถึงความหมายนี้
พร้อมกับเข้าใจมาโดยตลอดว่า The Forestias คือโครงการ Mixed-use
อธิบายง่าย ๆ Theme Project จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่ามากหากเทียบกับโครงการ Mixed-use
จากนั้นก็จะมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการประเภทอื่น ๆ ให้อยู่ภายใต้แนวคิดเดียว
กัน ทำให้มีองค์ประกอบและดีเทลค่อนข้างเยอะ และใช้เวลาพัฒนานาน 2-3 ปี
โดย The Forestias ก็คือโครงการ Theme Project นั่นเอง
ในโลกของธุรกิจ หากเราทำได้ คู่แข่งก็ทำได้ เช่นกัน
แต่ในมุมมองของคุณวิสิษฐ์ บอกว่าเรื่องบางอย่างก็อาจเป็นข้อยกเว้น
“การจะสร้างโครงการที่เป็น Theme Project ให้เป็นมาตรฐานใหม่ในวงการอสังหาฯ เมืองไทย มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่าย ๆ เพราะในเชิงธุรกิจ การสร้างโครงการ Theme Project ขนาดใหญ่
นอกจากผู้พัฒนาจะต้องทำงานหนักกว่าเดิม ยังต้องใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อีกมากมาย ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลใช้ระยะเวลาที่นาน หลายคนอาจมองว่าการลงทุนแบบนี้ ไม่คุ้มค่า”
แม้จริง ๆ แล้ว แนวคิดที่แตกต่างของเหล่าบริษัทอสังหาฯ​ คงไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้หรอกว่า โครงการไหนจะประสบความสำเร็จด้านยอดขาย
เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะตัดสินก็คือ “ลูกค้า”
เพียงแต่ MQDC เชื่อว่า การสร้างโครงการอสังหาฯ ระดับ Big Impact
ที่สร้างประโยชน์รอบด้านทั้งต่อตัวลูกค้า สิ่งแวดล้อม และคนในสังคม
มันเป็นแนวคิดที่ หลุดจากกรอบเดิม ๆ และกำลังเป็นสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยยุคนี้กำลังมองหา
หลักฐานชิ้นสำคัญที่มีให้เห็นแล้วว่า ความคิดดังกล่าวมาถูกทาง
นั่นก็คือความสำเร็จด้านยอดขายของ The Forestias นั่นเอง..
Reference
- สัมภาษณ์พิเศษคุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Forestias โดย ลงทุนแมน
© 2022 Longtunman. All rights reserved.