ทำไม ฝรั่งเศส ส่งออกเครื่องสำอาง มากที่สุดในโลก

ทำไม ฝรั่งเศส ส่งออกเครื่องสำอาง มากที่สุดในโลก

14 ก.ย. 2022
ทำไม ฝรั่งเศส ส่งออกเครื่องสำอาง มากที่สุดในโลก /โดย ลงทุนแมน
“390,000 ล้านบาท” คือ มูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางของฝรั่งเศสในปีที่ผ่านมา
ซึ่งมากเป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็นส่วนแบ่งในตลาดโลกถึง 15%
และกว่า 4 ใน 10 แบรนด์เครื่องสำอาง ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
รวมทั้งแบรนด์อันดับ 1 ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด นั่นคือ L'Oréal ก็มาจากฝรั่งเศส เช่นกัน
วันนี้เรามาดูกันว่า เพราะอะไรกันที่ทำให้ฝรั่งเศส
เป็นประเทศส่งออกเครื่องสำอาง มากที่สุดในโลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
จริง ๆ ก็ต้องบอกว่า เครื่องสำอาง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ตั้งแต่เมื่อพันปีที่แล้ว
โดยมีหลักฐานพบว่า เรามีการตกแต่งใบหน้าด้วยการกรีดตา และมีการใช้น้ำหอม หรือลิปสติกบนร่างกาย
มาตั้งแต่ในยุคอียิปต์โบราณ
มีการใช้เครื่องสำอางอย่างแพร่หลายในสมัยจักรวรรดิโรมัน จนกระทั่งเครื่องสำอางหายไปจากยุโรป เมื่อจักรวรรดิโรมันล่มสลาย
แต่ในช่วงหลังสงครามครูเสด ซึ่งเป็นสงครามศาสนา ระหว่างชาวมุสลิมกับชาวคริสต์
ชาวคริสต์ได้นำเอาเครื่องสำอางจากชาวมุสลิม กลับเข้ามาใช้ในยุโรปอีกครั้ง
แต่การใช้เครื่องสำอางในช่วงนั้น กลับเป็นที่แพร่หลายเฉพาะในกลุ่มผู้มีอำนาจ เช่น กษัตริย์ และขุนนาง
เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีอำนาจเหนือผู้อื่น
ดังนั้นหากมีใครแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางในสมัยนั้น ก็จะถือว่าเป็นคนชนชั้นสูงของสังคม
โดยประเทศที่มีการใช้เครื่องสำอางอย่างแพร่หลาย นั่นคือ อิตาลีและฝรั่งเศส เพราะมีระบอบกษัตริย์และขุนนางจำนวนมากในประเทศ ทั้งสองประเทศนี้จึงกลายเป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางที่สำคัญของยุโรป
ต่อมาก็ได้เริ่มแพร่หลายไปยังเกือบทุกกลุ่มของสังคม ไม่ได้จำกัดแค่ชนชั้นสูงเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้ฝรั่งเศสโดดเด่นขึ้นมา ในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้จนถึงปัจจุบัน
ก็เพราะว่า “มีการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนาน”
ก็ต้องเล่าแบบนี้ว่า ในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระองค์ถือว่าเป็นผู้นำด้านแฟชั่นให้กับบรรดาเหล่าขุนนาง และวิธีการปกครองที่ให้ขุนนางเข้ามาอยู่ในพระราชวังแวร์ซาย ก็ยิ่งทำให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางเฟื่องฟูขึ้นไปอีก
โดยเครื่องสำอางยุคแรกที่มีการผลิตออกมา ก็เช่น น้ำหอม แป้ง สบู่
ซึ่งน้ำหอมเรียกได้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมมาก ในราชสำนักฝรั่งเศส
แต่ในตอนนั้น เครื่องสำอางยังเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่เน้นความสะอาดด้านร่างกาย ยังไม่ค่อยมีผลิตภัณฑ์สำหรับตกแต่งบนใบหน้า
อีกทั้งระบบการผลิต ยังอาศัยระบบสมาคมพ่อค้า ที่มีการรวมกลุ่มกับกลุ่มขุนนาง จึงยังไม่เกิดการผลิตเพื่อการค้า จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789
บรรดาพ่อค้าที่เคยรวมกลุ่มกับขุนนาง ก็หันมาผลิตเครื่องสำอางเพื่อการค้ามากขึ้น จนเกิดเป็นร้านค้าเครื่องสำอางสำหรับคนทั่วไป และเริ่มมีการส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียง
ต่อจากนั้น ฝรั่งเศสก็ได้มีการวิจัยและพัฒนาเครื่องสำอาง เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ภายในประเทศ นำไปสู่การเปิดโรงงานเครื่องสำอางหลายแห่ง เพื่อผลิตให้ได้เป็นจำนวนมาก
ซึ่งไม่เพียงแค่การปรับปรุงสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ หรือเอกลักษณ์ของแบรนด์
เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นของพรีเมียม ช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น กลุ่มลูกค้าที่มีฐานะดี หรือกลุ่มที่นิยมแบรนด์หรูมากขึ้น
แต่การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางให้ได้อย่างต่อเนื่อง
ต้องมีการต่อยอดและเพิ่มขนาดการผลิต เพื่อให้รองรับตลาดส่งออกภายนอกประเทศได้อีกด้วย
ซึ่งอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “การจัดตั้ง Cosmetic Valley”
เพื่อเป็นแหล่งรวมของการวิจัย พัฒนา และผลิตในสถานที่เดียวกัน
โดยในปี 1994 นาย Jean-Paul Guerlain ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Guerlain ในปัจจุบัน ได้เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมด้านเครื่องสำอางฝรั่งเศส
ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสก็เห็นด้วย ในแผนงานการสร้างความได้เปรียบ ด้านอุตสาหกรรมแห่งชาติ
โดยชูจุดเด่นของฝรั่งเศสในฐานะผู้นำด้านเครื่องสำอาง
นิคมอุตสาหกรรมนี้ ประกอบไปด้วยโรงงานผลิตเครื่องสำอาง มหาวิทยาลัย
ธุรกิจผู้ผลิตวัตถุดิบ และบริษัทชั้นนำส่วนใหญ่ก็มาตั้งสำนักงานอยู่ในสถานที่แห่งนี้
ซึ่งช่วยให้การผลิตเครื่องสำอางมีการประหยัดต้นทุน เพราะไม่ต้องขนส่งไกล
สามารถสร้างตัวต้นแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ภายในสถานที่แห่งเดียว
นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังมีตลาดในประเทศที่มีขนาดใหญ่
บวกกับคนฝรั่งเศสก็นิยมใช้เครื่องสำอางอยู่แล้ว
สองส่วนนี้จึงช่วยให้ผู้ผลิตเครื่องสำอาง สามารถทดสอบตลาดก่อนส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมทั้งสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว
ถึงตรงนี้ คงเข้าใจแล้วว่าทำไมฝรั่งเศส ถึงเป็นเจ้าแห่งเครื่องสำอาง และเป็นประเทศที่มีการส่งออกเครื่องสำอางมากที่สุดในโลก เพราะเรื่องราวของเครื่องสำอางอยู่คู่กับคนฝรั่งเศสมานาน จนมีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง
และด้วยวิสัยทัศน์ของรัฐบาลฝรั่งเศส
ที่สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง Cosmetic Valley
ทำให้ฝรั่งเศสยังคงเป็นผู้นำด้านเครื่องสำอางได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ต่างอะไรกับประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการจัดตั้ง Silicon Valley
จนกลายมาเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยี มาอย่างยาวนาน
แม้ว่าปัจจุบัน ฝรั่งเศสจะไม่ได้มีธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต เหมือนอย่างสหรัฐอเมริกา
แต่ก็ถูกขนานนามว่าเป็นประเทศ เจ้าแห่งแบรนด์หรูและเครื่องสำอาง
สะท้อนให้เห็นจาก LVMH ธุรกิจแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศส
ปัจจุบัน มีมูลค่าบริษัทราว 12 ล้านล้านบาท
เป็น 1 ใน 20 บริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจเลย
หากเรามองไปยังหน้ากระจกหรือโต๊ะเครื่องแป้ง
แล้วเราจะเห็นแบรนด์จากประเทศฝรั่งเศส
เพราะมันอาจแทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวัน โดยที่เราไม่รู้ตัว..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.beautypackaging.com/contents/view_breaking-news/2022-07-08
-https://www.worldstopexports.com/beauty-cosmetics-and-skincare-exports-by-country/
-https://www.privacyshield.gov/article?id=France-Cosmetics
-http://www.danceshistoricalmiscellany.com/painted-faces-cosmetics-in-the-18th-century/
-https://www.premiumbeautynews.com/en/exports-france-consolidates-its,19845
-https://www.ecrg.ro/files/p2020.1(10)10y4.pdf
-https://youtu.be/ZcLUyIAEkY8
-https://www.britannica.com/art/cosmetic
-https://www.cosmetic-valley.com/page/presentation/the-history-of-cosmetic-valley/
-https://en.wikipedia.org/wiki/History_of_cosmetics
-https://bit.ly/3QblKGk
© 2022 Longtunman. All rights reserved.