สรุปเส้นทาง 55 ปี ไลอ้อน เส้นทางแห่งการดูแลคนไทยด้วยความรักและความใส่ใจ

สรุปเส้นทาง 55 ปี ไลอ้อน เส้นทางแห่งการดูแลคนไทยด้วยความรักและความใส่ใจ

ไลอ้อน x ลงทุนแมน
หากพูดถึงแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคยอดฮิตภายในบ้าน เช่น ครีมอาบน้ำ, ยาสีฟัน, ผงซักฟอก และน้ำยาล้างจาน เราจะนึกถึงแบรนด์อะไร ?
เชื่อว่าต้องมีสินค้าเหล่านี้อยู่ในใจบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ครีมอาบน้ำ Shokubutsu, โฟมล้างมือ Kirei Kirei, ยาสีฟัน SALZ, แปรงสีฟัน Systema, ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเปา, ผลิตภัณฑ์ล้างจานไลปอนเอฟ หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก Kodomo
โดยรู้หรือไม่ว่า ? แบรนด์ทั้งหมดนี้มีเจ้าของเดียวกัน นั่นคือบริษัท “ไลอ้อน” ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของไทยและญี่ปุ่น ที่ดำเนินกิจการมาครบ 55 ปี ในปีนี้
มาวันนี้ ไลอ้อนจึงใช้โอกาสในการครบรอบ 55 ปี ในฐานะผู้ผลิตสินค้าอุปโภคชั้นนำของไทย จึงมีการออกแคมเปญ “55 ปี รักไม่มีเบื่อ ดูแลคนไทยอย่างดีไม่มีเปลี่ยน”
ตอกย้ำพันธกิจของบริษัท ที่อยากจะสร้าง Technology for Health พัฒนาสินค้าที่มีนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคคนไทยทุกคน
เส้นทางแห่งการดูแลคนไทยด้วยความรักและความใส่ใจ ตลอด 55 ปีของไลอ้อน น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ไลอ้อน ก่อตั้งขึ้นโดยการร่วมทุนระหว่าง บมจ.สหพัฒนพิบูล และบริษัท เดอะ ไลอ้อน แฟท แอนด์ ออย จำกัด ประเทศญี่ปุ่น
โดยเริ่มดำเนินการผลิตครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2512 ด้วยการเปิดสายการผลิตแชมพูผงไลอ้อน และผงซักฟอกท้อป เพื่อทดแทนการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ไลอ้อนได้ขยายการผลิต และพัฒนานวัตกรรมสินค้าอุปโภคอื่น ๆ ออกสู่ตลาดอย่างครบวงจร
ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ล้างจานไลปอนเอฟ, ผงซักฟอกเปาบุ้นจิ้นที่ต่อมาคือแบรนด์ เปา, น้ำยาขจัดคราบไฟท์ โดยมีแบรนด์เรือธงอย่าง เปา เป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ทุกบ้านควรซื้อติดไว้
ปัจจุบัน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ไม่เพียงแต่จะเป็นผู้นำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย ที่มียอดขายใกล้ 20,000 ล้านบาท ที่มุ่งมั่นพัฒนาสินค้า และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
แต่ยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนใน R&D เพื่อคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ และสร้างความแปลกใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค อยู่ตลอดเวลา โดยยึดหลักใส่ใจในทุกรายละเอียดในการคิดค้นสินค้าเพื่อผู้บริโภคตามวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น
แล้วอะไรที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของไลอ้อน ถึงขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรม Technology for Health ?
- Kirei Kirei (คิเรอิคิเรอิ) แบรนด์โฟมล้างมืออันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย ถูกคิดค้นด้วยนวัตกรรมใหม่ ปฏิวัติการล้างมือแบบเดิม ๆ
ซึ่ง Kirei Kirei คือผู้จุดประกายโฟมล้างมือที่มีคุณสมบัติฟองโฟมนุ่ม กลิ่นหอม ให้ติดตลาดในเมืองไทย
สิ่งที่ทำให้ Kirei Kirei แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ผ่านความใส่ใจผู้บริโภค เพราะนอกจากตัวฟองโฟมที่สามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ 99.9% แล้ว
ส่วนของหัวปั๊มที่ต้องสัมผัสมือผู้ใช้ตลอดเวลา ก็ยังเคลือบสารช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ 99.9% ได้เช่นกัน เรียกว่าใส่ใจกันทุกขั้นตอนการใช้
- ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก Kodomo แบรนด์ที่เข้าใจถึงความต้องการที่แตกต่างกันของเด็กในแต่ละวัย จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกพัฒนาการของลูกน้อย
เช่น ผลิตภัณฑ์ขวัญใจเด็กทุก Generation อย่างยาสีฟันโคโดโม ที่ถูกพัฒนาอย่างพิถีพิถันโดยมีรสชาติที่เด็ก ๆ ชอบ
ทำให้เด็กรักการแปรงฟันมากขึ้น หรือแปรงสีฟันโคโดโม ที่มีแปรงด้ามจุ๊บยางที่ช่วยกันลื่น และวางแบบตั้งโดยแปรงไม่ต้องสัมผัสกับพื้นผิวของสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำ ช่วยให้เก็บแปรงสีฟันได้โดยลดการสะสมของแบคทีเรีย
- แปรงสีฟันซิสเท็มมา เจ้าของลิขสิทธิ์ขนแปรง Super-Tapper ขนแปรงปลายเรียวเล็กขนาดแค่ 0.02 มิลลิเมตร ทำให้สามารถซอกซอนและทำความสะอาดได้ลึกทุกซอกฟัน จนตลาดแปรงสีฟันในเมืองไทยได้เปลี่ยนมาใช้ขนแปรงแบบนี้ทั้งตลาดในเวลาต่อมา อีกด้วย
- ยาสีฟันซอลส์ ต้นตำรับยาสีฟันรสเค็มที่แพร่หลายในเมืองไทย มีคุณสมบัติที่ดูแลสุขภาพเหงือกและช่องปาก ช่วยลดกลิ่นปาก และป้องกันฟันผุอย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งยังเป็นแบรนด์แรกในเมืองไทยที่ไม่ได้พูดเฉพาะเรื่องฟันผุ แต่ฉีกไปเน้นสื่อสารเรื่อง “กลิ่นปาก” พร้อมโฆษณาที่โดนใจจนกลายเป็นภาพจำของแบรนด์ในเวลาต่อมา
- ครีมอาบน้ำโชกุบุสซึโมโนกาตาริ แบรนด์ที่เป็นกรณีศึกษา เพราะฉีกตำราการตลาดด้วยการมีชื่อแบรนด์ที่ยาวมาก แต่ทุกคนกลับจำชื่อ “โชกุบุสสึ โมโนกาตาริ” ได้ขึ้นใจ
และเป็นแบรนด์แรกที่เน้นมาโฟกัสเรื่อง “วัตถุดิบจากธรรมชาติ” เป็นเจ้าแรกที่ชูจุดขาย “ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยนด้วย 99% ของสารทำความสะอาดที่สกัดจากพืชธรรมชาติ” จนกลายเป็นภาพจำของแบรนด์
- ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ไลปอนเอฟ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้างจานที่หันมาพูดถึงความอนามัยในการล้างจาน จนเคยมีสโลแกนที่ผู้บริโภคจำได้ว่า “ ไร้กลิ่นติดจาน ไร้สารตกค้าง” และยังเป็นผลิตภัณฑ์ล้างจานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการได้รับฉลากลดโลกร้อน Carbon Footprint ถึง 9 ปี
- ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเปา ที่ได้รับการออกแบบให้ซักคราบหนักได้อยู่หมัด ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาส่วนผสมเอนไซม์ สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยีนาโนช่วยให้สามารถซอกซอนลึกถึงรูพรุนเส้นใย
โดยเฉพาะไขมันที่ช่วยให้หลุดออกง่ายโดยไม่ต้องออกแรงขยี้มาก เพิ่มเวลาการใช้ชีวิตให้มากขึ้น หรือสินค้านวัตกรรมอย่าง เปา Silver Nano หรือ เปา ไมเซลลาร์ 4X ที่เข้ามาปฏิวัติวงการซักผ้าด้วยเทคโนโลยีไมเซลลาร์ เป็นเจ้าแรก
ที่น่าสนใจคือ LION เป็นบริษัท FMCG ยักษ์ใหญ่รายแรก ๆ ที่ออก Brand ที่เจาะกลุ่มผู้สูงอายุหรือ Silver Generation มาในตลาด ตามแนวโน้มการมาของสังคมผู้สูงอายุในเมืองไทย ด้วยแบรนด์ GoodAge ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน และเหมาะกับสุขภาพของคนวัยนี้
นอกจากผู้บริโภคแล้ว ไลอ้อนยังให้ความสำคัญกับสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยได้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ควบคู่ไปกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ใช้พลาสติกหมุนเวียน
ซึ่งไลอ้อน มีการลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการผลิต ให้สามารถบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ด้วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 55% ในปี 2030
และพัฒนาสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050
นอกจากนี้ บริษัทยังวางเป้าหมายการลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตลงถึง 30% ในปี 2030 อีกด้วย รวมถึงในส่วนของการใช้พลังงานทดแทน อย่างการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
แล้วความสำเร็จของไลอ้อน ในมิติสังคมและธรรมาภิบาล มีอะไรบ้าง ?
- ด้านสังคม (Social)
ผลิตภัณฑ์ของไลอ้อน (ประเทศไทย) เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ จึงมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีต่อผูบริโภค
ทั้งกิจกรรม LION Handwashing Station มอบอ่างล้างมือ พร้อมผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือ Kirei Kirei ให้กับโรงเรียน วัด และสาธารณประโยชน์, LION Happy Life Happy Home การให้ความรู้ด้านสุขอนามัยส่วนบุคคล หรือ SMART Technique กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กเล็ก
สุดท้ายคือ Kenkobi กิจกรรมส่งเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อช่องปากสำหรับผู้สูงวัย โดยเฉพาะกิจกรรมที่ทำมาต่อเนื่องหลายสิบปี อย่างการเข้าไปทำกิจกรรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพในช่องปากของเด็ก ๆ ตามโรงเรียน ของแบรนด์โคโดโม ที่ทำต่อเนื่องมากว่า 30 ปี ซึ่งมีส่วนช่วยให้ปัจจุบันการแปรงฟันถือเป็นสุขนิสัยปกติของคนไทย
- ด้านการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล (Governance)
ไลอ้อน (ประเทศไทย) ยังคงยึดมั่นการดำเนินธุรกิจควบคู่คุณธรรม ในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อพนักงาน ลูกค้า ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
ที่สำคัญคือ ไลอ้อนยังได้แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ ในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยได้เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558
ซึ่งสิ่งที่ LION ทำทั้งหมดสะท้อนไปยังพันธกิจของบริษัทที่อยากจะ “ดูแลผู้บริโภคทุกคนและโลกใบนี้” ด้วยเทคโนโลยีแห่งความใส่ใจตลอดไป นั่นเอง
มาถึงตรงนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม ไลอ้อน ถึงขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคชั้นนำของไทย
เพราะในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้สูงอายุ เกือบทุก ๆ ของใช้ในบ้านเรา ล้วนแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราคุ้นตา มาจากแบรนด์ในเครือของไลอ้อน ทั้งสิ้น
เรียกได้ว่าดูแลคนไทยด้วยความใส่ใจมาอย่างยาวนานหลากหลายเจเนอเรชั่น นั่นเอง
สุดท้ายบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า “ดีใจที่ได้ดูแลคนไทยอย่างดีที่สุดด้วยเทคโนโลยีแห่งความใส่ใจ ผ่านทุกผลิตภัณฑ์ของทุกแบรนด์ที่เราตั้งใจคิดค้น
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นตลอด 55 ปีที่ผ่านมา
บริษัทและแบรนด์ในเครือจึงขอสัญญาต่อว่า จะยังคงตั้งใจมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกวัย
เพื่อทำให้คนไทยและโลกเรามีความสุข และมีรอยยิ้มที่เพิ่มขึ้นตลอดไป นั่นเอง…”
สำหรับใครที่อยากรับชมวิดีโอ ครบรอบ 55 ปีของไลอ้อน สามารถดูเพิ่มเติมได้เลย
#LION55THYEARSANNIVERSARY
#LION55ปี
#ดูแลคุณและโลกด้วยความใส่ใจตลอดไป
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon