
NEXTOPIA เมืองใหม่ ในสยามพารากอน ทำให้ฉุกคิดถึง โลกยุคถัดไป
NEXTOPIA เมืองใหม่ ในสยามพารากอน ทำให้ฉุกคิดถึง โลกยุคถัดไป /โดย ลงทุนแมน
ตอนแรกที่ลงทุนแมนได้ยินโครงการนี้ก็ยัง งง ๆ ว่ามันคืออะไร ? แต่วันก่อนได้ไปสัมผัสสถานที่จริง ก็ต้องบอกว่าทุกก้าวที่เดิน มันเปิดโลกในหัว
ทั้งเห็นการสร้างเมืองในศูนย์การค้า มันสามารถทำได้ด้วยวิธีนี้ หรือเดินไปก็คิดไปกับเหตุการณ์น้ำท่วมว่ามันเป็นเพราะโลกเรามีปัญหาเรื่องนี้ที่โครงการนี้กำลังจะสื่อสารพอดี..
ด้วยขนาดของโครงการนี้คือ 15,000 ตารางเมตร ถ้าเอาพื้นที่ขนาดนี้ไปตั้งเป็นห้าง Standalone ก็จะได้เป็นห้างขนาดย่อมหนึ่งห้าง แปลว่าพื้นที่ทั้งหมดไม่เล็กเลย
ที่น่าสนใจของโครงการนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของขนาดพื้นที่ แต่เป็นเรื่องคอนเซปต์ของการออกแบบโครงการให้เป็นเมืองที่เน้นเรื่อง ‘ความยั่งยืน’ (Sustainability) โดยร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน
ถ้าให้พูดถึงโมเดลธุรกิจศูนย์การค้าแบบดั้งเดิม ก็คงจะเป็น เจ้าของพื้นที่พัฒนาโครงการ แล้วก็ปล่อยให้ผู้เช่ามาเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้านค้า
แต่สิ่ง NEXTOPIA ทำ ไม่เหมือนเดิม คือ เริ่มจาก สยามพิวรรธน์ที่เป็นเจ้าของพื้นที่สยามพารากอน ไปชวนบริษัทใหญ่ ๆ ที่มี know-how ความรู้ในความยั่งยืน มาร่วมกันแสดงนวัตกรรมในพื้นที่
โมเดลที่น่าสนใจคือ องค์กรพันธมิตรเหล่านี้ส่วนใหญ่ ไม่ได้มีบทบาทในการเช่าพื้นที่กับศูนย์การค้า ไม่ได้มาออกร้านขายสินค้า
แต่กลับมีหน้าที่มาให้เทคโนโลยี โชว์ผลิตภัณฑ์ว่าแต่ละองค์กรสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้การพัฒนาเมืองในยุคต่อไปมันยั่งยืนขึ้น
พูดตรง ๆ ถ้าเป็นโครงการอื่น เจ้าของโครงการคงไม่มานั่งเสียเวลาติดต่อหาพันธมิตรด้านความยั่งยืน เพราะมันไม่ก่อให้เกิดรายได้ และคงพุ่งตรงไปที่ติดต่อร้านค้าต่าง ๆ ให้มาเช่าพื้นที่เพื่อสร้างรายได้
แต่พอมาเดิน NEXTOPIA ทำให้เราฉุกคิดได้ว่า สิ่งที่โลกยุคต่อไปต้องการ คงหนีไม่พ้น ความยั่งยืน ในการพัฒนาโครงการ
เราคงเห็นข่าวน้ำท่วม ข่าวสภาพอากาศมีความรุนแรงมากขึ้น สิ่งที่ไม่ได้เห็นในรอบ 100 ปีก็มีโอกาสได้เห็นมากขึ้น ทำให้เราเริ่มสงสัยแล้วว่า ปีหน้ามันจะมีเหตุการณ์อะไรในรอบ 100 ปีเกิดขึ้นอีก ?
สิ่งเหล่านี้ root cause สาเหตุรากเหง้าของปัญหาก็คือมนุษย์สร้างสิ่งที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นทุกวัน มากขึ้นเรื่อย ๆ..
ตัวอย่างของนวัตกรรมความยั่งยืน ที่เราจะเห็นใน NEXTOPIA มีอะไรบ้าง ?
เท่าที่ลงทุนแมนอ่านข้อมูลในโครงการก็เช่น
The Kinetic Floor
พื้นอัจฉริยะฝีมือคนไทย ที่เมื่อเราเดินผ่าน จะเปลี่ยนพลังงานจลน์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดย Bangkok Cable และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
พื้นอัจฉริยะฝีมือคนไทย ที่เมื่อเราเดินผ่าน จะเปลี่ยนพลังงานจลน์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดย Bangkok Cable และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
The Cooling Waterfall
น้ำตกความสูง 16 เมตร คงอุณหภูมิน้ำไว้ที่ 15 องศาเซลเซียสเพื่อแผ่ความเย็น ซึ่งทำให้ประหยัดพลังงานในการทำความเย็น
น้ำตกความสูง 16 เมตร คงอุณหภูมิน้ำไว้ที่ 15 องศาเซลเซียสเพื่อแผ่ความเย็น ซึ่งทำให้ประหยัดพลังงานในการทำความเย็น
นอกจากนั้นก็มี
-โซลาร์เซลจาก B.Grimm
-ระบบฟอกอากาศจาก Daikin
-ระบบท่อน้ำเย็นที่อยู่ใต้พื้นจาก Casa Tech
และเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกจากหลายสิบองค์กร
-โซลาร์เซลจาก B.Grimm
-ระบบฟอกอากาศจาก Daikin
-ระบบท่อน้ำเย็นที่อยู่ใต้พื้นจาก Casa Tech
และเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกจากหลายสิบองค์กร
เรียกได้ว่าพอเข้าไปที่ NEXTOPIA 15,000 ตารางเมตรนี้ จะเสมือนเข้าไปอีกโลก ที่จะสัมผัสถึงเทคโนโลยียุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน เป็นโลกในอุดมคติ ที่อยู่รายล้อมเรา
ส่วนร้านค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่องค์กรพันธมิตร ที่มาเปิดใน NEXTOPIA นี้ก็จะมีคอนเซปต์ที่เข้ากับความยั่งยืน ทั้งร้านอาหาร ร้านขายสินค้า ที่ทำให้เราเดินชมโครงการไป ได้ชมสินค้า ทานอาหารไปด้วย
ที่น่าสนใจก็คือมีโซนที่นั่งกินดื่มอยู่ใน NEXTOPIA นี้ที่เปิดถึงเที่ยงคืน เป็นโซนแรกของสยามพารากอนที่เปิดดึกขนาดนี้อีกด้วย
สำหรับประเทศไทยแล้ว ถ้าถามลงทุนแมนว่า อะไร ? เป็นสิ่งที่คนไทยทำได้ไม่แพ้ใครในโลกนี้
แต่ละคนอาจมีคำตอบที่ต่างกันไป
แต่เชื่อว่าหนึ่งในคำตอบนั้นก็คือ ‘การพัฒนาศูนย์การค้า’
แต่เชื่อว่าหนึ่งในคำตอบนั้นก็คือ ‘การพัฒนาศูนย์การค้า’
และนี่คงเป็นอีกหนึ่งก้าว ที่สยามพารากอน ศูนย์การค้าที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดในไทย กำลังจะนำเสนอสิ่งใหม่ ที่ไม่มีใครที่ไหนกล้าทำ
ความกล้าทำ ในสิ่งที่อาจดูไม่จำเป็น ในสายตาคนอื่น
ความกล้าเอาโจทย์ของโลก ชุมชน สังคม มาตั้งต้นในการทำโครงการ
ความกล้าในการเป็นผู้นำร้องขอพันธมิตรให้มาร่วมมือในสิ่งที่เชื่อร่วมกัน
ถ้าใครยังไม่ได้สัมผัส แนะนำให้แวะชม
แล้วจะรู้ว่า สยามพารากอน คิดอะไร ทำไมมันล้ำเกินที่เราจะคิดได้ว่าศูนย์การค้ามันมีหน้าตาแบบนี้ได้
แล้วจะรู้ว่า สยามพารากอน คิดอะไร ทำไมมันล้ำเกินที่เราจะคิดได้ว่าศูนย์การค้ามันมีหน้าตาแบบนี้ได้
และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราได้จาก NEXTOPIA อาจ ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง ไม่ใช่การถ่ายรูป ไม่ใช่บรรยากาศ ที่ทุกคนคงดื่มด่ำกับสิ่งเหล่านี้ในตอนแรก
แต่สุดท้าย สิ่งที่เราน่าจะได้ฉุกคิดออกไปคือ เราคงต้องร่วมมือทำอะไรสักอย่างให้กับสังคม ทำอะไรสักอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงให้โลกใบนี้ให้ดีขึ้นสำหรับคนรุ่นถัดไป เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นใน NEXTOPIA..
Tag: Nextopia