
จังหวัดอยุธยา เมืองแห่งมอเตอร์เวย์ ศักยภาพฮับศูนย์กระจายสินค้าหลัก ของไทย
จังหวัดอยุธยา เมืองแห่งมอเตอร์เวย์ ศักยภาพฮับศูนย์กระจายสินค้าหลัก ของไทย /โดย ลงทุนแมน
ล่าสุดกรมทางหลวง ได้เปิดเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6
ซึ่งเป็นเส้นทางกลับบ้านช่วงปีใหม่ สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน
ล่าสุดกรมทางหลวง ได้เปิดเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6
ซึ่งเป็นเส้นทางกลับบ้านช่วงปีใหม่ สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน
โดยเส้นทางนี้ต่อเนื่องจาก ทางด่วนวงแหวนรอบนอก หรือมอเตอร์เวย์ M9 ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปสิ้นสุดที่โคราช หรือจังหวัดนครราชสีมา
จากการเปิดให้บริการของมอเตอร์เวย์ M6 ก็ได้เข้ามาเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่ง และอุตสาหกรรม ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มากขึ้นไปอีก
แล้วทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากจะเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ที่โดดเด่นเรื่องการทำเกษตรกรรม และเป็นเมืองที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกหลายแห่งแล้ว
ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็เป็นจังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่น
- สวนอุตสาหกรรมโรจนะ
- นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน
- นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค
- สวนอุตสาหกรรมโรจนะ
- นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน
- นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค
ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ ก็ได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2532 เพื่อรองรับการลงทุนจากชาวต่างชาติ (BOI) โดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตที่ประเทศไทยในช่วงแรก ๆ
และยังรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม ต่อจากกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปทุมธานี
ในสมัยนั้น นอกจากจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง ที่รัฐบาลได้พยายามผลักดันให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรม ด้วยโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ยังเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่รัฐบาลได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน โดยนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้ง 3 แห่ง ได้เกิดขึ้น
ก็เพื่อรับช่วงต่อจากความสำเร็จของอีสเทิร์นซีบอร์ด โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมเบาและอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อมีคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แน่นอนว่าก็ต้องมีโลจิสติกส์ ที่สามารถขนส่งสินค้าได้สะดวก อย่างท่าเรือน้ำลึก และทางหลวงพิเศษ ที่เชื่อมระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ เพื่อเชื่อมกับท่าเรือน้ำลึก
เมื่อเป็นแบบนี้ ทางกรมทางหลวง ก็ได้สร้างทางหลวงพิเศษของประเทศไทย 2 สายแรก ที่หลายคนเรียกกันว่า “ทางด่วนมอเตอร์เวย์” นั่นก็คือ
- มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (M7) เชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานคร (ถนนพระราม 9) - ชลบุรี
เปิดให้บริการปี 2541
เปิดให้บริการปี 2541
- มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (M9) ถนนวงแหวนรอบนอก เชื่อมจากบางพลี - บางปะอิน
เปิดให้บริการปี 2542
เปิดให้บริการปี 2542
ซึ่ง M7 ก็เชื่อมต่อไปจังหวัดชลบุรี และ M9 ก็เชื่อมต่อไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าสะดวก และยังลดเวลา ลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าระหว่างเมือง
โดย M7 และ M9 ก็ได้เชื่อมต่อกันที่ ทางแยกต่างระดับทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร
ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมแล้ว ก็ยังเป็นเมืองที่ตั้งของฮับสินค้าด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางปะอิน และอำเภอวังน้อย
เพราะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน มีทางด่วน และทางหลวงสายสำคัญตัดผ่านหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น
- ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 หรือวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก
ที่เชื่อมจากบางปะอิน เข้ากับพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก และสมุทรปราการ
ที่เชื่อมจากบางปะอิน เข้ากับพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก และสมุทรปราการ
- ทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธิน ที่เชื่อมจากกรุงเทพมหานคร
มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยตัดผ่านอำเภอวังน้อยที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญ
มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยตัดผ่านอำเภอวังน้อยที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญ
- ทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ถนนเส้นเลือดใหญ่ที่เอาไว้สำหรับขึ้นไปภาคเหนือ และขนส่งสินค้า จากนิคมอุตสาหกรรมภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- ทางด่วนอุดรรัถยา หรือทางด่วนพิเศษสายบางปะอิน - ปากเกร็ด
ที่เชื่อมต่อจากอำเภอบางปะอิน เข้าสู่จังหวัดนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด และเข้ากรุงเทพมหานคร โซนถนนงามวงศ์วาน และถนนแจ้งวัฒนะได้อย่างรวดเร็ว
ที่เชื่อมต่อจากอำเภอบางปะอิน เข้าสู่จังหวัดนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด และเข้ากรุงเทพมหานคร โซนถนนงามวงศ์วาน และถนนแจ้งวัฒนะได้อย่างรวดเร็ว
และล่าสุดปี 2568 ทางกรมทางหลวง ก็ได้เปิดทางหลวงพิเศษสาย M6 ซึ่งเป็นทางด่วนมอเตอร์เวย์ไปโคราช ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จล่าสุด
โดยเชื่อมต่อจากอำเภอบางปะอิน และทำหน้าที่เป็นประตูสู่ภาคอีสาน ทอดยาวไปจังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครราชสีมา
ซึ่งถนนทางหลวง ทางด่วน และทางด่วนมอเตอร์เวย์ทุกเส้นทางที่กล่าวมา ก็จะมาบรรจบกันที่
บริเวณอำเภอบางปะอิน และอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
บริเวณอำเภอบางปะอิน และอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีถนนเส้นทางสำคัญ และมีทางด่วนมอเตอร์เวย์หลากหลายเส้นทาง นอกจากจะทำให้คนใช้รถส่วนตัว ประหยัดเวลา และสะดวกสบายขึ้นแล้ว
รถบรรทุก หรือรถขนส่งอุตสาหกรรม ที่จะต้องส่งของจากโรงงาน ก็สามารถส่งสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่น้อยกว่าเดิม และมีต้นทุนค่าขนส่งที่ถูกลงไป
นั่นจึงทำให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งนิคมอุตสาหกรรมผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียว
แต่ได้กลายเป็นแหล่งพักสินค้าของโรงงาน หรือบริษัทขนาดใหญ่ ก่อนที่จะกระจายสินค้า ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ
แต่ได้กลายเป็นแหล่งพักสินค้าของโรงงาน หรือบริษัทขนาดใหญ่ ก่อนที่จะกระจายสินค้า ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ
ยกตัวอย่างเช่น
- ไทวัสดุ ห้างค้าวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ของประเทศไทย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ก็มีคลังสินค้าที่อำเภอวังน้อย ก่อนที่จะส่งสินค้า ไปยังห้างไทวัสดุทั่วประเทศ
- HomePro ก็ตั้งศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะที่อำเภอวังน้อย เพื่อบริหารจัดการสต๊อกสินค้าและจัดส่งสินค้าไปยังทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงการส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง
- เครือไทยเบฟเวอเรจ มีศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตกรุงเทพมหานครตอนเหนือ ตั้งอยู่ที่อำเภอวังน้อย บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อกระจายเครื่องดื่มในเครือทั้งหมดไปทั่วภาคกลางและภาคเหนือ
- PTG Energy เจ้าของปั๊ม PT มีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ที่อำเภอวังน้อย เพื่อรองรับสินค้าในเครือและร้านสะดวกซื้อ Max Mart รวมถึงการบริหารโลจิสติกส์น้ำมันและสินค้าอุปโภค
- DKSH (ดีเคเอสเอช) ยักษ์ใหญ่ด้านการกระจายสินค้าจากสวิตเซอร์แลนด์ มีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน พื้นที่กว่า 36,000 ตารางเมตร เน้นสินค้าอุปโภคบริโภคและยา
เพื่อจัดการสินค้าที่รับมาจากท่าเรือแหลมฉบัง โดยขนส่งผ่านทางด่วนมอเตอร์เวย์ M7 และ M9 แล้วกระจายเข้าสู่โรงพยาบาล และร้านขายยาทั่วภาคเหนือและภาคอีสานได้ทันที
- Café Amazon เป็นที่ตั้งของโรงคั่วกาแฟขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นศูนย์กระจายสินค้าและวัตถุดิบ ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ ผงโกโก้ น้ำเชื่อม ไปจนถึงแก้วและหลอด ให้กับร้าน Café Amazon ที่มีมากกว่า 4,000 สาขาทั่วประเทศ
- CP AXTRA เจ้าของห้างค้าปลีก Lotus’s และห้างค้าส่ง Makro ก็มีศูนย์กระจายสินค้ากลางที่นี่
โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 125,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นฮับในการคัดแยก และขนส่งสินค้าไปยังสาขาภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว
โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 125,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นฮับในการคัดแยก และขนส่งสินค้าไปยังสาขาภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว
จากการเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม และศูนย์กระจายสินค้า
ทำให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเป็นจังหวัดที่มี GPP อยู่ในอันดับต้น ๆ ของประเทศ
ทำให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเป็นจังหวัดที่มี GPP อยู่ในอันดับต้น ๆ ของประเทศ
ในปี 2566 จังหวัดพระนครศรีอยุธยามี GPP อยู่ที่ 394,000 ล้านบาท
ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับ 10 ของประเทศไทย
ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับ 10 ของประเทศไทย
โดย GPP ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มาจากภาคอุตสาหกรรม ก็จะอยู่ที่ 230,000 ล้านบาท ถือว่ามากกว่าจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ อย่างจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสุราษฎร์ธานีเสียอีก
และล่าสุดที่ M6 ได้ทดลองเปิดให้บริการเฉพาะฝั่งขาออก ที่สามารถใช้เดินทางไปจังหวัดนครราชสีมาได้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และกำลังจะทยอยเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 100% ภายในปี 2569
ทางด่วนมอเตอร์เวย์ M6 ก็ได้เข้ามาเสริมศักยภาพของการขนส่งโลจิสติกส์ และศักยภาพของการเป็นเมืองศูนย์กระจายสินค้า ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย
ด้วยเส้นทาง M6 ที่อยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงงานในนิคม
ทำให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจกลายเป็นหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญของไทย ที่โรงงานอุตสาหกรรม และศูนย์กระจายสินค้า มาตั้งภายในจังหวัดนี้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ตามแผนของกรมทางหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังมี Master Plan เมกะโปรเจกต์ เส้นทางมอเตอร์เวย์อีก 1 โครงการ นั่นคือ
- มอเตอร์เวย์ M5 ที่สร้างจากรังสิต มายังบางปะอิน โดยเป็นเส้นทางที่ต่อจากทางยกระดับอุตราภิมุข
(ดอนเมืองโทลเวย์)
(ดอนเมืองโทลเวย์)
ปัจจุบันเส้นทางช่วงนี้กำลังเตรียมการประมูลเพื่อหาผู้รับเหมาก่อสร้าง
นอกจากนี้ก็ยังมีแผนที่จะสร้าง M5 ต่อจากบางปะอิน ไปยังจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเสริมศักยภาพในการเดินทางไปยังภาคเหนือของประเทศไทยอีกด้วย..