Softpower IT เรามี Solution ที่หลากหลายบน SAP B1 และมีตัวเลือกให้ลูกค้าได้เลือกตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

Softpower IT เรามี Solution ที่หลากหลายบน SAP B1 และมีตัวเลือกให้ลูกค้าได้เลือกตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

ถ้าโดยสถิติของต่างประเทศ ก็จะเปลี่ยน Software กันทุก 5 ปี แต่คนไทยใช้กัน 10 ปี
พอธุรกิจเริ่มโต ใหญ่ขึ้น สถานการณ์เริ่มไหลเข้ามาเยอะ ปัญหาสต๊อก ส่งผิด จัดซื้อไม่ทัน
ผู้ประกอบการก็จะรู้ว่า ควรจะต้องมีระบบบริหารอย่างจริงจัง
เพราะเศรษฐกิจเปลี่ยนไปไว การตัดสินใจของเรา เช่น ถ้าเราขายลดราคา เราจะมีกำไรจริงหรือเปล่า ?
ทำให้เราต้องมีข้อมูลเพื่อตัดสินใจให้ทันทุกเหตุการณ์
คุณอุษา จิรอนันตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซอฟท์เพาเวอร์ ไอที จำกัด
ได้พูดในรายการ SNAPSHOT ลงทุนแมน ตอนล่าสุด ซึ่งเต็มไปด้วยอินไซต์ และเบื้องหลังทางธุรกิจมากมาย ที่น่าสนใจ
ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน ระบบหลังบ้านถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ แต่หลาย ๆ คนก็ยังสงสัยว่า มันคืออะไร แล้วลงทุนไปจะคุ้มหรือเปล่า ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
มาที่คำถามแรก ระบบ ERP คืออะไร ?
คุณอุษา เล่าว่า ERP หรือ Enterprise Resource Planning จะช่วยในเรื่องความละเอียดของข้อมูล และความต่อเนื่องด้าน Operation
อย่างในคลัง เราก็จะมีการวางระบบเรื่องบาร์โคด In-Out เพื่อสามารถควบคุม Serial Number หรือ Batch ได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างในสมัยก่อน เราจะเห็นโปรแกรมบัญชี เพื่อแค่ปิดงบ และยื่นภาษีแค่นั้น
แต่หลัง ๆ มานี้ เริ่มมีความต้องการด้านข้อมูล เนื่องจากเศรษฐกิจเปลี่ยนไปไว ซึ่งถ้าเราไม่มีข้อมูล ก็จะทำให้ตัดสินใจได้ลำบาก ซึ่งมันจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ครบ
การลงทุนใน ERP เป็นค่าใช้จ่ายที่สูง แล้วคุ้มค่าที่จะจ่ายไหม ?
คุณอุษา เล่าว่าถ้าธุรกิจเพิ่งเริ่ม ก็มี Software เล็ก ๆ เพื่อรองรับ แต่ถ้าธุรกิจโต Transaction ไหลเข้ามาเยอะ การจัดการเริ่มผิดพลาด หรือมีความต้องการในส่วนของข้อมูลมากขึ้น ผู้ประกอบการก็จะรู้ว่า ควรที่จะมีระบบหลังบ้านอย่างจริงจัง
ส่วนเราทำแบบ SAP Business One โดยมูลค่าพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท แต่อาจไปถึง 5 ล้านบาท เนื่องจากเรามี Solution ที่หลากหลาย และมีตัวเลือกให้ลูกค้าได้เลือก
โดยปัจจุบันเรามีลูกค้า 3 กลุ่ม
1. ผู้ประกอบการใหม่ที่ตั้งใจลงระบบเลย
2. ผู้ประกอบการที่รับช่วงต่อมาจากรุ่นพ่อแม่ที่ใช้โปรแกรมเก่ามา 10 ปี แล้วต้องการปรับปรุงในเรื่องของระบบให้สามารถตอบโจทย์ในเรื่องข้อมูล
3. เป็นบริษัทรายใหญ่รายได้ 1,000-2,000 ล้านบาท แล้ว Scale Down เพื่อลดต้นทุน
ซึ่งถ้าลูกค้าอยากจะเปลี่ยนระบบ ทาง SoftPower IT ก็มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยให้คำปรึกษาและแนะนำการทำงานในระบบ SAP Business One ให้
ส่วนตัวอย่างลูกค้ารายใหญ่ของเรา ก็เช่น โรงงานผลิตขนมเจ้าหนึ่ง ซึ่งเขาจะมี Distribution หลายช่องทาง
ที่เขาเลือกเรา เพราะเราสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อส่ง Demand ไปที่ Warehouse หลัก และทำใบส่งของควบคู่ให้กับทุก Invoice เพื่อให้เขาสามารถส่งในทุกช่องทางของเขาได้ ซึ่งเราก็จะลดข้อจำกัดในการดำเนินงาน ให้ทำงานได้ Flow มากยิ่งขึ้น
แล้วทั่วโลก มีบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการระบบ ERP เยอะขนาดไหน ?
คุณอุษา เล่าว่าจากประสบการณ์ สมัยก่อนเจ้าใหญ่กับเจ้าเล็กจะไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แต่สมัยนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า Software ตัวไหนสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่ากัน
แล้วในประเทศไทย บริษัทที่เป็นผู้ให้บริการ SAP มีมากน้อยแค่ไหน ?
คุณอุษา เล่าว่า SAP เมืองไทยทำการตลาดอยู่ 2 ตัว เรียกว่า SAP S/4HANA กับ SAP Business One
โดยเราทำ SAP Business One แค่ตัวเดียว เพราะว่าเรามีความเชี่ยวชาญสูง ซึ่งตัว SAP Business One ในไทยจะมีพาร์ตเนอร์อยู่ประมาณ 25 ราย
โดยเราจะเด่นด้านทั่วไป, E-Commerce, Production แล้วก็งานที่เป็น Interface หลังบ้าน
ตอนนี้เรามีลูกค้า 100 กว่าราย ซึ่งสะสมมานานกว่า 14 ปี ส่วนลูกค้าก็อยู่มาต่อเนื่องกับเราถึงปัจจุบัน
บวกกับตัว SAP Business One เหมาะกับธุรกิจที่ไม่เล็ก-ไม่ใหญ่จนเกินไป ซึ่งลูกค้าจะเห็นผลเรื่อง Cost of Investment ได้ง่าย
แล้วตัวโปรแกรมสามารถเชื่อมโยงระหว่างระบบ ต่อยอดไอเดียกับผู้ประกอบการได้ดี ซึ่งเราดูแลมามากกว่า 10 ปี มันมีความเสถียร ทำให้เรามั่นใจว่าสามารถดูแลได้อย่างยาวนาน ลูกค้าก็สบายใจ
และอีกข้อดีของ SAP Business One คือการ Reconcile ข้อมูล การออกงบ และการบันทึกบัญชีต่าง ๆ ซึ่งทำได้ดีมาก และสุดท้ายเงินลงทุนไม่สูงด้วย
และแล้วก็มาถึงคำถามสำคัญที่ว่า
ทำไมถึงต้องเลือก SoftPower IT ?
คุณอุษา บอกว่า
1. เราเด่นในด้านการ Support ซึ่งตรงนี้เจ้าอื่นไม่ค่อยให้ความสำคัญ เพราะว่าเหมือนขายจบปิดรายได้ไปแล้ว ต่างจากเรา เนื่องจากลูกค้าจะอยู่กับเรานาน
2. เราทำแค่ SAP Business One ตัวเดียว ซึ่งเรามีความเชี่ยวชาญสูง และก็มี Project เพิ่มขึ้นในลูกค้ารายเดิม ซึ่งส่วนนี้เหมือน Add-On Service
ซึ่งค่า Maintenance เราคิดอยู่เพียงแค่ 18% ของ License ซึ่งถูกกว่า Subscription
สุดท้าย มาถึงคำถามที่ว่า..
การเติบโตในอนาคต SoftPower IT จะดำเนินไปด้วยกลยุทธ์แบบไหน ?
คุณอุษา เล่าว่า Direction ของบริษัทคือ กลุ่มลูกค้าที่เป็น Production และที่คิดจะทำคือการ Report เพื่อผู้บริหาร เพื่อช่วยผู้ประกอบการเวลาที่คิดไม่ออกว่าจะต้องดูอะไร
ซึ่งเราใช้จากประสบการณ์มาทำเป็นแบบชุดเบื้องต้นให้ผู้บริหารดูว่า ควรดูประมาณนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2025 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon