
วัดความสำเร็จธุรกิจ SME ด้วย 5 ตัวชี้วัดทางการเงินที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้
ข่าวประชาสัมพันธ์..
วัดความสำเร็จธุรกิจด้วย 5 ตัวชี้วัดสำคัญ
บทความนี้อยากชวนเจ้าของธุรกิจ B2B มาทำความเข้าใจตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญ 5 ตัว ซึ่งเป็นตัวเลขพื้นฐานที่ช่วยสะท้อนสุขภาพของธุรกิจได้จริง หากคุณติดตามตัวเลขเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง คุณจะเริ่มมองเห็นทิศทางธุรกิจชัดขึ้น และตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นจากข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก

1. รายได้ (Revenue Growth Rate)
ตัวเลขนี้คืออะไร
• อัตราการเติบโตของรายได้ เทียบเดือนต่อเดือน หรือปีต่อปี
• อัตราการเติบโตของรายได้ เทียบเดือนต่อเดือน หรือปีต่อปี
ดูแล้วได้อะไร
• รู้ว่าธุรกิจกำลังโต ชะลอหรือเริ่มถอย (รู้จริงไม่ใช่เดา หรือคาดการณ์เอาเอง)
• แยกให้ออกว่า “รายได้เพิ่มเพราะลูกค้าใหม่” หรือ “เพราะขายลูกค้าเดิมได้มากขึ้น”
• รู้ว่าธุรกิจกำลังโต ชะลอหรือเริ่มถอย (รู้จริงไม่ใช่เดา หรือคาดการณ์เอาเอง)
• แยกให้ออกว่า “รายได้เพิ่มเพราะลูกค้าใหม่” หรือ “เพราะขายลูกค้าเดิมได้มากขึ้น”
ควรดูเปรียบเทียบกับอะไร
• เป้ารายได้ที่ตั้งไว้
• เดือนก่อน / ไตรมาสก่อน
•โครงสร้างรายได้ (ลูกค้าใหม่ vs ลูกค้าเดิม)
• เป้ารายได้ที่ตั้งไว้
• เดือนก่อน / ไตรมาสก่อน
•โครงสร้างรายได้ (ลูกค้าใหม่ vs ลูกค้าเดิม)
ถ้าจะปรับปรุง ต้องพิจารณาอะไรต่อ
• Funnel การขายมีคอขวดตรงไหน
• ราคาแพ็กเกจเหมาะกับตลาดหรือไม่
• ทีมขาย/ทีมให้บริการรองรับงานเพิ่มได้แค่ไหน
• Funnel การขายมีคอขวดตรงไหน
• ราคาแพ็กเกจเหมาะกับตลาดหรือไม่
• ทีมขาย/ทีมให้บริการรองรับงานเพิ่มได้แค่ไหน
2. อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin)
ตัวเลขนี้คืออะไร
• รายได้หลังหักต้นทุนตรงของการให้บริการ เช่น ค่าแรงทีม, ค่าเครื่องมือ, ค่า Subcontract
• รายได้หลังหักต้นทุนตรงของการให้บริการ เช่น ค่าแรงทีม, ค่าเครื่องมือ, ค่า Subcontract
ดูแล้วได้อะไร
• รู้ว่ารายได้ที่ได้มา “คุ้มแรง” หรือไม่
• แยกธุรกิจที่ขายเยอะแต่เหนื่อย กับธุรกิจที่ขายน้อยแต่กำไรดี
• รู้ว่ารายได้ที่ได้มา “คุ้มแรง” หรือไม่
• แยกธุรกิจที่ขายเยอะแต่เหนื่อย กับธุรกิจที่ขายน้อยแต่กำไรดี
ควรดูเปรียบเทียบกับอะไร
• เป้ากำไรขั้นต้นของธุรกิจ
• บริการ/แพ็กเกจแต่ละประเภท
• เดือนก่อน (เพื่อดูว่าต้นทุนแอบบานหรือไม่)
• เป้ากำไรขั้นต้นของธุรกิจ
• บริการ/แพ็กเกจแต่ละประเภท
• เดือนก่อน (เพื่อดูว่าต้นทุนแอบบานหรือไม่)
ถ้าจะปรับปรุง ต้องพิจารณาอะไรต่อ
• โครงสร้างราคายังสะท้อนต้นทุนจริงไหม
• งานไหนกินเวลาทีมมากเกินไป
• ควรปรับขอบเขตงาน (Scope) หรือไม่
• โครงสร้างราคายังสะท้อนต้นทุนจริงไหม
• งานไหนกินเวลาทีมมากเกินไป
• ควรปรับขอบเขตงาน (Scope) หรือไม่
3. ต้นทุนหาลูกค้า (CAC – Customer Acquisition Cost)
ตัวเลขนี้คืออะไร
• ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการหาลูกค้าใหม่ 1 ราย เช่น ค่าโฆษณา เงินเดือนเซลส์ ค่าเครื่องมือขาย
• ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการหาลูกค้าใหม่ 1 ราย เช่น ค่าโฆษณา เงินเดือนเซลส์ ค่าเครื่องมือขาย
ดูแล้วได้อะไร
• รู้ว่าการหาลูกค้า “แพงเกินไปไหม”
• ช่วยตัดสินใจว่าควรทุ่มงบการตลาดเพิ่มหรือหยุด
• รู้ว่าการหาลูกค้า “แพงเกินไปไหม”
• ช่วยตัดสินใจว่าควรทุ่มงบการตลาดเพิ่มหรือหยุด
ควรดูเปรียบเทียบกับอะไร
• ค่า CAC เป้าหมาย
• เดือนก่อน / แคมเปญก่อน
• เทียบกับมูลค่าลูกค้า (LTV)
• ค่า CAC เป้าหมาย
• เดือนก่อน / แคมเปญก่อน
• เทียบกับมูลค่าลูกค้า (LTV)
ถ้าจะปรับปรุง ต้องพิจารณาอะไรต่อ
• ช่องทางไหนได้ลูกค้าคุณภาพที่สุด
• ระยะเวลาปิดการขาย (Sales Cycle) นานเกินไปหรือไม่
• ทีมขายใช้เวลาถูกจุดหรือไม่
• ช่องทางไหนได้ลูกค้าคุณภาพที่สุด
• ระยะเวลาปิดการขาย (Sales Cycle) นานเกินไปหรือไม่
• ทีมขายใช้เวลาถูกจุดหรือไม่
4. มูลค่าลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน (LTV – Lifetime Value)
ตัวเลขนี้คืออะไร
• รายได้รวมที่คาดว่าจะได้จากลูกค้า 1 ราย ตลอดความสัมพันธ์
• รายได้รวมที่คาดว่าจะได้จากลูกค้า 1 ราย ตลอดความสัมพันธ์
ดูแล้วได้อะไร
• รู้ว่าลูกค้าแบบไหน “ควรรักษาไว้ที่สุด”
• ใช้ตัดสินใจได้ว่ารับ CAC ได้สูงแค่ไหน
• รู้ว่าลูกค้าแบบไหน “ควรรักษาไว้ที่สุด”
• ใช้ตัดสินใจได้ว่ารับ CAC ได้สูงแค่ไหน
ควรดูเปรียบเทียบกับอะไร
• CAC (หลักง่าย ๆ: LTV ควรสูงกว่า CAC อย่างมีนัยสำคัญ)
• ลูกค้าแต่ละกลุ่ม / แต่ละแพ็กเกจ
• CAC (หลักง่าย ๆ: LTV ควรสูงกว่า CAC อย่างมีนัยสำคัญ)
• ลูกค้าแต่ละกลุ่ม / แต่ละแพ็กเกจ
ถ้าจะปรับปรุง ต้องพิจารณาอะไรต่อ
• การต่อสัญญา (Retention)
• การขายบริการเสริม (Upsell / Cross-sell)
• ประสบการณ์ลูกค้าและคุณค่าที่ส่งมอบ
• การต่อสัญญา (Retention)
• การขายบริการเสริม (Upsell / Cross-sell)
• ประสบการณ์ลูกค้าและคุณค่าที่ส่งมอบ
5. กระแสเงินสดสุทธิ (Net Cash Flow)
ตัวเลขนี้คืออะไร
• เงินสดเข้า – เงินสดออก ในแต่ละเดือน
• เงินสดเข้า – เงินสดออก ในแต่ละเดือน
ดูแล้วได้อะไร
• รู้ว่าธุรกิจ “อยู่รอดได้จริงไหม” แม้กำไรบนกระดาษจะดี
• ป้องกันปัญหาเงินขาดมือแบบไม่รู้ตัว
• รู้ว่าธุรกิจ “อยู่รอดได้จริงไหม” แม้กำไรบนกระดาษจะดี
• ป้องกันปัญหาเงินขาดมือแบบไม่รู้ตัว
ควรดูเปรียบเทียบกับอะไร
• เดือนก่อน
• แผนเงินสดที่คาดการณ์ไว้
• ภาระค่าใช้จ่ายประจำ
• เดือนก่อน
• แผนเงินสดที่คาดการณ์ไว้
• ภาระค่าใช้จ่ายประจำ
ถ้าจะปรับปรุง ต้องพิจารณาอะไรต่อ
• เงื่อนไขการเก็บเงินลูกค้า (เครดิตเทอม)
• การวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
• เงินสำรองฉุกเฉินของธุรกิจ
• เงื่อนไขการเก็บเงินลูกค้า (เครดิตเทอม)
• การวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
• เงินสำรองฉุกเฉินของธุรกิจ
สำหรับเจ้าของธุรกิจ B2B ตัวเลขทั้ง 5 นี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนรายงาน แต่คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณมองธุรกิจได้ชัดขึ้น ว่าการเติบโตที่เกิดขึ้นแข็งแรงจริงหรือเป็นเพียงภาพลวงตา ช่วยตอบได้ว่าควรเดินหน้าขยายต่อหรือควรชะลอเพื่อจัดระเบียบภายใน รวมถึงช่วยตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลว่าจะเพิ่มงบการขาย หรือควรกลับมาปรับโครงสร้างการทำงานก่อน เมื่อคุณติดตามตัวเลขเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ และรู้จักเปรียบเทียบกับเป้าหมายและอดีต การตัดสินใจทางธุรกิจจะไม่ต้องอาศัยความรู้สึกหรือสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว แต่มีข้อมูลรองรับทุกก้าวที่เลือกเดิน
---------------
ทดลองใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ 30 วันฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
ผู้ใช้งานกว่า 30,000 กิจการทั่วประเทศไว้วางใจ ดูตารางเปรียบเทียบเพิ่มเติม!
