ก.ล.ต. กางแผนปี 2569 บัญชี TISA มาแน่ และจะมีการกำกับดูแล ผู้สอบทานคุณภาพงานสอบบัญชี

ก.ล.ต. กางแผนปี 2569 บัญชี TISA มาแน่ และจะมีการกำกับดูแล ผู้สอบทานคุณภาพงานสอบบัญชี

สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (พ.ศ. 2569 - 2571) ภายใต้แนวคิด “Building Trust, Powering Growth” มุ่งเป้าหมายสำคัญ 5 ด้าน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุน เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ผ่านกลไกหลัก อย่างการยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย การส่งเสริมนวัตกรรม และการสร้างความยั่งยืน
1. ภาพรวมยุทธศาสตร์
ทิศทางการขับเคลื่อนองค์กร สำนักงาน ก.ล.ต. เปรียบเทียบการทำงานเหมือน "การขับรถ" เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายระยะ 3 ปี โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
- กระจกหลัง (สิ่งที่ทำผ่านมา)
มองย้อนกลับไปเพื่อต่อยอดสิ่งที่ทำได้ดี และแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
- กระจกข้าง (บริบทและคู่แข่ง)
ต้องมองสภาพแวดล้อมรอบตัว ทั้งคู่แข่งและเพื่อนร่วมทาง (Stakeholders)
รวมถึงเทรนด์โลก ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ที่ผันผวน, เทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ลงทุน และรูปแบบธุรกิจ, สังคมสูงวัย
- เป้าหมายข้างหน้า
มุ่งเน้น 2 เป้าหมายหลัก คือ Building Trust สร้างความเชื่อมั่นในการกำกับดูแล และ Powering Growth เพราะตลาดทุนต้องเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
2. การระดมทุนและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- ปฏิรูปกระบวนการ IPO
โดย ก.ล.ต. มีแผนลดกฎเกณฑ์ที่ใช้ "ดุลพินิจ" ของเจ้าหน้าที่ลง และเพิ่มน้ำหนักที่การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure-based) ให้มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจด้วยตนเอง รวมถึงการดึงดูด "Quality Demand" หรือนักลงทุนระยะยาวเข้าสู่ตลาด เพื่อลดความผันผวน
- ยกระดับสู่เวทีสากล
ก.ล.ต. กำลังดำเนินการเพื่อเข้าเป็นภาคีใน IAIR (International Forum of Independent Audit Regulators) ซึ่งเป็นเวทีสากลของผู้กำกับดูแลการสอบบัญชี การเข้าเป็นสมาชิก จะช่วยยืนยันว่ามาตรฐานการสอบบัญชีไทย เป็นที่ยอมรับระดับโลก สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ
- SMEs และ Startups
แก้ปัญหาการเข้าถึงเงินทุนโดยเน้นบทบาทของ Private Equity (PE) และ Venture Capital (VC) ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ โดย ก.ล.ต. จะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กลุ่มนี้ลงทุนได้ง่ายขึ้น และเพิ่มรอบการลงทุนได้มากขึ้น
- Soft Power และ Intellectual Property
ส่งเสริมการแปลงสินทรัพย์ทางปัญญา (IP) ให้เป็นทุน ผ่าน Investment Token ซึ่งได้มีการอนุมัติไปแล้วบางโครงการ และกำลังขยายผลไปยังสินทรัพย์รูปแบบใหม่ ๆ
3. นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยี
- ผลิตภัณฑ์ใหม่
ขยายขอบเขตจาก Investment Token ไปสู่ Green Token, Bond Token (หุ้นกู้โทเคน) และ Unit Trust Token (หน่วยลงทุนโทเคน)
และพัฒนาตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตทั้งแบบ Spot และ Futures รวมถึง Tokenized Carbon Credit
- เปิด Sandbox ให้ทดลองออก Bond Token เพื่อหาข้อติดขัดทางกฎหมาย และสร้างมาตรฐานให้สินทรัพย์ดิจิทัล สามารถแลกเปลี่ยนข้ามแพลตฟอร์มได้
- ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยใน CBDC Sandbox เพื่อให้เกิด Atomic Swap คือการแลกเปลี่ยน "ของ" (Tokenized Asset) กับ "เงิน" (Digital Currency) ได้ทันทีผ่าน Smart Contract ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงคู่สัญญา (Settlement Risk) และทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- Crypto ETF ซึ่งกำลังยกร่างเกณฑ์เพื่อให้ บลจ. สามารถออกกองทุน ETF ที่ลงทุนในคริปโทฯ ได้ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้ผู้ลงทุนกระจายความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องเก็บรักษาเหรียญเอง (ลดความเสี่ยงเรื่อง Wallet หายหรือถูกแฮก)
- Crypto Futures เสนอให้สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นสินค้าอ้างอิงในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยง
- ก.ล.ต. มองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ทางเลือก ที่ควรใช้จัดพอร์ตการลงทุน (เช่น 4-5% ของพอร์ต) ไม่ใช่การเก็งกำไรแบบ "หมดหน้าตัก"
4. การกำกับดูแลและความน่าเชื่อถือ
โดยมีการยกระดับ Gatekeeper (ผู้กลั่นกรอง) ทั้ง
- ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA)
ร่วมมือกับชมรมวาณิชธนกิจ ทบทวนมาตรฐานวิชาชีพ และพิจารณาให้มีการทำ Product Screening แม้จะเป็นการขายหุ้นกู้ให้รายใหญ่ (High Net Worth) ก็ต้องมีการคัดกรองคุณภาพสินค้าก่อนขาย
- ผู้สอบบัญชี
ยกระดับ Audit Quality ผ่านการทำงานของ Engagement Quality Reviewer (EQR) โดยจะมีการกำกับดูแล EQR หรือผู้สอบทานคุณภาพงานสอบบัญชี ซึ่งเปรียบเสมือนด่านป้องกันข้อบกพร่องทางบัญชี
ทั้งนี้ EQR คือ ผู้สอบทานคุณภาพงานสอบบัญชี ซึ่งเป็นบุคคล (อาจเป็นหุ้นส่วนในสำนักงาน ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลภายนอก) ที่สำนักงานแต่งตั้งให้มาตรวจสอบคุณภาพงานของผู้สอบบัญชี เพื่อให้มั่นใจว่า การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและข้อกำหนดทางกฎหมาย
- ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Audit)
จะมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบภายในของบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในบริษัทเอง
สำหรับเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย
ก.ล.ต. มีปรับโครงสร้างการทำงานให้รวดเร็วและไร้รอยต่อ
และยืนยันว่าไม่ได้ทำงานล่าช้าหรือซ้ำซาก แต่เน้นการลงโทษให้ผู้กระทำผิดต้องชดใช้ รวมถึงใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยจับผิดพฤติกรรม
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยืนยันว่า Naked Short ผิดกฎหมาย
ส่วนการ Short Sell ปกติ ได้เพิ่มมาตรการเช่น Minimum Resting Time เพื่อชะลอคำสั่งซื้อขายไม่ให้เร็วเกินไป และตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
5. การคุ้มครองผู้ลงทุนและปราบปรามภัยกลโกง
ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทย มีความเสียหายจากการหลอกลงทุนสูงถึง 7,246 ล้านบาท
ทำให้ ก.ล.ต. ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อลดความเสียหาย
- การปิดกั้นและจับกุม
ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอย่าง Meta (Facebook), Line, TikTok เพื่อปิดกั้นเนื้อหาหลอกลวง (ปิดไปแล้วกว่า 3,700 ครั้ง) และใช้เทคโนโลยี "Switch Scam" ของ Meta ช่วยตรวจจับ
- การให้ความรู้ โดยเข้าถึงประชาชนกว่า 37 ล้านครั้ง และดึง Influencer ที่มีผู้ติดตามรวม 28 ล้านคน มาช่วยกระจายความรู้ที่ถูกต้อง
- FinFluencer vs Advisor
ก.ล.ต. จะแบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง (ไม่ต้องมีใบอนุญาต) กับผู้แนะนำการลงทุนที่ชี้ช่องเจาะจง (ต้องมีใบอนุญาต) เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
6. การส่งเสริมสุขภาพทางการเงิน
- โครงการ Open Data ที่ร่วมมือกับ ตลท., คปภ. และ ธปท. เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้ผู้ลงทุนเห็นภาพรวมสินทรัพย์ของตนเองได้ครบทุกที่ (Cross-sector) เช่น รวมข้อมูลกองทุนลดหย่อนภาษี (LTF/RMF/SSF) จากทุก บลจ. มาแสดงผลที่เดียว เพื่อให้วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น
- บัญชีเงินออม TISA
ยังผลักดันบัญชีการออมส่วนบุคคลเพื่อการเกษียณ ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานการออมระยะยาวของประเทศ
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
เปลี่ยนจากเน้นปริมาณ มาเป็นเน้น "คุณภาพ" โดยกำหนดให้ใบแจ้งยอด (Statement) ต้องแสดงข้อมูล Retirement Projection หรือประมาณการเงินเกษียณ
แสดงให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ละคนเห็นว่า ถ้าลงทุนทุกเดือนตามแผนที่เลือกไว้ ตอนเกษียณ จะมีประมาณเท่าไร เพื่อให้ลูกจ้างรู้ตัวว่า เงินจะพอใช้หลังเกษียณหรือไม่
- ธรรมาภิบาลของ บลจ.
ส่งเสริมให้นักลงทุนเลือกกองทุนโดยดูธรรมาภิบาลของ บลจ. ด้วย เช่น ระบบควบคุมภายใน, การบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่ดูแค่ผลตอบแทน (Return) อย่างเดียว

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon