“ความเสี่ยงของคนแข็งแรง” บทเรียนราคา 1,000,000 บาท ที่เปลี่ยนชีวิตเราได้ในคืนเดียว

“ความเสี่ยงของคนแข็งแรง” บทเรียนราคา 1,000,000 บาท ที่เปลี่ยนชีวิตเราได้ในคืนเดียว

“ความเสี่ยงของคนแข็งแรง” บทเรียนราคา 1,000,000 บาท ที่เปลี่ยนชีวิตเราได้ในคืนเดียว /โดย ลงทุนแมน
ออกกำลังกายทุกวัน กินอาหารคลีน เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ร่างกายก็แข็งแรงดี แล้วจะซื้อประกันสุขภาพทำไมให้เปลืองเงิน
หลายคนน่าจะเคยมีความคิดแบบนี้ แต่ในทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม เราเรียกสิ่งนี้ว่า “Optimism Bias” หรือภาวะที่มองโลกในแง่ดีเกินไป
โดยเชื่อว่าเรื่องร้าย ๆ จะไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง
ซึ่งเป็นการมองข้ามความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่อย่างร้ายแรง
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง
หนึ่งในความเสี่ยงทางการเงินที่น่ากลัวที่สุด
ก็คืออยู่ดี ๆ ก็มีค่าใช้จ่ายจำเป็น ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ อย่างเช่นโรคมะเร็ง
แล้วเราจะบริหารความเสี่ยงนี้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายคนตรวจสุขภาพมาทุกปี มีสุขภาพดีในทุกด้าน ไม่เคยเจอโรคภัยอะไรที่เลวร้ายเกินกว่าจะรับมือไหว
ด้วยความมั่นใจแบบนี้ ทำให้มีมุมมองว่า การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ เป็นรายจ่ายที่สิ้นเปลือง และไม่คุ้มค่า เพราะจ่ายทิ้งไปเปล่า ๆ โดยไม่เคยได้เคลมอะไร
แต่ตลกร้ายคือ มีโรคที่เรารู้จักกันดีคือ มะเร็ง ที่ไม่ว่าใครก็มีโอกาสเป็นได้ทั้งนั้น รวมถึงคนที่มีวินัยดี ดูแลรักษาสุขภาพมาตลอด
นอกจากอาการเจ็บป่วยแล้ว ค่ารักษาพยาบาล ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่มาพร้อมกับโรคมะเร็ง
ผู้ป่วยโรคมะเร็งในหลาย ๆ เคส มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ตกเดือนละประมาณ 100,000-200,000 บาท ยังไม่นับรวมค่าผ่าตัด และค่าห้องพักฟื้น
เบ็ดเสร็จแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นทะลุ 1,000,000 บาท ไปอย่างรวดเร็ว
การที่ต้องควักเงินก้อนนี้ออกมาจ่ายค่ารักษา ในมุมมองของการลงทุน มันจึงเป็นการ “ขาดทุน” ของชีวิตอย่างรุนแรง
เพราะเงินก้อน ที่ควรจะสร้างผลตอบแทนไว้เผื่อชีวิตยามเกษียณหรือโปรเจกต์อื่น ๆ กลับกลายเป็นศูนย์ ในชั่วข้ามคืน..
ซึ่งเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นความจริงที่โหดร้าย 2 อย่าง
1. สุขภาพ คือความเสี่ยงที่ “ควบคุมไม่ได้ 100%” เพราะต่อให้เราดูแลตัวเองดีแค่ไหน แต่โรคร้ายมักมาในรูปแบบของ “Black Swan” ที่เราคาดไม่ถึงเสมอ
2. เรากำลังสู้กับ “Medical Inflation” เพราะเทคโนโลยีการรักษาที่ก้าวหน้า มักมาพร้อมกับราคาที่ก้าวกระโดด เงินสดที่เราเก็บไว้รักษาตัวในวันนี้ อาจจะมีมูลค่าไม่เพียงพอ สำหรับค่ารักษาจริงหน้างาน
การบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุด จึงไม่ใช่การแบกรับความเสี่ยงไว้เอง
แต่คือการโอนย้ายความเสี่ยง เปรียบเหมือนการตั้ง Stop Loss ให้กับค่าใช้จ่าย โดยยอมจ่ายเงินก้อนเล็กที่แน่นอน เพื่อปกป้องเงินก้อนใหญ่ไม่ให้หายไป
และถ้าหากไม่อยากให้เงินเก็บทั้งชีวิต หายไปกับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หนึ่งในเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ที่น่าสนใจคือ “ประกันมะเร็งเงินล้าน” จาก ลงทุนแมน PROTECT x TISCO Insure
โดยความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์นี้ คือการออกแบบมาเพื่อปิดช่องโหว่ทางการเงินโดยเฉพาะ
1. โมเดล “เจอปุ๊บจ่ายปั๊บ” รับเงินก้อนทันที 500,000 บาท หากตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็ง
ซึ่งข้อดีของเงินก้อนคือ “ความยืดหยุ่น” โดยเราสามารถนำเงินนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายไหนก็ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายในครอบครัว ในช่วงที่ต้องหยุดงานรักษาตัว
และยังมีการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากโรคมะเร็ง เช่น ค่าผ่าตัด เคมีบำบัด และการฉายแสง สูงสุดถึง 1,000,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีความคุ้มครองเพิ่มเติม หากตรวจเจอ “มะเร็งเฉพาะเพศ” เช่น ต่อมลูกหมาก, เต้านม, ปากมดลูก
ก็จะได้รับเงินเพิ่ม Top-Up อีกต่างหาก
2. แก้ Pain Point เรื่อง “เบี้ยเพิ่มตามอายุ” เพราะปกติแล้ว ประกันสุขภาพนั้น หากเรายิ่งแก่ เบี้ยจะยิ่งแพงแบบก้าวกระโดด
แต่สำหรับประกันมะเร็งเงินล้านนี้ “เบี้ยคงที่” ตั้งแต่เริ่มทำประกันภัย ไม่เพิ่มตามอายุที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้เราวางแผนการเงินระยะยาวได้ง่าย ไม่ต้องกังวลว่าตอนเกษียณจะไม่มีเงินจ่ายเบี้ย
3. เข้าถึงง่าย ด้วยต้นทุนหลักสิบ โดยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละไม่ถึง 14 บาท ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับการคุ้มครองความมั่งคั่งหลักล้าน
และที่สำคัญ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงแค่ตอบคำถามสุขภาพสั้น ๆ 5 ข้อ ก็สามารถสมัครได้เลย..
จากเห็นว่า หนึ่งในการลงทุนที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การหาหุ้นที่กำไร 10 เด้งเสมอไป แต่คือการป้องกัน ไม่ให้เงินต้นของเราหายไป จนเหลือศูนย์ทั้งที่เราสามารถป้องกันได้
อย่ารอให้โรคร้าย มาเคาะประตูหน้าบ้าน แล้วค่อยเห็นความสำคัญ ของสิ่งที่เรียกว่า “ประกัน”
เพราะถึงวันนั้น.. ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน เราก็ไม่อาจซื้อ “โอกาส” ที่จะกลับมาวางแผนใหม่ ได้อีกแล้ว..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon