ทำไม “ออสเตรเลีย” ประเทศที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ถึงเป็นโอกาสธุรกิจของ BDMS Wellness Clinic

ทำไม “ออสเตรเลีย” ประเทศที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ถึงเป็นโอกาสธุรกิจของ BDMS Wellness Clinic

ทำไม “ออสเตรเลีย” ประเทศที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ถึงเป็นโอกาสธุรกิจของ BDMS Wellness Clinic / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x BDMS Wellness Clinic
รู้หรือไม่ ในปี 2024 เศรษฐกิจสุขภาพ หรือ Wellness Economy ของประเทศไทยมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 9 ในเอเชียแปซิฟิก โดยมีมูลค่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
“เป้าหมายของเราคือการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ระดับโลก”
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ หมอแอมป์ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) บอกถึงเป้าหมายการสร้างเศรษฐกิจสุขภาพประเทศไทยให้กลายเป็น Top of Mind ของคนทั่วโลก
ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา นอกจาก BDMS Wellness Clinic จะร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐมากมายสร้าง Wellness Ecosystem ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งตอบโจทย์คนดูแลสุขภาพในมิติที่หลากหลาย
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการขยายเครือข่ายธุรกิจสุขภาพไปยังทั่วโลก อย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมและชัดเจนคือ การบุกประเทศแถบตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง เช่น ซาอุดีอาระเบีย, UAE, โอมาน
จนมาถึงจุดหมายล่าสุดคือ “ออสเตรเลีย”
เมื่อทาง BDMS Wellness Clinic ได้รับเกียรติจากคุณนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เป็นประธานเปิดงานบรรยายหัวข้อ “Wellness Hub Thailand: The Future of Global Wellness” ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและภาคธุรกิจต่าง ๆ มากมาย
ใครจะคิดว่า “ออสเตรเลีย” ประเทศที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกกำลังเจอความท้าทายในเรื่องสุขภาพประชากร
เรื่องราวทั้งหมดน่าสนใจแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
แม้ “ออสเตรเลีย” จะมีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่ง ระบบสาธารณสุขที่ดี การแพทย์มีมาตรฐานสูงระดับโลก ทำให้ประชาชนเข้าถึงอาหาร เทคโนโลยี บริการทางการแพทย์ทั่วถึง
แต่ท่ามกลางความมั่นคงในคุณภาพชีวิตเหล่านี้ ประชากรในประเทศกลับต้องเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพ ที่เป็นภัยเงียบที่นับวันเริ่มส่งเสียงดังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อองค์การอนามัยโลก หรือ WHO รายงานว่าในปี 2025 ประชากรในออสเตรเลียสูงถึง 90% ที่เสียชีวิต มาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นอันดับหนึ่งของสาเหตุการเสียชีวิต ตามมาด้วยโรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งปอด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นต้น
หากลงลึกข้อมูลไปอีกจะพบว่าประชากรชาวออสเตรเลียกว่า 66.5% หรือราว 17,263,400 คน กำลังเผชิญกับภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ที่เป็นปัจจัยเริ่มต้นในการป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs
โจทย์คือ หากอยากลดจำนวนการเสียชีวิตของประชากร ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
ทำให้รัฐบาลในประเทศออสเตรเลีย ต้องประกาศใช้นโยบาย National Preventive Health Strategy 2021-2030 ที่จะเป็นการปรับทิศทางระบบสาธารณสุข จากเดิมจะเป็นการรักษาเมื่อเกิดอาการป่วย เปลี่ยนเป็นการป้องกันเชิงรุก เพื่อหลีกเลี่ยงทุกปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
เช่น ส่งเสริมให้ประชากรออกกำลังกาย, รณรงค์เลิกสูบบุหรี่, ควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์, ตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง, ดูแลสุขภาพจิต เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์ National Obesity Strategy 2022-2032 แผนปฏิบัติการเฉพาะด้านที่จัดการปัญหาโรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังนั่นเอง
การขยายความร่วมมือของ BDMS Wellness Clinic ด้วยวิธีแบ่งปันความรู้ด้านสุขภาพเชิงป้องกันให้กับประชากรออสเตรเลีย นอกจากเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศที่น่าจับตามองว่าในอนาคตอันใกล้ อาจได้เห็น BDMS Wellness Clinic ขยายเครือข่ายธุรกิจมายังประเทศออสเตรเลีย ผ่านโมเดล Wellness Ecosystem ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในมิติที่หลากหลาย
ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ Brand Awareness
เพราะทุก ๆ ครั้งที่ BDMS Wellness Clinic รุกไปยังต่างประเทศ ได้สร้างภาพจำให้กับชาวต่างชาติว่าหากต้องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness Tourism ประเทศไทยคือหนึ่งใน Destination อันดับต้น ๆ ของโลกที่ใครต่างยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางการแพทย์เชิงป้องกันสุขภาพ มาตรฐานสากล มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและอาหารไทยอร่อยถูกปาก
ทำให้อุตสาหกรรม “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ในประเทศไทย เติบโตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมกับสร้างรายได้กระจายไปยังธุรกิจสุขภาพอื่นที่อยู่ใน Wellness Ecosystem เช่น สปา, ฟิตเนสและกิจกรรมทางกาย, อาหารเพื่อสุขภาพ, การแพทย์แผนไทย, อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาพ เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า นอกจากจะเป็นอุตสาหกรรม ที่สร้าง Brand Image ที่ดีให้แก่ประเทศแล้วนั้น ยังสร้างมูลค่าเพิ่มไปยังธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยหัวใจหลักมาจากความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และชุมชนท้องถิ่น ที่ช่วยกันสร้าง “Wellness Ecosystem” เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นพื้นที่แห่งการฟื้นฟูสุขภาพที่ผู้คนทั่วโลกหลงใหลและอยากจะมาเยือนบ่อย ๆ
เพราะบริบทเศรษฐกิจโลก ไม่ได้วัดแค่ตัวเลขมูลค่าเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเดียว
หากประชากรที่เป็น ทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของประเทศต้องเผชิญปัญหาสุขภาพ ย่อมส่งผลกระทบต่อแรงงานในการสร้างผลผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อาจลดน้อยลงทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ จนไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
“สุขภาพประชากร” จึงถือเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด ที่ภาครัฐและประชากรในหลาย ๆ ประเทศเริ่มตื่นตัว พร้อมกับเลือกลงทุนในสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อทำให้ประชากรมีสุขภาพแข็งแรง ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างดัชนีความสุขให้แก่ประชากรในประเทศได้อย่างยั่งยืน ที่กำลังเป็น “เมกะเทรนด์” ที่ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ
เหตุผลนี้เองที่ทำให้เป้าหมายธุรกิจของ BDMS Wellness Clinic ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในประเทศ แต่เลือกจะสร้าง Wellness Ecosystem ขยายไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็น Wellness Hub ระดับโลกในอนาคตนั่นเอง
References
-ข่าวประชาสัมพันธ์ BDMS Wellness Clinic
-https://www.bdmswellness.com/about/our-news-and-event/gwi-thailand-wellness-economy-data-2025

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon