
อสังหาฯ ไทยปี 2569 กับโอกาสที่ไม่ควรมองข้าม
ข่าวประชาสัมพันธ์..
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว แต่สำหรับนักลงทุนที่มองเห็นโอกาส นี่อาจเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ควรมองข้าม ข้อมูลจาก Jones Lang LaSalle (Thailand) หรือ JLL บริษัทที่ปรึกษาในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ชี้ให้เห็นว่า นักพัฒนารายใหญ่กำลังปรับกลยุทธ์ กระจายพอร์ตการลงทุนให้หลากหลายมากขึ้น ไปสู่สินทรัพย์ที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income Assets) พร้อมเปิดรับเทรนด์ใหม่ๆ ที่มาพร้อมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการขยายเข้าสู่ธุรกิจการปล่อยเช่าคลังสินค้า การขายพื้นที่เพื่อพัฒนาโรงงาน รวมถึงธุรกิจโรงแรมที่เริ่มกลับมาคึกคักตามภาคการท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนา Data Center ที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าแม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะชะลอตัวลง แต่นักลงทุนยังคงปรับตัวและขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง นี่คือ 3 กลุ่มสินทรัพย์ที่น่าจับตามอง
1. โครงการที่อยู่อาศัย: บ้านหรูและคอนโดพรีเมียม ตลาดลักชูรียังเดินหน้าต่อ
แม้ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยจะชะลอตัว แต่ในกลุ่ม Luxury และ Ultra Luxury ความต้องการยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลชี้ว่าอัตราการขายบ้านหรูในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นถึง 35% ในปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้มีรายได้สูงยังคงมีกำลังซื้อและความต้องการที่ชัดเจน

ตลาดแนวราบ: Luxury Townhome และบ้านเดี่ยวหรูในช่วงราคา 20-40 ล้านบาท ยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะโครงการที่เน้นคุณภาพและฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่คุ้มค่า ทำเลในเมืองอย่างอารีย์ พระราม 9 และพระราม 3 ยังคงเป็นที่ต้องการ ขณะที่พื้นที่ชานเมืองอย่างบางแค ทวีวัฒนา และวังทองหลาง เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือทำเล สะพานสูง (กรุงเทพกรีฑา) ที่ความต้องการเพิ่มขึ้นถึง 94% และมีโครงการใหม่เปิดตัวเพิ่มขึ้น 580% ในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของทำเลที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ตลาดคอนโดมิเนียม: ในขณะที่ตลาดซื้อขายคอนโดอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ตลาดเช่ากลับมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ความต้องการเช่าคอนโดในกรุงเทพฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องกำลังส่งผลให้อัตราค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้น เปิดโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าในระยะยาว ทำเลที่น่าสนใจได้แก่ หลังสวน ถนนวิทยุ และสุขุมวิท-ทองหล่อ โดยโครงการใหม่ในกลุ่ม Ultra Luxury มักเน้นยูนิตขนาดใหญ่ตั้งแต่ 2 ห้องนอนขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 80 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งตอบโจทย์ผู้เช่าระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต
2. โรงแรม: ฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมรับนักท่องเที่ยว 36.7 ล้านคน
ภาคการท่องเที่ยวไทยพิสูจน์ให้เห็นอยู่หลายครั้งว่ามีความสามารถในการฟื้นตัวสูง แม้ปี 2568 จะเผชิญความท้าทายหลายด้าน จนทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเหลือ 32.9 ล้านคน แต่สิ่งที่น่าสนใจคืออัตราค่าพักเฉลี่ยของโรงแรม 5 ดาวขึ้นไปยังคงทรงตัวอยู่ที่ 10,000 บาทต่อคืน สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยในช่วงนี้ยังคงมีกำลังซื้อสูง

ในปี 2569 นี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวขึ้นสู่ 36.7 ล้านคน ประกอบกับนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวจากภาครัฐที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์โรงแรมระดับพรีเมียมยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว
3. คลังสินค้า: รายได้สม่ำเสมอ ความต้องการยังต่อเนื่อง
คลังสินค้าปล่อยเช่ากลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยมีทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย หันมาให้ความสนใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จุดที่น่าสนใจคือแม้พื้นที่คลังสินค้าจะเพิ่มขึ้น 7% ในปี 2568 แต่อัตราการเช่ายังคงอยู่ในระดับสูงที่ 89% ขณะที่อัตราค่าเช่าทรงตัวที่ 160 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือนมาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์รายได้ได้อย่างมั่นคง ในปี 2569 คาดว่าจะมีพื้นที่คลังสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอีกกว่า 418,000 ตารางเมตร โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
ท้ายที่สุดแล้ว ช่วงที่ตลาดปรับตัวมักเป็นจังหวะที่นักลงทุนระยะยาวมองหาและเข้าถือสินทรัพย์คุณภาพ การกระจายพอร์ตไปสู่สินทรัพย์ที่หลากหลาย อาจเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคงของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว
ที่มา: Jones Lang LaSalle (Thailand)
สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดการลงทุน https://bit.ly/contactjll
โทร 02 624 6400
โทร 02 624 6400