
ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป พุ่งสูงขึ้นกว่า 40% หลังจาก Qatar Energy หยุดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพราะถูกโดรนโจมตี
QatarEnergy เป็นผู้ผลิต LNG รายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการ หยุดผลิต LNG และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหลัก 2 แห่ง คือ Ras Laffan และ Mesaieed เนื่องจากถูกโจมตีทางทหารด้วยโดรน
โดรนลำหนึ่งโจมตีถังเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าใน Mesaieed และอีกลำโจมตีโรงงานพลังงานใน Ras Laffan
กระทรวงกลาโหมกาตาร์ ระบุว่า โดรนดังกล่าวถูกส่งมาจาก อิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น
เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่บริษัทจำเป็นต้องหยุดการดำเนินงานทั้งหมดเพื่อประเมินความปลอดภัยและความเสียหาย
เรื่องนี้ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป (Dutch TTF) ทะยานขึ้นทันทีมากกว่า 40% ไปแตะระดับกว่า 45 ยูโร ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังข่าวแพร่ออกไป
นอกจากนี้ เส้นทางขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของ LNG โลกกว่า 20% โดยเฉพาะจากกาตาร์ ตกอยู่ในสภาวะเป็นอัมพาต
จากเหตุโดรนโจมตีโรงงานของ QatarEnergy ทำให้เกิดสภาวะอัมพาต ในเชิงปฏิบัติ
บริษัทเดินเรือรายใหญ่หลายแห่งสั่งระงับการเดินทางผ่านช่องแคบชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและสินค้าที่มีมูลค่าสูง
รายงานระบุว่า มีเรือบรรทุก LNG อย่างน้อย 11 ลำ (ส่วนใหญ่เป็นเรือ Q-Flex และ Q-Max ของกาตาร์) ต้องทิ้งสมอ หรือลอยลำอยู่นอกชายฝั่ง เพื่อรอดูสถานการณ์ บางส่วนพยายามเปลี่ยนเส้นทางไปทางมหาสมุทรอินเดียแทนแต่ต้องใช้เวลานานขึ้นมาก
โดยกาตาร์เป็นผู้ส่งออก LNG รายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก โดยกว่า 80% ของก๊าซจากกาตาร์ส่งมายังเอเชีย รวมถึงไทยด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนหรือต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว..