
LNG การเดิมพัน ที่ทำให้กาตาร์ หนี้พุ่ง แต่สุดท้ายร่ำรวย
LNG การเดิมพัน ที่ทำให้กาตาร์ หนี้พุ่ง แต่สุดท้ายร่ำรวย /โดย ลงทุนแมน
ถ้ามีคนมาบอกว่า เขาส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศได้เงิน 100 บาท แต่กำลังคิดจะสร้างหนี้ 250 บาท เพื่อไปลงทุนธุรกิจใหม่ที่ยังไม่แน่ใจว่ามีลูกค้าไหม เราจะพูดกับเขาว่าอะไร ?
ถ้ามีคนมาบอกว่า เขาส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศได้เงิน 100 บาท แต่กำลังคิดจะสร้างหนี้ 250 บาท เพื่อไปลงทุนธุรกิจใหม่ที่ยังไม่แน่ใจว่ามีลูกค้าไหม เราจะพูดกับเขาว่าอะไร ?
“อย่าไปเสี่ยงเลย” คงเป็นคำพูดที่อยู่ในหัวของเรา แต่นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เพราะเขาคนนั้นคือกาตาร์ ประเทศที่ยอมสร้างหนี้ต่างประเทศ 250% ของมูลค่าการส่งออก
การก่อหนี้นั้น ก็เพื่อการลงทุนพลังงานใหม่ที่ชื่อว่า LNG
จนปัจจุบันทำให้กาตาร์ร่ำรวย จากการเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกหลักของโลกไปแล้ว
จนปัจจุบันทำให้กาตาร์ร่ำรวย จากการเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกหลักของโลกไปแล้ว
กาตาร์เดิมพันด้วยหนี้ก้อนใหญ่ เพื่อเป็นผู้นำด้าน LNG ได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นการพบขุมทรัพย์ใหม่อย่าง LNG หรือก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์ คงต้องย้อนไปในปี ค.ศ. 1971
ในปีนั้น วิศวกรจากบริษัท Shell ที่กำลังขุดเจาะหาน้ำมันนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของกาตาร์ บังเอิญไปเจอแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ชื่อ North Field ในปัจจุบัน
แต่ตอนนั้น ก๊าซธรรมชาติเหล่านี้ยังถูกมองว่าไร้ค่ากว่าน้ำมัน ทำให้แม้จะขุดขึ้นมาได้ กาตาร์กลับเผาทิ้งไปกว่า 80% ของที่ผลิตขึ้นมาเลยทีเดียว
เพราะน้ำมันในยุคนั้นขายได้ง่ายมากกว่า แค่ลงเรือก็สามารถส่งออกไปได้แล้ว เมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติ
ที่อาจต้องส่งผ่านท่อไปขายยังประเทศอื่น ๆ
ที่อาจต้องส่งผ่านท่อไปขายยังประเทศอื่น ๆ
แม้ตอนนั้นจะมีบางประเทศ เช่น แอลจีเรีย ที่ส่งออกก๊าซธรรมชาติผ่านทางเรือไปยังอังกฤษ โดยทำให้กลายเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก
กาตาร์ยังคงพึ่งพารายได้จากน้ำมันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอจุดพลิกผันในช่วงปี ค.ศ. 1980 เพราะมีการคาดการณ์ว่าน้ำมันสำรองของตัวเองกำลังจะหมดในอีก 15 ปี
เมื่อถูกบีบด้วยสถานการณ์เช่นนี้ กาตาร์จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะหันกลับไปมองที่ North Field ว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่านี้อีกไหม
รัฐบาลกาตาร์เริ่มวางแผนพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ North Field ครั้งใหญ่ ด้วยการตั้งบริษัท Qatar Petroleum หรือปัจจุบันคือ Qatar Energy ขึ้นมา
ปัญหาคือ แค่ตั้งบริษัทขึ้นมาคงไม่พอ เพราะกาตาร์ไม่ได้มีเทคโนโลยีขุดเจาะที่ซับซ้อน แถมการทำให้ก๊าซธรรมชาติเป็นของเหลว ก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก
ท่านชีค Hamad bin Khalifa Al Thani ผู้นำกาตาร์ในตอนนั้น จึงตัดสินใจไปดึงบริษัทระดับโลกให้เข้ามาร่วมทุนด้วยกัน เช่น ExxonMobil, Shell และ Total
พร้อมกับการลงทุนสร้าง Ras Laffan Industrial City เพื่อหวังให้เป็นศูนย์กลางการส่งออก LNG ระดับโลก
ซึ่งนอกจากการปั้นอุตสาหกรรม LNG แล้ว กาตาร์ยังขยายให้มีอุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติได้ เช่น ปิโตรเคมี เหล็ก และปุ๋ยเคมี
จนทำให้ปัจจุบัน นอกจากกาตาร์จะเป็นผู้ส่งออก LNG ระดับโลกแล้ว ยังกลายเป็นผู้ผลิตปุ๋ยเคมีรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางอีกด้วย
แต่การลงทุนอย่างหนักขนาดนี้ ก็ทำให้กาตาร์ต้องกู้หนี้มหาศาลจากต่างประเทศ จนคิดเป็น 250% ของมูลค่าการส่งออกของประเทศในปี ค.ศ. 1997
ซึ่งในที่สุดก็มีลูกค้ารายแรกเข้ามาซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว นั่นคือ Chubu Electric จากญี่ปุ่น โดยเซ็นสัญญาระยะยาวนานถึง 20-25 ปี ตามมาด้วยลูกค้าจากเกาหลีใต้
แม้จะเริ่มมีลูกค้าเข้ามาแล้ว แต่กาตาร์เองก็ไม่หยุดลงทุนพัฒนาการส่งออก LNG ของตัวเอง เพราะยังคิดแผนการใหญ่ที่มากกว่านั้นแทน
แผนการที่ว่านั้น ก็คือทำให้ตัวเองสามารถควบคุมการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการทำแบบนั้นได้
ก็ต้องมีกองเรือ LNG ของตัวเอง
ก็ต้องมีกองเรือ LNG ของตัวเอง
ในปี 2004 กาตาร์จึงตัดสินใจตั้งบริษัท Nakilat เพื่อจัดการกองเรือ LNG ของตัวเองไปเลย และพัฒนาเรือขนส่ง LNG ให้มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น
กาตาร์ตัดสินใจร่วมมือกับอู่ต่อเรือเกาหลีใต้ เช่น Samsung Heavy Industries เพื่อสร้างเรือขนส่ง LNG ขึ้นมาโดยเฉพาะ ชื่อว่า Q-Flex และ Q-Max
ความพิเศษของเรือพวกนี้ มีระบบ Re-Liquefaction Onboard ที่ช่วยลดการสูญเสียก๊าซระหว่างการขนส่ง
โดยทำให้ก๊าซที่ระเหยกลายเป็นของเหลวกลับเข้าถังเก็บ
โดยทำให้ก๊าซที่ระเหยกลายเป็นของเหลวกลับเข้าถังเก็บ
แถมยังใช้เครื่องยนต์ดีเซลแทนเครื่องยนต์ไอน้ำแบบเดิมทำให้เรือใช้พลังงานลดลง 40% ต่อหน่วยสินค้า จนการส่งออก LNG มีราคาถูกลงตามไปด้วย
และที่สำคัญสุดคือ เรือพวกนี้สามารถมีความจุสูงสุด 266,000 ลูกบาศก์เมตร มากกว่าเรือแบบเดิมที่จุได้เพียง 152,000 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
เมื่อระบบทุกอย่างพร้อม กาตาร์ก็เพียงรอเวลาให้การเดิมพันครั้งใหญ่ของตัวเองผลิดอกออกผลเท่านั้น
จนในที่สุดความต้องการ LNG ก็พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ตามมาด้วยยุโรป
เพราะเป็นพลังงานที่ยืดหยุ่นไม่ต้องพึ่งพาท่อในการส่งออกแบบก๊าซธรรมชาติรูปแบบเดิม แถมยังสามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าที่สะอาดกว่าแหล่งพลังงานเดิม เช่น ถ่านหินและเชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วย
ซึ่งนั่นทำให้การเดิมพันของกาตาร์เริ่มผลิดอกออกผล
จนปัจจุบัน กาตาร์กลายเป็นผู้ส่งออก LNG ชั้นนำของโลกไปเรียบร้อยแล้ว
จนปัจจุบัน กาตาร์กลายเป็นผู้ส่งออก LNG ชั้นนำของโลกไปเรียบร้อยแล้ว
โดยชาวกาตาร์ มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP per capita) อยู่ที่ 2.5 ล้านบาทต่อปี สูงเป็นอันดับที่ 11 ของโลก
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกาตาร์ก็เพิ่งโดนโจมตีจากอิหร่านล่าสุด ความเสียหายนี้มีมูลค่ามหาศาล เพราะกำลังการผลิตหายไป 17% หรือคิดเป็นปริมาณก๊าซ LNG ที่หายไปจากตลาดโลกถึง 12.8 ล้านตันต่อปี
ทำให้สิ่งที่กาตาร์กำลังเก็บดอกผลจากการเดิมพัน LNG ของตัวเองมาก่อนหน้านี้อาจหยุดชะงักลง และทำให้ลูกค้าที่สั่งซื้อ LNG ได้รับผลกระทบไปด้วย
แต่ในวันนี้ไม่เหมือนกับวันแรกที่กาตาร์เริ่มเดิมพันกับ LNG เพราะในอดีต ตัวเองต้องไปกู้ยืมหนี้สินต่างประเทศ เพื่อลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมนี้
ขณะที่วันนี้ กาตาร์เข้มแข็งและมีเงินมากพอ ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้..
References
-https://www.qatarday.com/how-natural-gas-made-qatar-a-global-energy-giant
-https://studies.aljazeera.net/en/analyses/crossing-rubicon-qatar%E2%80%99s-journey-natural-gas-dominance
-https://www.qatarembassy.or.th/en/qatarinfo_history.html
-https://www.imf.org/external/datamapper/NGDPDPC@WEO/OEMDC/ADVEC/WEOWORLD/LUX/QAT
-https://www.qatarday.com/how-natural-gas-made-qatar-a-global-energy-giant
-https://studies.aljazeera.net/en/analyses/crossing-rubicon-qatar%E2%80%99s-journey-natural-gas-dominance
-https://www.qatarembassy.or.th/en/qatarinfo_history.html
-https://www.imf.org/external/datamapper/NGDPDPC@WEO/OEMDC/ADVEC/WEOWORLD/LUX/QAT