อัปเดตกฎหมายแรงงาน 2569 นายจ้างต้องรู้! มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

อัปเดตกฎหมายแรงงาน 2569 นายจ้างต้องรู้! มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

ฮิวแมนซอฟท์ x ลงทุนแมน
สำหรับประเทศไทยในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการขยับตัวของกฎหมายคุ้มครองแรงงานครั้งใหญ่ ที่ไม่ได้มีแค่เรื่อง "ค่าแรงขั้นต่ำ" เท่านั้นที่อัปเดต แต่รวมไปถึงสิทธิการลา ประกันสังคม และการจัดตั้งกองทุนใหม่ ๆ ที่กระทบกระเป๋าเงินของทั้งนายจ้างและลูกจ้างโดยตรง
วันนี้ HumanSoft จะมาสรุปให้ว่า 4 ประเด็นหลักกฎหมายอัปเดตที่คนทำธุรกิจต้องรู้ในปีนี้มีอะไรบ้าง?
1. ค่าแรงขั้นต่ำอัปเดตล่าสุด
สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องแรงงานที่นายจ้างไม่ควรพลาดคือ “ค่าแรงขั้นต่ำ” ตามกฎหมาย เพราะหากมองข้ามแล้วจ่ายต่ำกว่ามาตรฐานอาจเสียหายมากกว่าคุ้ม ทั้งเรื่องชื่อเสียงและความเสี่ยงทางกฎหมาย สืบเนื่องจากประกาศที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา 1 พื้นที่ คือ กรุงเทพมหานครฯ โดยปรับขึ้นจาก 372 บาท เป็น 400 บาท เท่ากับจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี (เฉพาะ อ.เกาะสมุย)

2. สิทธิการลาคลอด - ลาช่วยภรรยาดูแลบุตร จัดเต็มกว่าเดิม
ปีนี้กฎหมายให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวสูงมากขึ้นด้วยการ “ปรับเพิ่มสิทธิการลาคลอด” ที่มีผลทั้งแรงงานหญิงและคู่สมรส ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของกฎหมายแรงงานในปีนี้เลยก็ว่าได้ โดยสิทธิที่เปลี่ยนแปลงไปมีดังนี้
• เพิ่มสิทธิวันลาจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน (นับรวมวันลาฝากครรภ์และวันหยุดระหว่างลา) ได้รับค่าจ้างไม่เกิน 60 วัน
• สิทธิลาเพิ่ม 15 วัน เมื่อลูกเจ็บป่วยหรือพิการ ได้รับค่าจ้าง 50%
• สิทธิคู่สมรสลาช่วยเลี้ยงดูบุตร 15 วัน (ภายใน 90 วัน หลังคลอด) ได้รับค่าจ้าง 100%
การเปลี่ยนแปลงนี้นายจ้างจึงต้องวางแผนกำลังคนให้ดีกว่าเดิม เพราะการที่พนักงานหายไปเกือบ 4 เดือนพร้อมกันหลายคน อาจส่งผลต่อ Work-flow ของบริษัทได้
3. เพดานประกันสังคมใหม่ จ่ายเพิ่มเพื่อสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้น
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อต้นทุนของนายจ้าง และสลิปเงินเดือนของพนักงาน คือการ “ปรับฐานค่าจ้างสูงสุดสำหรับใช้คำนวณเงินสมทบประกันสังคม” โดยมีการปรับเพดานฐานเงินเดือนจากเดิม 15,000 บาท เพิ่มเป็น 17,500 บาท ทำให้จำนวนเงินสมทบในอัตรา 5% เปลี่ยนแปลงไปตามระดับรายได้ ดังนี้
• ฐานเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป เงินสมทบสูงสุดอยู่ที่ 825 บาทต่อเดือน
4. กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มเก็บเงินสมทบ 1 ต.ค. 2569
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างในกรณี ออกจากงาน เสียชีวิต หรือเกษียณอายุ หากนายจ้างไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยหรือสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานได้ เงื่อนไขคือกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่มีลูกจ้างบางส่วนยังไม่ได้สมัครเข้ากองทุน นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยมีอัตราเงินสมทบดังนี้
• ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างและนายจ้างส่งเงินสบทบฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง
• ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป ลูกจ้างและนายจ้างส่งเงินสบทบฝ่ายละ 0.5% ของค่าจ้าง
สรุปแล้ว ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่กฎหมายแรงงานมีการปรับตัวครั้งสำคัญ ทั้งการอัปเดตค่าแรงขั้นต่ำ การขยายสิทธิการลาเพื่อครอบครัว การปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคม ไปจนถึงการเริ่มจัดเก็บเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อทั้งต้นทุนของนายจ้างและสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง ดังนั้นเจ้าของกิจการและฝ่าย HR ควรติดตามรายละเอียดของกฎหมายให้ทันอยู่เสมอ เพื่อปรับระบบบริหารบุคลากรและการคำนวณ Payroll ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงให้กับทั้งธุรกิจและพนักงานในระยะยาว

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon