สรุปเหตุการณ์ น้ำมัน สวิงลงในวันเดียว รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

สรุปเหตุการณ์ น้ำมัน สวิงลงในวันเดียว รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

สรุปเหตุการณ์ น้ำมัน สวิงลงในวันเดียว รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ /โดย ลงทุนแมน
จากที่พุ่งทะยานแตะเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อช่วงเช้า กลับดิ่งร่วงลงมาต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (หรือร่วงลงเกือบ 30 ดอลลาร์ภายในวันเดียว)
เกิดอะไรขึ้นกับตลาดพลังงานที่กำลังเดือดพล่าน และทำไมคำพูดของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ถึงพลิกเกมสงครามที่ตึงเครียดให้กลายเป็นความหวังได้ในพริบตา ? วันนี้ลงทุนแมนจะสรุปเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟัง
"ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมันโลก (คิดเป็น 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก หรือราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ถูกปิดตายจากการคุกคามทางการทหาร
ความตื่นตระหนกนี้ ดันให้ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent พุ่งทะลุ 110-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 และทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเปิดสัปดาห์นี้มาด้วยสีแดงเดือด
จุดหักมุม: วันที่น้ำมันดิ่งหนักสุดจากคำพูดของ "โดนัลด์ ทรัมป์"
เมื่อวานนี้ (9 มีนาคม 2026) ขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเรากำลังจะก้าวเข้าสู่วิกฤตพลังงานแบบเต็มตัว สถานการณ์กลับพลิกผันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อทรัมป์ได้ออกมาส่งสัญญาณสำคัญที่ทำให้ตลาดเทขายน้ำมันทิ้งแทบจะทันที
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CBS แบบเซอร์ไพรส์ตลาดว่า สงครามครั้งนี้ "เสร็จสมบูรณ์แทบจะ 100% แล้ว" (Very complete, pretty much) โดยเขาระบุว่าอิหร่านไม่เหลือศักยภาพทางการทหารที่จะต่อกรได้อีกต่อไป ทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ หรือแม้แต่ระบบสื่อสาร
นอกจากนั้นทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงปรี๊ดในช่วงสั้น ๆ นี้ ถือเป็น "ราคาที่ถูกมาก" (A very small price to pay) เพื่อแลกกับความปลอดภัยและสันติภาพของโลกจากการกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์อิหร่าน และยืนยันว่าเดี๋ยวราคาก็จะร่วงลงมาเอง
ทรัมป์ยังบอกว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะเข้าไปยึดและควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันกลับมาสัญจรได้ตามปกติ
ในเวลาไล่เลี่ยกัน กลุ่มประเทศ G7 ก็เตรียมส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงตลาด โดยการงัดเอาน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมาทุ่มตลาดเพื่อกดราคาลง
ปฏิกิริยาของตลาด ทำให้พลิกนรกสู่สวรรค์
ทันทีที่ภาพความกังวลเรื่อง "สงครามยืดเยื้อ" ถูกปัดเป่าออกไป ราคาน้ำมันดิบที่ทำจุดสูงสุดไปเมื่อตอนเช้า ก็ร่วงหล่นลงมาอย่างบ้าคลั่ง สู่ระดับ 85-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการ ถือเป็นการสวิงลงภายในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท (S&P 500, Dow Jones, Nasdaq) ที่เปิดตลาดมาลบหนัก ก็มีแรงซื้อกลับพยุงให้ดัชนีพลิกกลับมาปิดบวกได้อย่างสวยงาม
บทสรุปของเรื่องนี้
วิกฤตราคาน้ำมันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สอนให้เรารู้ว่าความน่ากลัวที่สุดของตลาด ไม่ใช่ตอนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว แต่คือ "ความไม่แน่นอน" ว่าเหตุการณ์นั้นจะลากยาวไปถึงเมื่อไหร่
เมื่อผู้นำระดับโลกอย่างทรัมป์ ออกมาขีดเส้นจบสงครามด้วยความมั่นใจ สินทรัพย์ที่เคยพุ่งทะยานอย่างไร้เหตุผล ก็สามารถกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้ในชั่วข้ามคืน..
ในโลกของการลงทุน เราจึงต้องมีสติและไม่ตื่นตระหนกไปตามพาดหัวข่าว เพราะบางครั้ง จุดสูงสุดของความกลัว ก็คือจุดเริ่มต้นของการพลิกกลับนั่นเอง..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon