
ครั้งแรกในไทย ทองและเหมืองผลิตทอง ในกองทุนเดียว TLGOLDPLUS เปิดจอง IPO ตั้งแต่ 17 - 20 มี.ค. นี้
เวลาพูดถึงสินทรัพย์ลงทุน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของโลก
ทองคำ มักจะเป็นสินทรัพย์แรก ๆ ที่นักลงทุนทั่วโลกคิดถึง
ทองคำ มักจะเป็นสินทรัพย์แรก ๆ ที่นักลงทุนทั่วโลกคิดถึง
กลไกปกติที่เราคุ้นเคยกันดีคือ หากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 10%
มูลค่าทองคำแท่งที่เราถืออยู่ ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% เท่า ๆ กัน
มูลค่าทองคำแท่งที่เราถืออยู่ ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% เท่า ๆ กัน
แต่รู้ไหมว่า ทุกครั้งที่ราคาทองคำทำสถิติใหม่อย่างในช่วงปีที่ผ่านมา จะมีกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้ประโยชน์ และมีกำไรเติบโตมากกว่าราคาทองคำเสียอีก
เรากำลังพูดถึง “ธุรกิจเหมืองผลิตทองคำ”
แล้วเรื่องนี้เป็นอย่างไร ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
แล้วเรื่องนี้เป็นอย่างไร ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คำตอบของเรื่องนี้ อธิบายได้ด้วยโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า “Operating Leverage”
ในธุรกิจเหมืองทอง จะมีตัวเลขหนึ่งที่เราต้องดูกันคือ All-in Sustaining Costs
ย่อสั้น ๆ ว่า AISC ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกเราว่าต้นทุนรวมในการผลิตทองคำ 1 ออนซ์ เป็นเท่าไร ?
ย่อสั้น ๆ ว่า AISC ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกเราว่าต้นทุนรวมในการผลิตทองคำ 1 ออนซ์ เป็นเท่าไร ?
เพื่อให้เห็นภาพ ลองมายกตัวอย่างบริษัทเหมืองผลิตทอง อย่าง Agnico Eagle บริษัทเหมืองทองคำมูลค่า 3.4 ล้านล้านบาท จากประเทศแคนาดา
-ต้นทุนรวมผลิตทอง (AISC) ของบริษัท
ปี 2024 เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1,239 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ปี 2025 เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1,339 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 8%
ปี 2025 เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1,339 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 8%
ทีนี้ มาดูฝั่งราคาขายทองคำของบริษัทกันบ้าง
ปี 2024 เฉลี่ยทั้งปีขายได้ 2,384 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ปี 2025 เฉลี่ยทั้งปีขายได้ 3,454 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกระโดดถึง 45%
ปี 2025 เฉลี่ยทั้งปีขายได้ 3,454 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกระโดดถึง 45%
พอบริษัทมีค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการขุดทองที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่กลับสามารถนำทองคำไปขายได้ในราคาที่แพงขึ้น
ทุก ๆ ดอลลาร์สหรัฐที่เพิ่มขึ้น จะไหลลงมาเป็น “กำไรสุทธิ” ของบริษัทแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าราคาทองคำที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้ในปีที่แล้ว กำไรของ Agnico Eagle พุ่งทะยานไปสูงถึง 1.4 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมาถึง 135% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
และเมื่อบริษัทกำไรโตระเบิด สิ่งที่ตามมาก็คือมูลค่าบริษัทที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกำไร..
ผลลัพธ์ที่สะท้อนออกมาในตลาดจริงแบบในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
-ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นมาในปีที่แล้วราว 71%
-มูลค่าของบริษัทเหมืองผลิตทองอย่าง Agnico Eagle ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 123%
โดยบลจ. ทาลิส กำลังจะออกกองทุนทองแบบผสมเหมืองทอง ครั้งแรกในไทย ชื่อกองทุนว่า “TLGOLDPLUS”
เรามาดูกันว่า กองทุนนี้ ลงทุนในอะไรบ้าง ?
TLGOLDPLUS จะแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน
-ส่วนแรก ลงทุนใน ETF ทองคำแท่ง ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 60% เป็นกองทุนที่นำเงินไปซื้อ “ทองคำแท่ง” ที่เก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยระดับโลก เช่น กองทุน GLDM (SPDR Gold MiniShares Trust ETF)
หน้าที่ของเงินส่วนนี้ คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับพอร์ตลงทุนของเรา ทำหน้าที่เปรียบเสมือนหลุมหลบภัยล้อไปกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก เพื่อปกป้องความมั่งคั่ง ในยามที่เศรษฐกิจเกิดความไม่แน่นอน
-ส่วนที่สอง ลงทุนใน ETF เหมืองทองคำ ในสัดส่วนไม่มากกว่า 40% เช่น กองทุน GLDX (VanEck Gold Miners ETF) ซึ่งเป็นกองทุนที่รวบรวม “หุ้นเหมืองผลิตทองคำ” ชั้นนำทั่วโลกเอาไว้ด้วยกัน ยกตัวอย่างบริษัทเช่น
Newmont Corporation ธุรกิจเหมืองทองเบอร์ 1 ของโลก มีเหมืองกระจายอยู่หลายทวีป
Agnico Eagle Mines เหมืองในประเทศที่การเมืองนิ่งและปลอดภัย เช่น แคนาดา, ออสเตรเลีย
Barrick Gold นักสะสมเหมืองขนาดยักษ์ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย แถมยังมีเหมืองทองแดง ที่ได้ประโยชน์จากเทรนด์รถยนต์ EV และพลังงานสะอาด
Franco-Nevada บริษัทตัวกลางที่คอยเก็บค่าธรรมเนียม จากแร่ที่ขุดได้ทั่วโลก ไม่มีต้นทุนการผลิต และมีอัตรากำไรดี
สำหรับการคัดเลือก ETF ทองคำและเหมืองทองคำ รวมถึงสัดส่วนการลงทุน บลจ. ทาลิส ก็จะใช้ Quantitative Analysis มาเป็นตัวช่วยและมีผู้จัดการกองทุนคอยจัดสัดส่วนพอร์ตลงทุนให้
สรุป กองทุน TLGOLDPLUS จะเข้าไปลงทุนใน ETF ทองคำแท่งและเหมืองทอง ซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทน ในช่วงทองคำเป็นช่วงขาขึ้นได้มากกว่า
แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน ในวันที่ราคาทองคำมีราคาผันผวนกองทุนนี้อาจมีทิศทางราคาที่ผันผวนกว่าได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามหากเรามองว่าทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์สำคัญของโลกการลงทุน และจะเติบโตต่อไปได้เรื่อย ๆ เหมือนที่มนุษย์โลกอยู่กับทองคำมาเป็นพันปี
การลงทุนที่ตอบโจทย์ที่สุด อาจไม่ใช่การเลือกว่าจะถือ ทองแท่ง หรือ เหมืองทอง เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่คือการ “ผสมผสาน” ดึงเอาความมั่นคงของทองคำแท่ง มารวมเข้ากับโอกาสเติบโตที่มากกว่าของเหมืองทองแบบกองทุน TLGOLDPLUS นั่นเอง..
(โพสต์นี้จัดทำขึ้น ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569)
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ ผลการดำเนินงานในอดีตของบริษัทหรือดัชนีอ้างอิง มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือ ผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้