ซีอีโอ Honda ยอมรับ “ไม่มีทางสู้” ค่ายรถจีนได้  หลังเขาไปเยี่ยมโรงงานผลิตรถ EV ที่เซี่ยงไฮ้

ซีอีโอ Honda ยอมรับ “ไม่มีทางสู้” ค่ายรถจีนได้ หลังเขาไปเยี่ยมโรงงานผลิตรถ EV ที่เซี่ยงไฮ้

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณโทชิฮิโระ มิเบะ (Toshihiro Mibe) ซีอีโอของ Honda ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังจากที่เขาเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานของซัปพลายเออร์และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
เขากลับออกมาพร้อมกับประโยคสั้น ๆ ที่น่าตกใจว่า “We have no chance against this” หรือเราไม่มีโอกาสสู้กับสิ่งนี้ได้เลย
แล้วอะไรทำให้คุณมิเบะ ต้องตกตะลึง ?
1. ความเร็วที่ต่างกัน 2 เท่า
ในอดีต การพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ 1 รุ่น ค่ายรถดั้งเดิมต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี
แต่จากการไปดูงานครั้งนี้ Honda พบว่าค่ายรถจีนสามารถทำได้ภายใน 18-24 เดือน หรือเร็วกว่าถึง 2 เท่า
นั่นหมายความว่า ในขณะที่ Honda เพิ่งเริ่มขยับตัว รถจีนรุ่นใหม่ที่ล้ำกว่าก็พร้อมจะออกสู่ตลาดแล้ว
2. โรงงานที่แท้จริงคือ หุ่นยนต์
คุณมิเบะยอมรับว่า ความเร็วและประสิทธิภาพของโรงงานในจีนนั้น ทำให้เขาตกใจอย่างมาก
และทึ่งกับความซับซ้อนของระบบอัตโนมัติ (Automation) ของโรงงาน เพราะตั้งแต่การจัดซื้อชิ้นส่วน ไปจนถึงโลจิสติกส์การขนส่ง ทั้งหมดถูกควบคุมโดยระบบ AI และหุ่นยนต์แทบจะ 100% โดยแทบไม่มีมนุษย์อยู่ในสายการผลิต..
ความมีประสิทธิภาพนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุน ที่ Honda ยอมรับตรงๆ ว่าไม่สามารถทำราคาแข่งกับรถจีนในสเปกที่เท่ากันได้เลย
3. ตัวเลขยอดขายที่ “เลือดไหลไม่หยุด”
ยอดขายของ Honda ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดิ่งลงอย่างน่ากลัว
ปี 2020 Honda เคยขายได้สูงถึง 1.62 ล้านคัน
แต่ปี 2025 ยอดขายตกลงมาเหลือเพียงประมาณ 6.4 แสนคัน
และล่าสุดในไตรมาสแรกของปี 2026 ยอดขายยังคงติดลบต่อเนื่องกว่า 20-30% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
สิ่งนี้สะท้อนว่า Brand Loyalty ของค่ายญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถต้านทาน Value for Money และ “Tech Features ของรถจีนได้อีกต่อไป
4. การปรับกลยุทธ์ของ Honda
Honda ตัดสินใจยกเลิกโปรเจกต์รถ EV บางรุ่น เช่น 0 Series SUV และ Sedan ในตลาดอเมริกาและตลาดโลกบางส่วน เพราะประเมินแล้วว่าสู้เรื่องกำไรไม่ได้
และประกาศแยกหน่วยงาน R&D ออกมาเป็นอิสระ เพื่อลดขั้นตอนการบริหารแบบราชการญี่ปุ่น เพื่อหวังจะกู้คืนสปีดในการทำงานกลับมา
ที่สำคัญ Honda จะหันมาเน้นสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุดคือ Engineering & Driving Experience โดยมองว่าสุดท้ายแล้ว คนซื้อรถยังคงต้องการฟีลลิงการขับขี่ที่ดีกว่า ซึ่งจีนยังทำจุดนี้ได้ไม่เท่าญี่ปุ่น
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon