ส่อง 10 หุ้นในกองทุน GRID ที่ธุรกิจเติบโตไปกับสิ่งที่ AI ขาดไม่ได้

ส่อง 10 หุ้นในกองทุน GRID ที่ธุรกิจเติบโตไปกับสิ่งที่ AI ขาดไม่ได้

ส่อง 10 หุ้นในกองทุน GRID ที่ธุรกิจเติบโตไปกับสิ่งที่ AI ขาดไม่ได้ /โดย ลงทุนแมน
โลกยุคใหม่ขาด AI ไม่ได้ แต่ AI ก็ขาดไฟฟ้าไม่ได้เหมือนกัน
ทั่วโลกกำลังแห่ลงทุนในชิป AI แต่เราอาจลืมไปว่า นวัตกรรมเปลี่ยนโลก จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าทันทีที่ไฟดับ
และนี่คือ 10 บริษัทในกองทุน GRID ETF ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ด่านเก็บเงิน” ของโลกเทคโนโลยี ที่ใครจะสร้างอะไรก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางให้บริษัทเหล่านี้..
1. Eaton Corporation (ETN)
เป็นผู้นำการจัดการพลังงานระดับโลก ที่ผันตัวจากบริษัทอุตสาหกรรมหนัก มาเป็นบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะ เน้นซอฟต์แวร์และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน
มูลค่าบริษัท 5.1 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 8.0 แสนล้านบาท กำไร 1.2 แสนล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 8.9 แสนล้านบาท กำไร 1.3 แสนล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 48% Electrical Americas (ระบบไฟฟ้าในอเมริกาเหนือ)
- 25% Electrical Global (ระบบไฟฟ้าทั่วโลก)
- 16% Aerospace (ระบบเชื้อเพลิงและไฮดรอลิกเครื่องบิน)
- 11% Vehicle & eMobility (ชิ้นส่วนรถยนต์และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า)
รายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม Electrical ซึ่งได้อานิสงส์โดยตรงจากการขยายตัวของ Data Center ที่ต้องใช้ระบบสำรองไฟ (UPS) ขนาดยักษ์
2. ABB Ltd. (ABB)
ยักษ์ใหญ่จากสวีเดน-สวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นหัวใจของโรงงานแห่งอนาคต โดยผสมผสานงานวิศวกรรมไฟฟ้า เข้ากับซอฟต์แวร์ควบคุมหุ่นยนต์
นอกจากนี้ ABB ยังเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ในการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV แบบ Ultra-Fast ทั่วโลก
มูลค่าบริษัท 6.2 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 1.0 ล้านล้านบาท กำไร 1.3 แสนล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 1.1 ล้านล้านบาท กำไร 1.5 แสนล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 52% Electrification (อุปกรณ์และระบบจ่ายไฟฟ้า)
- 24% Automation (ระบบควบคุมโรงงาน และหุ่นยนต์แขนกล)
- 24% Motion (มอเตอร์และเครื่องขับเคลื่อนอัจฉริยะ)
3. Johnson Controls International (JCI)
บริษัทมุ่งเน้นการเปลี่ยนอาคารให้เป็น Smart Building ผ่านแพลตฟอร์ม AI ที่ชื่อว่า OpenBlue ซึ่งช่วยบริหารจัดการอากาศและความปลอดภัยอัตโนมัติ
ที่สำคัญ​ระบบระบายความร้อนของ York ในเครือ JCI เป็นมาตรฐานที่ Data Center ระดับโลกเลือกใช้
มูลค่าบริษัท 2.7 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 7.4 แสนล้านบาท กำไร 5.5 หมื่นล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 7.6 แสนล้านบาท กำไร 1.1 แสนล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 67% ทวีปอเมริกา
- 21% ทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA)
- 12% ทวีปเอเชียแปซิฟิก
4. Schneider Electric (SU)
บริษัทเน้นการใช้ดิจิทัลและไฟฟ้า เพื่อการประหยัดพลังงานในทุกระดับ ตั้งแต่บ้านจนถึงอุตสาหกรรมหนัก
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือใกล้ชิดกับผู้ผลิตชิป เช่น NVIDIA ในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Cluster โดยเฉพาะ
มูลค่าบริษัท 5.7 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 1.4 ล้านล้านบาท กำไร 1.6 แสนล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 1.5 ล้านล้านบาท กำไร 1.6 แสนล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 83% Energy Management (ระบบไฟฟ้า, Data Center และซอฟต์แวร์จัดการพลังงาน)
- 17% Industrial Automation (ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม)
5. National Grid (NGG)
เป็นทางด่วนพลังงาน ของอังกฤษและสหรัฐฯ เพราะไม่ได้เป็นคนผลิตไฟฟ้า แต่เป็นเจ้าของและผู้ดูแลสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่นำไฟไปส่งถึงเมือง
อีกทั้งยังเป็นผู้ลงทุนหลักในการสร้างสายส่งเชื่อมต่อทุ่งกังหันลมในทะเล (Offshore Wind) เข้าสู่ระบบ Grid หลัก
มูลค่าบริษัท 2.8 ล้านล้านบาท
ปี 2025 (สิ้นเดือน มี.ค.) รายได้ 8.1 แสนล้านบาท กำไร 1.2 แสนล้านบาท
ปี 2026 (สิ้นเดือน มี.ค.) รายได้ 7.9 แสนล้านบาท กำไร 1.4 แสนล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 16% UK Electricity Transmission (ระบบส่งไฟฟ้าในอังกฤษ)
- 11% UK Electricity Distribution (ระบบจำหน่ายไฟฟ้าในอังกฤษ)
- 23% New York
- 43% New England
- 7% National Grid Ventures และอื่น ๆ
6. Quanta Services (PWR)
บริษัทรับเหมาวิศวกรรมเฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เชี่ยวชาญการก่อสร้างในพื้นที่ยากลำบากและงานระบบที่ซับซ้อน
เนื่องจาก AI ต้องการพลังงานมหาศาล Quanta จึงเป็นผู้รับงานหลักในการสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งไฟสายตรง เข้าสู่ Data Center
มูลค่าบริษัท 3.8 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 7.7 แสนล้านบาท กำไร 2.9 หมื่นล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 9.2 แสนล้านบาท กำไร 3.3 หมื่นล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 82% Electric (สร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อย)
- 18% Underground & Infrastructure (งานท่อก๊าซและน้ำ)
7. Prysmian S.p.A.
หลังควบรวมกับ Encore Wire ทำให้ Prysmian เป็นเบอร์ 1 ของโลกด้านสายเคเบิลทุกรูปแบบ ตั้งแต่สายไฟในบ้าน จนถึงเคเบิลใต้ทะเลที่เชื่อมข้ามประเทศ
โดยบริษัทคือผู้นำสายเคเบิลใต้ทะเลสำหรับเชื่อมต่อพลังงานลม และสายไฟฟ้า HVDC ที่สูญเสียพลังงานต่ำ
มูลค่าบริษัท 1.7 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 6.4 แสนล้านบาท กำไร 2.8 หมื่นล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 7.4 แสนล้านบาท กำไร 4.8 หมื่นล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 56% Electrification (สายไฟในอาคารพาณิชย์, ที่อยู่อาศัย, อุตสาหกรรม)
- 19% Power Grid (สายไฟฟ้าแรงดันสูง)
- 17% Transmission (สายเคเบิลใต้ทะเล และสายเคเบิลใต้ดินแรงดันสูงพิเศษ หรือ HVDC)
- 8% Digital Solutions (สายใยแก้วนำแสง, สาย LAN)
8. E.ON SE
บริษัทเยอรมันที่ปรับโมเดลธุรกิจจากการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ามาเป็น ผู้บริหารจัดการเครือข่ายอัจฉริยะ และบริการลูกค้าปลายทาง
นอกจากนี้บริษัทยังมีเครือข่ายสถานีชาร์จ EV สาธารณะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
มูลค่าบริษัท 1.8 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 3.0 ล้านล้านบาท กำไร 1.7 แสนล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 3.0 ล้านล้านบาท กำไร 0.7 แสนล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 67% Energy Retail (การขายปลีกพลังงาน)
- 29% Energy Networks (โครงข่ายพลังงาน)
- 4% Energy Infrastructure Solutions (โซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน)
9. Hubbell Incorporated (HUBB)
ผลิตชิ้นส่วนอิฐและปูนของระบบไฟฟ้า เช่น ลูกถ้วย ฉนวน และขั้วต่อที่ทนทานสูงต่อพายุและการกัดกร่อน
ซึ่งบริษัทได้ประโยชน์จากการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าเก่า (Grid Modernization) เพื่อรองรับพลังงานสะอาด
มูลค่าบริษัท 0.8 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 1.8 แสนล้านบาท กำไร 2.5 หมื่นล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 1.9 แสนล้านบาท กำไร 2.9 หมื่นล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 63% Utility Solutions (ขายอุปกรณ์ให้บริษัทไฟฟ้าเพื่อซ่อมและขยาย Grid)
- 37% Electrical Solutions (ขายอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อาคารพาณิชย์และโรงงาน)
10. nVent Electric (NVT)
เชี่ยวชาญเรื่องการป้องกัน อุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นตู้คุมไฟที่กันน้ำ กันระเบิด หรือระบบระบายความร้อนในเครื่อง Server
โดยธุรกิจ Liquid Cooling หรือการระบายความร้อนด้วยของเหลว มีการเติบโตสูง เพราะ AI Server ร้อนเกินกว่าจะระบายด้วยอากาศได้
มูลค่าบริษัท 0.9 ล้านล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 1.0 แสนล้านบาท กำไร 1.1 หมื่นล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 1.3 แสนล้านบาท กำไร 2.3 หมื่นล้านบาท
สัดส่วนรายได้
- 67% Systems Protection (การป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบระบายความร้อน สำหรับ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน)
- 33% Electrical Connections (โซลูชันการเชื่อมต่อไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย)
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าสงครามเทคโนโลยีจะจบลงที่ใคร แต่ผู้ที่กุมโครงข่ายไฟฟ้าและระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะไว้ในมือ
คือผู้ที่กุมชีพจรหลักของโลกยุคใหม่ไว้
เพราะไม่ว่า AI จะฉลาดแค่ไหน มันก็เริ่มทำงานไม่ได้เลย ถ้าไม่มีไฟฟ้า..
—-----------
หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันที่ 13/05/2026
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon