SK Hynix จากดีลแย่ที่สุดในเกาหลี สู่อาณาจักร Memory ล้านล้าน ที่ Nvidia ขาดไม่ได้

SK Hynix จากดีลแย่ที่สุดในเกาหลี สู่อาณาจักร Memory ล้านล้าน ที่ Nvidia ขาดไม่ได้

SK Hynix จากดีลแย่ที่สุดในเกาหลี สู่อาณาจักร Memory ล้านล้าน ที่ Nvidia ขาดไม่ได้ /โดย ลงทุนแมน
ปี 2026 Nvidia บริษัทชิป AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ต้องทุ่มเงินก้อนใหญ่มัดตัวเองเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาวกับ SK Hynix บริษัทชิปหน่วยความจำจากเกาหลีใต้
เพราะต่อให้ชิปประมวลผลของ Nvidia จะเร็วแค่ไหน ก็ไร้ประโยชน์ ถ้าไม่มีชิปหน่วยความจำจาก SK Hynix ป้อนข้อมูลให้ทัน
แต่ในปีเดียวกัน หุ้น SK Hynix ก็เจอทั้งวันที่ดีที่สุดและวันที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท ห่างกันแค่ไม่กี่สัปดาห์
ที่น่าสนใจคือ เรื่องราวของ SK Hynix ที่กำลังสร้างความน่าตื่นเต้นในโลก AI และการลงทุนแบบนี้ กลับมีจุดเริ่มต้นมาจากดีลธุรกิจ ที่เคยถูกเรียกว่าแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจเกาหลีใต้
จากดีลที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ กลายมาเป็นอาณาจักร Memory ที่ปิดดีลล้านล้านบาทกับ Nvidia ได้อย่างไร ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ตัวละครหลักของเรื่องนี้ ก็คือ ชเว แท-วอน (Chey Tae-won) ประธาน SK Group
SK Group เป็นกลุ่มธุรกิจเก่าแก่ของเกาหลีใต้ ก่อตั้งปี 1953 จากธุรกิจสิ่งทอ ก่อนขยายเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันและพลังงานในปี 1980 และธุรกิจโทรคมนาคมในปี 1994 จนกลายเป็น SK Telecom ผู้ให้บริการมือถือเบอร์ 1 ของประเทศ
โดย ชเว แท-วอน เข้ารับตำแหน่งประธาน SK Group ตั้งแต่ปี 1998 ตอนอายุเพียง 38 ปี หลังพ่อของเขาซึ่งเป็นประธานคนก่อนเสียชีวิต
ตลอดหลายสิบปีก่อนหน้านั้น SK Group ไม่เคยแตะธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มาก่อนเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งต้นปี 2011 ตลาดโทรคมนาคมและพลังงานในประเทศเริ่มอิ่มตัว ชเว แท-วอน จึงเริ่มมองหาเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ให้กลุ่มบริษัท
สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ Hynix บริษัทผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ ที่ตอนนั้นกำลังขาดทุนต่อเนื่อง ท่ามกลางตลาดคอมพิวเตอร์และชิปหน่วยความจำที่ซบเซาทั่วโลก
ขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่า Hynix เป็นแค่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสินค้าโภคภัณฑ์ที่กำลังจะตาย ชเว แท-วอน กลับมองต่างออกไป
เขาเชื่อว่าถ้าโลกยิ่งพึ่งพาข้อมูลดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต Hynix มีโอกาสเติบโตเป็นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ตามเทรนด์หลักของโลกได้
แต่ SK Group ก็ไม่ได้เป็นเจ้าเดียวที่มองเห็นโอกาสนี้ STX Group กลุ่มธุรกิจต่อเรือรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ก็เข้าประมูลแข่งขันด้วยเช่นกัน
จนในปี 2012 ชเว แท-วอน ฝ่าเสียงคัดค้านจากคนในบอร์ดบริหารของตัวเอง และทุ่มเงิน 78,200 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น Hynix สัดส่วน 21% เอาชนะการประมูลไปได้
ในตอนนั้น นักวิเคราะห์แทบทุกสำนักมองตรงกันว่านี่คือการตัดสินใจที่ผิดพลาด และต่อมาดีลนี้ก็ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจเกาหลีใต้
และเดิมพันนี้ ชเว แท-วอน ลงมือต่อสู้ เป็นคนตัดสินใจ ฝ่าเสียงคัดค้านด้วยตัวเอง..
แต่สิ่งที่พิสูจน์ว่าเดิมพันครั้งนั้นถูกต้อง กลับเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาควบคุมอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ..
เพราะไม่ทันครบปีหลังปิดดีลนี้ ชเว แท-วอน กลับต้องเจอกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ของตัวเอง
ในปี 2013 ศาลกรุงโซลตัดสินจำคุกเขา 4 ปี ในคดีเบียดบังทรัพย์สินบริษัทในเครือมูลค่ากว่า 1,150 ล้านบาท ไปลงทุนเก็งกำไรส่วนตัว
แม้ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ แต่ ชเว แท-วอน ก็ยังคงนั่งตำแหน่งประธาน SK Group ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
จนต่อมา SK Hynix เปิดตัว High Bandwidth Memory หรือ HBM ตัวแรกของโลก ชิปหน่วยความจำที่ออกแบบให้ส่งข้อมูลความเร็วสูงเป็นพิเศษ ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อวงจรแนวตั้งที่เรียกว่า TSV (Through Silicon Via) ซึ่งเริ่มวิจัยมาตั้งแต่ปี 2006 และเดินหน้าพัฒนาต่อยอดเป็น HBM เต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2009
เหตุผลที่ HBM มีความสำคัญต่อเรื่องนี้ เพราะว่าชิปประมวลผล AI อย่าง GPU ต่อให้คำนวณเร็วแค่ไหน ก็ไร้ประโยชน์ถ้าป้อนข้อมูลเข้าไปให้มันประมวลผลไม่ทัน
เหมือนคนที่สมองไวมาก แต่ต้องรอให้คนอื่นส่งเอกสารมาให้ทีละแผ่น ต่อให้คิดเร็ว อ่านเร็วแค่ไหน ก็ยังต้องนั่งรออยู่ดี
HBM คือคำตอบของปัญหานี้ ด้วยการวางชิปหน่วยความจำซ้อนกันเป็นชั้น ๆ แล้วเจาะรูเชื่อมต่อในแนวตั้งแทนการเรียงต่อกันแบบแนวราบแบบเดิม ทำให้ส่งข้อมูลเข้าออกได้เร็วกว่าหน่วยความจำทั่วไปหลายเท่า
นี่คือเหตุผลที่ GPU รุ่นใหม่ของ Nvidia แทบทุกตัว ต้องมี HBM ติดตั้งอยู่ข้าง ๆ เสมอ ไม่มี HBM ก็เท่ากับมีสมองที่เร็วแต่ไม่มีทางป้อนข้อมูลให้ทัน
ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครในโลกพูดถึงคำว่า AI Boom เลยด้วยซ้ำ งานส่วนใหญ่ที่ใช้ชิปกราฟิกในยุคนั้นอย่างการเล่นเกม ก็ยังไม่ต้องการ Bandwidth มากขนาดต้องจ่ายแพงกว่าหน่วยความจำแบบเดิม HBM จึงเป็นเทคโนโลยีที่แทบไม่มีตลาดรองรับในเวลานั้น
พูดง่าย ๆ คือ ชเว แท-วอน เห็นแค่ภาพกว้าง ๆ ว่าโลกจะต้องพึ่งพาข้อมูลดิจิทัลมากขึ้น แต่เขาเองไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่า HBM จะกลายเป็นคำตอบ
แถมตอนที่เปิดตัว HBM สู่ตลาด ตัวเขาเองกลับอยู่ในเรือนจำ..
ปี 2014 SK Hynix เดินหน้าพัฒนา HBM ร่วมกับ AMD อย่างต่อเนื่อง แม้ยังมองไม่เห็นว่าเทคโนโลยีนี้จะสร้างรายได้ก้อนใหญ่เมื่อไร
ต่อมาในปี 2015 ชเว แท-วอน ได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กลับมาบริหาร SK Group อย่างเต็มตัวอีกครั้ง
จากจุดนั้น SK Hynix เดินหน้าพัฒนา HBM ต่อเนื่องไม่หยุด โดย HBM แต่ละรุ่นจะถูกไล่เลขขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ต่างจากสมาร์ตโฟนที่ออกรุ่นใหม่ทุกปี ยิ่งเลขสูง ก็ยิ่งส่งข้อมูลได้เร็วและจุข้อมูลได้มากขึ้น
และ SK Hynix ก็กลายเป็นบริษัทเดียวในโลกที่พัฒนา HBM ต่อเนื่องครบทุกรุ่น ตั้งแต่ HBM1 รุ่นแรกสุดในปี 2013 ไปจนถึง HBM4 รุ่นล่าสุด
ซึ่งในปี 2025 SK Hynix ก็กลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่ส่งตัวอย่าง HBM4 แบบ 12-Layer ให้ลูกค้าทดสอบ
ผลจากการทุ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้ปี 2025 SK Hynix ครองส่วนแบ่งตลาด HBM ทั่วโลกสูงถึง 61% ทิ้งห่าง Micron ที่ 21% และ Samsung ที่เหลือเพียง 17%
และในปี 2026 เดิมพัน 14 ปีของ ชเว แท-วอน ก็เริ่มออกดอกออกผลชัดเจนที่สุด..
- SK Group และ Nvidia ประกาศขยายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 16.7 ล้านล้านบาท ดีลนี้ครอบคลุมทั้งการสร้าง AI Factory และการพัฒนาชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่ร่วมกัน
- เดือนมกราคม SK Hynix ก็ประกาศกำไรปี 2025 แซงหน้า Samsung เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
- เดือนมิถุนายน SK Hynix ก็แซงหน้า Samsung ขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของเกาหลีใต้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี แต่ Samsung ก็แซงกลับมาได้ในอีก 2 วันถัดมา
- เดือนกรกฎาคม SK Hynix เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq สหรัฐฯ ระดมทุนได้ 26,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 886,000 ล้านบาท
ถือเป็นการ IPO ของบริษัทต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แซงหน้าการระดมทุนของ Alibaba เมื่อปี 2014
และเป็นการระดมทุนก้อนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมด รองจาก SpaceX ที่เพิ่งระดมทุนไปก่อนหน้าไม่นาน
ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 13% ในวันแรกที่เข้าเทรด
เดือนกรกฎาคม 2026 จึงกลายเป็นหนึ่งในเดือนที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ SK Hynix..
แต่ห่างจากเดือนนั้นไม่ถึง 3 สัปดาห์ SK Hynix ก็เจอกับหนึ่งในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทเช่นกัน
เพราะความร้อนแรงของ SK Hynix และ Samsung ที่ต่างได้ประโยชน์จากกระแส AI ผลักดันให้ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่งทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 9,114 จุด ในเดือนมิถุนายน 2026
ประเด็นคือ ก่อนหน้านั้น กองทุน Leveraged ETF ที่อ้างอิงหุ้นรายตัวเปิดขายเป็นครั้งแรกในเกาหลีใต้ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวเป็น 2 เท่าของราคาหุ้นอ้างอิงในแต่ละวัน
นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้แห่ทุ่มเงินเข้าไปในกองทุนกลุ่มนี้ เพราะอยากได้กำไร 2 เท่าจากหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดอย่าง SK Hynix และ Samsung
แต่กลไกที่คูณกำไรได้ 2 เท่าตอนขาขึ้น ก็คูณความเสียหายได้ 2 เท่าตอนขาลงเช่นกัน
เมื่อตลาดเกิด Panic แรงเทขาย Leveraged ETF ก็ยิ่งเร่งตัวเองให้รุนแรงขึ้นไปอีกเป็นวงจร
ปลายเดือนกรกฎาคม 2026 มูลค่าบริษัท SK Hynix ร่วงจากจุดสูงสุด 46 ล้านล้านบาท เหลือเพียง 22 ล้านล้านบาท หรือลดลง 52% ภายในเวลาเพียง 1 เดือน
ส่วนกองทุน KODEX SK Hynix Leverage ซึ่งเป็น Leveraged ETF ยอดนิยม มูลค่าลดลงไปแล้วมากถึง 84%
Citi Global Markets ประเมินความเสียหายรวมของนักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้จากวิกฤติ Leveraged ETF ครั้งนี้ไว้ที่ราว 1.3 ล้านล้านบาท
จะเห็นว่าในเวลาไม่ถึง 2 เดือน หุ้นตัวเดียวกันไปแตะทั้งวันที่ดีที่สุดและวันที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท
แต่เดิมพันของ ชเว แท-วอน ไม่เคยถูกวัดด้วยราคาหุ้นวันใดวันหนึ่ง
สิ่งที่เขาเดิมพันจริง ๆ คือความเชื่อที่ว่าชิปหน่วยความจำจะมีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกดิจิทัล ไม่ใช่ราคาหุ้นรายวัน
และตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เดิมพันเดียวที่ ชเว แท-วอน ลงมือต่อสู้ด้วยตัวเอง คือวันที่เขาฝ่าเสียงคัดค้านซื้อ Hynix ในปี 2012
และเดิมพันครั้งนั้น ก็ได้สร้าง SK Hynix ให้สมบูรณ์
กลายเป็นหนึ่งในบริษัทชิป Memory ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ที่ Nvidia ยังต้องพึ่งพา
และกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เป็นภาพจำของประเทศเกาหลีใต้ เคียงคู่กับ Samsung ไปแล้ว..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon