
รู้จัก Fabrinet ฉายา TSMC แห่งวงการแสง โรงงานใหญ่สุดในโลก อยู่ที่ไทย
รู้จัก Fabrinet ฉายา TSMC แห่งวงการแสง โรงงานใหญ่สุดในโลก อยู่ที่ไทย /โดย ลงทุนแมน
หาก TSMC คือกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมชิป สำหรับประมวลผล AI
Fabrinet ก็คือกระดูกสันหลังของระบบ Photonics โดยเป็นผู้รับจ้างผลิตโมดูลแสงรายใหญ่ระดับโลก
Fabrinet ก็คือกระดูกสันหลังของระบบ Photonics โดยเป็นผู้รับจ้างผลิตโมดูลแสงรายใหญ่ระดับโลก
ที่น่าสนใจคือ Fabrinet ใช้ประเทศไทย เป็นฐานการประกอบโมดูลแสงขนาดใหญ่ และไฟเบอร์ออปติก
ส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย
ส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย
แล้วเรื่องราวของ Fabrinet มีความน่าสนใจอย่างไร
บริษัทนี้มีความสำคัญแค่ไหน ต่อเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
บริษัทนี้มีความสำคัญแค่ไหน ต่อเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าย้อนไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน หากพูดถึง Fabrinet
แน่นอนว่าก็คงเป็นบริษัทรับจ้างผลิต และประกอบชิ้นส่วนระบบ Photonics ธรรมดา ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก และไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง
แน่นอนว่าก็คงเป็นบริษัทรับจ้างผลิต และประกอบชิ้นส่วนระบบ Photonics ธรรมดา ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก และไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง
แต่ในตอนนี้ Fabrinet กำลังจะก้าวขึ้นมามีบทบาทอย่างมาก ในอุตสาหกรรม Photonics ของประเทศไทย
ถ้าเราไปดูรายได้ของบริษัทแม่ Fabrinet ที่สหรัฐอเมริกา เราจะเห็นว่า
ปี 2023 มีรายได้ 87,100 ล้านบาท กำไร 8,200 ล้านบาท
ปี 2024 มีรายได้ 94,900 ล้านบาท กำไร 9,700 ล้านบาท
ปี 2025 มีรายได้ 112,500 ล้านบาท กำไร 10,900 ล้านบาท
ปี 2024 มีรายได้ 94,900 ล้านบาท กำไร 9,700 ล้านบาท
ปี 2025 มีรายได้ 112,500 ล้านบาท กำไร 10,900 ล้านบาท
9 เดือนแรกของปี 2026 (รอบบัญชี กรกฎาคม 2025 - มีนาคม 2026)
มีรายได้ 109,369 ล้านบาท กำไร 10,998 ล้านบาท
เรียกได้ว่ายังปิดงบไม่ครบปี Fabrinet ก็มีกำไรมากกว่างบทั้งปี 2025 ที่ผ่านมาแล้ว
มีรายได้ 109,369 ล้านบาท กำไร 10,998 ล้านบาท
เรียกได้ว่ายังปิดงบไม่ครบปี Fabrinet ก็มีกำไรมากกว่างบทั้งปี 2025 ที่ผ่านมาแล้ว
ปัจจุบัน Fabrinet มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 680,000 ล้านบาท
โดยช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัท ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 130%
โดยช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัท ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 130%
ที่สำคัญคือ กำลังการผลิตของ Fabrinet เกือบ 100% นั้นอยู่ที่ประเทศไทย
ซึ่งประเทศไทย ก็กำลังจะเป็นฐานการผลิตระดับโลกในอุตสาหกรรม Photonics ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจยุคใหม่
ซึ่งประเทศไทย ก็กำลังจะเป็นฐานการผลิตระดับโลกในอุตสาหกรรม Photonics ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจยุคใหม่
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชิปเซตของระบบ Photonics กำลังจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการประมวลผล AI และการใช้ AI ส่งผ่านข้อมูล
โดยปัจจุบัน ชิปประมวลผลอย่าง GPU ของ NVIDIA ได้ถูกพัฒนาให้คิดและประมวลผล AI ได้เร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด
แต่ปัญหาต่อจากนี้ก็คือ เมื่อชิปประมวลผลเสร็จในระดับเสี้ยววินาที
แล้วจะส่งข้อมูลนั้นไปหาชิปตัวอื่น หรือส่งข้ามตู้เซิร์ฟเวอร์
สายไฟฟ้ากลับวิ่งผ่านตัวกลาง ที่มีเพียงแค่ลวดทองแดงเท่านั้น
แล้วจะส่งข้อมูลนั้นไปหาชิปตัวอื่น หรือส่งข้ามตู้เซิร์ฟเวอร์
สายไฟฟ้ากลับวิ่งผ่านตัวกลาง ที่มีเพียงแค่ลวดทองแดงเท่านั้น
ซึ่งลวดทองแดง เป็นตัวกลางรับส่งข้อมูลที่ช้าเกินไป เมื่อเทียบกับความเร็วของ GPU จนกลายเป็นคอขวด..
เมื่อเป็นแบบนี้ ทำให้ในอนาคตจำเป็นต้องมีชุดรับส่งข้อมูลรูปแบบใหม่ นั่นก็คือ Photonics
โดยเปลี่ยนจากการส่งผ่านข้อมูลด้วย “ไฟฟ้า” ผ่านลวดทองแดง
เป็นการส่งผ่านข้อมูลด้วย “ความเร็วแสง” แทน
เป็นการส่งผ่านข้อมูลด้วย “ความเร็วแสง” แทน
ซึ่งการทำแบบนี้ ก็สามารถแก้ปัญหาคอขวดได้ เพราะทำให้ชิปสามารถประมวลผลได้โดยไม่ต้องนั่งรอข้อมูล
มาถึงจุดนี้ บอกเลยว่าการเติบโตของระบบ Photonics จะไม่ได้เป็นเพียงแค่การเติบโตแบบเส้นตรง ที่ระดับ 1 หรือ 2 Digits เท่านั้น
แต่ระบบ Photonics กำลังจะเติบโตระดับ 3 Digits หรือ Exponential เพราะกำลังจะมาแทนที่การส่งผ่านข้อมูลด้วยทองแดงแบบดั้งเดิม
โดยจากข้อมูลของ LH Fund นั้นได้อธิบายการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปเซต Photonics ไว้ว่า
ในยุคชิป GPU ของ NVIDIA
ในยุคชิป GPU ของ NVIDIA
- รุ่น GB300 ที่เริ่มขายอย่างจริงจังช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา
ระบบ GPU รุ่นนี้ก็ยังคงใช้สายทองแดงแบบดั้งเดิมเป็นหลัก
โดยจะมีมูลค่าของระบบ Optical รวมอยู่ที่ 8,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
ระบบ GPU รุ่นนี้ก็ยังคงใช้สายทองแดงแบบดั้งเดิมเป็นหลัก
โดยจะมีมูลค่าของระบบ Optical รวมอยู่ที่ 8,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
- และล่าสุดที่ NVIDIA ได้เปิดตัว GPU รุ่น Vera Rubin B ที่คาดว่าจะมีการผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าปลายปีนี้
GPU รุ่นนี้ จะถูกบีบให้ลดสัดส่วนการพึ่งพาสายทองแดง โดยมีการคาดกันว่ามูลค่าของระบบ Optical ที่จะใช้กับรุ่นนี้อยู่ที่ 48,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เซิร์ฟเวอร์
จะเห็นได้ว่า ภายในไม่ถึง 1 ปี บทบาทของการส่งข้อมูลผ่านทองแดงนั้น ก็ลดลงเรื่อย ๆ
โดยมูลค่าของ Optical Module นั้น ก็สูงเป็นเกือบ 6 เท่าของต้นปี
โดยมูลค่าของ Optical Module นั้น ก็สูงเป็นเกือบ 6 เท่าของต้นปี
นั่นเลยทำให้ Fabrinet ได้รับประโยชน์ไปด้วย เพราะยิ่ง GPU แต่ละรุ่นใช้ Optical Module มูลค่าสูงขึ้นมากเท่าไร รายได้ต่อตู้เซิร์ฟเวอร์ที่ Fabrinet ได้รับ ก็อาจสูงขึ้นตามนั่นเอง
เท่านั้นยังไม่พอ GPU รุ่น Rubin Ultra B ที่คาดกันว่าจะเป็น GPU แห่งอนาคตรุ่นต่อไปของ NVIDIA
คาดว่าจะมีมูลค่าของระบบ Optical อยู่ที่ 123,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เซิร์ฟเวอร์
หรือสูงเป็นเกือบ 3 เท่าจากรุ่นก่อนหน้าเลยทีเดียว
คาดว่าจะมีมูลค่าของระบบ Optical อยู่ที่ 123,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เซิร์ฟเวอร์
หรือสูงเป็นเกือบ 3 เท่าจากรุ่นก่อนหน้าเลยทีเดียว
ซึ่งจากยอดขายและกำไรของ Fabrinet ที่เป็นโรงงานรับจ้างผลิตและประกอบ เราก็พอจะเห็นภาพชัดเจนแล้วว่าดีมานด์ของโมดูล Photonics นั้นสูงมาก จนโรงงานแทบจะผลิตไม่ทัน
แล้วทำไม Fabrinet ถึงกำลังกลายเป็น New S-Curve ของอุตสาหกรรม Optical ในประเทศไทย ?
ถ้าหากมองภาพใหญ่ของห่วงโซ่อุปทานของชิป Photonics
เราสามารถจำแนกผู้เล่นออกเป็น 3 ขั้นคือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
เราสามารถจำแนกผู้เล่นออกเป็น 3 ขั้นคือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
ก่อนที่จะส่งไปถึงมือยักษ์ใหญ่ คือ Big Tech และผู้สร้าง Data Center เจ้าดังอย่าง Amazon, Google, Microsoft หรือ Meta
- ผู้ผลิตต้นน้ำ ก็คงหนีไม่พ้นผู้ผูกขาดเครื่องจักรผลิตชิป EUV อย่าง ASML
โดยถ้าเป็นชิปทั่ว ๆ ไปเครื่อง EUV ของ ASML ก็ถูกสร้างมาเพื่อผลิตชิปประมวลผลไฟฟ้าแบบดั้งเดิม
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ASML ก็เป็นกุญแจสำคัญของชิป Photonics ด้วย ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า Silicon Photonics
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ASML ก็เป็นกุญแจสำคัญของชิป Photonics ด้วย ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า Silicon Photonics
ซึ่งเทคโนโลยีนี้ ถือเป็นการสลักวงจรไฟฟ้าขนาดจิ๋วและท่อนำแสง ลงบนแผ่นซิลิคอนเวเฟอร์ผืนเดียวกันไปเลย
- ต่อมาคือผู้ผลิตกลางน้ำ คือผู้ออกแบบและคิดค้นเทคโนโลยี คล้าย ๆ NVIDIA ที่ออกแบบชิป GPU
หรือ Broadcom ที่ออกแบบชิป ASIC
หรือ Broadcom ที่ออกแบบชิป ASIC
แต่ในอุตสาหกรรมนี้ ก็มีพระเอกหลักอย่าง
Marvell ที่ออกแบบชิปซิลิคอนสำหรับ Photonics โดยเฉพาะ ซึ่งชิป Photonics
ก็จะมีหน้าที่ช่วยแปลงสัญญาณไฟฟ้าจากชิปธรรมดาให้กลายเป็นแสง เพื่อส่งผ่านข้อมูล
Marvell ที่ออกแบบชิปซิลิคอนสำหรับ Photonics โดยเฉพาะ ซึ่งชิป Photonics
ก็จะมีหน้าที่ช่วยแปลงสัญญาณไฟฟ้าจากชิปธรรมดาให้กลายเป็นแสง เพื่อส่งผ่านข้อมูล
Coherent และ Lumentum ผู้ออกแบบและผลิต Optical Components
หรือเป็นส่วนอะไหล่เฉพาะทาง อย่าง Laser, Modulator หรือ Fiber Connector ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับส่งผ่านข้อมูล
- ต่อมาเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำ นั่นก็คือผู้รับจ้างผลิต ที่จะได้เค้กก้อนใหญ่ไปแน่ ๆ นั่นก็คือ TSMC
นอกจากที่ TSMC จะผลิตชิปประมวลผลไฟฟ้าทั่วไปได้เก่งแล้ว
TSMC ก็กำลังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเป็นสะพานเชื่อมการประมวลผล ของชิปทั้ง 2 แบบด้วยกัน คือชิปทางไฟฟ้าทั่วไปอย่าง GPU และชิปแสง Photonics
โดย TSMC ก็จะมีแผ่น Substrate ซึ่งเป็นแผ่นชิปยาว ๆ สำหรับรองชิปประมวลผล GPU และชิปเซตระบบแสง Photonics เข้าด้วยกัน
การทำแบบนี้ ก็ถือเป็นกระบวนการจัดวางชิปที่มีลักษณะเป็นเหมือนคอนโดฯ หรือที่เรียกกันว่า Advanced Packaging นั่นเอง
มาถึงตรงนี้ หากถามว่า Fabrinet ที่มีฐานการผลิตตั้งอยู่ในประเทศไทยนั้น ได้อะไร ?
เมื่อทั้งชิปประมวลผลทางไฟฟ้าและชิปแสง ถูกนำไปผลิตด้วยกระบวนการ Advanced Packaging โดย TSMC แล้ว
Fabrinet ก็จะเป็นโรงงานปลายน้ำขั้นสุด
เพราะพอ TSMC ผลิตแผ่นชิปเซต (ที่มีทั้ง GPU และชิปแสง) เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็ทำการ Packaging แล้วส่งตรงมาที่โรงงานประกอบของ Fabrinet ที่มีฐานการผลิตหลักอยู่ในประเทศไทย 2 แห่งด้วยกัน นั่นคือที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดปทุมธานี
โดย Fabrinet จะทำหน้าที่นำชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Photonics ทั้งหมดมาประกอบกัน
- ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วน Laser, Modulator หรือ Fiber Connector ที่ถูกผลิตมาจาก Lumentum หรือ Coherent
- และชิปเซตที่ส่งมาจาก TSMC
- และชิปเซตที่ส่งมาจาก TSMC
นำมาประกอบกันเป็น Optical Module ซึ่ง Fabrinet ไม่ได้ใช้ Process ในการประกอบในรูปแบบ
การหยิบชิ้นส่วน ขันนอต หรือบัดกรีธรรมดา ๆ
การหยิบชิ้นส่วน ขันนอต หรือบัดกรีธรรมดา ๆ
โดย Fabrinet จะต้องทำการประกอบโมดูล ด้วยวิธีการที่เรียกว่า Active Alignment วิธีนี้ คือการป้อนกระแสไฟฟ้าเข้าไปที่ตัวชิปเลเซอร์ แล้วค่อย ๆ ปรับจูนลำแสงให้ตรง เพื่อประกอบชิ้นส่วนเข้าหากัน
ซึ่งกระบวนการจูนลำแสงนี้ จะต้องคุมความแม่นยำให้ได้ในระดับต่ำกว่า 1 ไมครอน..
ที่น่าสนใจคือ Fabrinet สามารถครองส่วนแบ่งการตลาด การประกอบชิ้นส่วน Photonics สำหรับการประมวลผล AI ได้มากที่สุด
เพราะ Fabrinet ถือเป็นเจ้าเดียว ที่สามารถประกอบชิ้นส่วนนี้ ด้วยวิธีการจูนลำแสง แล้วได้ Yield สูงสุด หรือแทบจะไม่มีงานเสียเลย
ตรงนี้ ก็ถือเป็นจุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดของ Fabrinet ที่คู่แข่งเจ้าอื่นยังไล่ตามไม่ทัน
อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าจะบอกว่าสำหรับ GPU ของ NVIDIA รุ่นต่อ ๆ ไป ที่ถูกผลิตโดย TSMC เมื่อผลิตเสร็จแล้ว ชิปเซตทุกตัว ก็จะถูกส่งมาที่ประเทศไทย โดย Fabrinet จะรับหน้าที่ประกอบชิปเซตเหล่านี้ ให้กลายเป็น Optical Module นั่นเอง
จะเห็นได้ว่าการเติบโตของตลาด Photonics นั้น จะทำให้อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย เติบโตอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งสิ่งนี้ เราสามารถพิสูจน์ได้ จากผลประกอบการรายได้และกำไรของ บริษัท ฟาบริเนท จำกัด (เฉพาะส่วนของโรงงานรับจ้างผลิตในประเทศไทย) 4 ปีย้อนหลัง
บริษัท ฟาบริเนท จำกัด
ปี 2022 มีรายได้ 12,997 ล้านบาท กำไร 113 ล้านบาท
ปี 2023 มีรายได้ 14,553 ล้านบาท กำไร 395 ล้านบาท
ปี 2024 มีรายได้ 14,313 ล้านบาท กำไร 359 ล้านบาท
ปี 2025 มีรายได้ 17,248 ล้านบาท กำไร 1,426 ล้านบาท
ปี 2022 มีรายได้ 12,997 ล้านบาท กำไร 113 ล้านบาท
ปี 2023 มีรายได้ 14,553 ล้านบาท กำไร 395 ล้านบาท
ปี 2024 มีรายได้ 14,313 ล้านบาท กำไร 359 ล้านบาท
ปี 2025 มีรายได้ 17,248 ล้านบาท กำไร 1,426 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
โรงงานไทยที่รับจ้างผลิต มีรายได้โตขึ้น 10% ต่อปี และมีกำไรโตขึ้น 133% ต่อปี
โรงงานไทยที่รับจ้างผลิต มีรายได้โตขึ้น 10% ต่อปี และมีกำไรโตขึ้น 133% ต่อปี
และจากข้อมูลซัปพอร์ตของ LH Fund ถ้าอุตสาหกรรม Photonics ในประเทศไทยเกิดขึ้นจริง
สิ่งนี้ก็จะกลายเป็น New S-Curve ใหม่ที่จะดัน GDP หรือเศรษฐกิจไทย ในแง่ของการส่งออกให้เติบโตมากขึ้น ตามขบวนรถไฟ AI
สิ่งนี้ก็จะกลายเป็น New S-Curve ใหม่ที่จะดัน GDP หรือเศรษฐกิจไทย ในแง่ของการส่งออกให้เติบโตมากขึ้น ตามขบวนรถไฟ AI
ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราก็มีพี่ใหญ่ อย่าง Delta Electronics ที่ขึ้นชื่อว่า เป็นราชาหลังบ้านผู้คุมระบบพลังงาน และระบบระบายความร้อนของ Data Center AI ทั่วโลก
โดยโมดูลสำหรับควบคุมพลังงานของ Data Center จากทั่วโลก ล้วนต้องผ่านการบัดกรี และการประกอบจากที่ Delta ประเทศไทย
เรื่องนี้ก็ทำให้ Delta มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด และผลักดันให้ Delta กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 4 ล้านล้านบาท เพียงบริษัทเดียวในประเทศไทย
และในอนาคต ก็เหมือนจะมีแนวโน้มว่า ชิปเซตของ GPU รุ่นต่อไป ที่ผ่านการผลิตลวดลายชิป และ Advanced Packaging จาก TSMC แทบทุกตัว
ก็ต้องส่งมาประกอบเป็น Optical Module ที่ประเทศไทย
ผ่านบริษัทรับจ้างผลิต ที่เมื่อ 3-4 ปีก่อน แทบจะไม่มีใครเคยรู้จักอย่าง Fabrinet นั่นเอง..
ผ่านบริษัทรับจ้างผลิต ที่เมื่อ 3-4 ปีก่อน แทบจะไม่มีใครเคยรู้จักอย่าง Fabrinet นั่นเอง..
—-------------------
คำเตือน : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม Photonics เท่านั้น ข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจาก LH Fund ซึ่งไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน
คำเตือน : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม Photonics เท่านั้น ข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจาก LH Fund ซึ่งไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน
ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่หลากหลาย และปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก