
คนไทยแต่ละ Gen ดูแลสุขภาพต่างกันอย่างไร ? และนั่นกำลังเปลี่ยนธุรกิจโรงพยาบาลทั้งระบบ
ในอดีต คนไปโรงพยาบาลเมื่อป่วย
แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นกำลังเปลี่ยน
แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นกำลังเปลี่ยน
ยอดจำหน่ายแพ็กเกจสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เติบโตมากกว่า 32% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และจำนวนผู้ใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นมากกว่า 45%
ตัวเลขเหล่านี้บอกว่า คนไทยไม่ได้รอป่วยก่อนค่อยคิดเรื่องสุขภาพอีกต่อไป
แล้วพฤติกรรมที่เปลี่ยนนี้ กำลังเปลี่ยนธุรกิจโรงพยาบาลไปอย่างไร ?
และแต่ละ Generation ดูแลสุขภาพต่างกันอย่างไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
และแต่ละ Generation ดูแลสุขภาพต่างกันอย่างไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประกาศจับมือกับ Shop.BeDee แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล เพื่อสร้าง Digital Health Ecosystem ที่เชื่อมการดูแลสุขภาพจากออนไลน์สู่โรงพยาบาลแบบไร้รอยต่อ
แต่ก่อนจะเข้าใจว่าความร่วมมือนี้สำคัญแค่ไหน ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมโรงพยาบาลถึงต้องเปลี่ยน
สิ่งที่น่าสนใจมากจากข้อมูลของพญาไท-เปาโล คือความต้องการด้านสุขภาพของคนแต่ละ Generation ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และไม่มีแพ็กเกจไหนที่ตอบโจทย์ได้ทุกคน
Gen Z ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต และต้องการข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ท่ามกลางโลกโซเชียลที่เต็มไปด้วยข้อมูลผิด ๆ
Gen Y ไม่ได้ขาดความรู้เรื่องสุขภาพ แต่ขาดเวลา เพราะต้องดูแลทั้งลูก พ่อแม่ และงานพร้อมกัน
Digital Platform จึงไม่ใช่เรื่องของความสะดวก แต่คือเครื่องมือเดียวที่ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน
Digital Platform จึงไม่ใช่เรื่องของความสะดวก แต่คือเครื่องมือเดียวที่ทำให้การดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน
Gen X มีกำลังซื้อสูง แต่มักพบโรค NCDs จากการตรวจสุขภาพประจำปี ความต้องการจึงเปลี่ยนจากการตรวจแบบครอบคลุมทุกอย่าง ไปสู่การดูแลแบบ Personalized Care ที่ประเมินความเสี่ยงและติดตามสุขภาพได้แม่นยำในระยะยาว
Silver Age ไม่ได้ต้องการแค่หมอที่รักษาได้ แต่ต้องการ Partner ที่ช่วยให้ชีวิตหลัง 60 ปียังมีคุณภาพ
และในอีก 7 ปีข้างหน้า ไทยจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ
และในอีก 7 ปีข้างหน้า ไทยจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ
แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือกลุ่มที่ 5 ที่ถูกเรียกว่า Gen A (AI)
Gen A ไม่ถูกนิยามด้วยอายุ แต่คือกลุ่มคนที่ใช้ AI เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาข้อมูลสุขภาพและประเมินอาการเบื้องต้น
คนกลุ่มนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และความท้าทายของโรงพยาบาลคือ ทำอย่างไรให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง เข้าถึงพวกเขาได้ก่อนที่ข้อมูลผิด ๆ จะเข้าถึงก่อน
นี่คือเหตุผลที่ความร่วมมือระหว่างพญาไท-เปาโล และ Shop.BeDee น่าสนใจกว่าแค่การ "เปิดช่องทางซื้อแพ็กเกจใหม่"
Shop.BeDee ทำหน้าที่เป็นประตูดิจิทัล ที่ผู้บริโภคใช้ค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบโปรแกรม และนัดหมายก่อนมาโรงพยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแล้วของผู้บริโภค
แนวทางที่ใช้คือ Omnichannel แบบไร้รอยต่อ ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงสองสิ่ง
หนึ่ง Personalized Recommendation ระบบแนะนำโปรแกรมสุขภาพที่ตรงกับช่วงอายุและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ใช่แพ็กเกจเดียวสำหรับทุกคน
สอง Customized Communication เลือกคอนเทนต์และช่องทางที่เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อให้รู้สึกว่าโรงพยาบาลใส่ใจเป็นรายบุคคล
สำหรับผู้บริโภค ความร่วมมือนี้หมายความว่าสามารถซื้อโปรแกรมสุขภาพและบริการทางการแพทย์ของพญาไท-เปาโลผ่าน Shop.BeDee ได้ในราคาพิเศษ เริ่มต้นที่ 400 บาท พร้อมรับโค้ดส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท ครอบคลุมตั้งแต่โปรแกรมตรวจสุขภาพ แพ็กเกจตรวจเฉพาะทาง การคัดกรองโรค และวัคซีน
มองในภาพใหญ่ขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวงการสุขภาพไทยขณะนี้คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ
จากโมเดลเดิมที่โรงพยาบาลรอให้คนป่วยมาหา ไปสู่โมเดลใหม่ที่โรงพยาบาลเข้าหาคนก่อนที่เขาจะป่วย
ซึ่งทำได้ก็ต่อเมื่อโรงพยาบาลมีเครื่องมือดิจิทัลที่แข็งแกร่งพอ และมีข้อมูลที่ลึกพอที่จะรู้ว่าแต่ละคนต้องการอะไร
ในโลกที่คนไทยทุก Generation ดูแลสุขภาพต่างกัน
โรงพยาบาลที่จะชนะในอนาคต ไม่ใช่โรงพยาบาลที่มีแพ็กเกจครบที่สุด
โรงพยาบาลที่จะชนะในอนาคต ไม่ใช่โรงพยาบาลที่มีแพ็กเกจครบที่สุด
แต่คือโรงพยาบาลที่เข้าใจลูกค้าของตัวเองได้ดีที่สุด..