
ไทย ขาดดุลการค้า หนักสุดครั้งประวัติศาสตร์ น่ากังวลแค่ไหน ?
ไทย ขาดดุลการค้า หนักสุดครั้งประวัติศาสตร์ น่ากังวลแค่ไหน ? /โดย ลงทุนแมน
เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า ไทยขาดดุลการค้าสูงถึง 3.4 แสนล้านบาท ภายในเดือนเดียว ซึ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า ไทยขาดดุลการค้าสูงถึง 3.4 แสนล้านบาท ภายในเดือนเดียว ซึ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สำหรับหลายคน ตัวเลขดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงลบของเศรษฐกิจไทย
ทว่าในความเป็นจริง ตัวเลขการขาดดุล อาจไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายไปเสียทั้งหมด
แล้วตัวเลขการขาดดุลการค้าครั้งประวัติศาสตร์ บอกอะไรกับเราได้บ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ไทยขาดดุลการค้า เดือน เม.ย. 2026 สูงกว่า 3.4 แสนล้านบาท คิดเป็นการขาดดุลมากขึ้นถึง 200% เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. ปีก่อน (YoY)
และเป็นการขาดดุลการค้ารายเดือน ที่ทุบสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ หรือนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 1991
แม้ว่าตัวเลขการขาดดุลสูงสุด มีส่วนมาจากการนำเข้าพลังงานที่แพงขึ้น หลังเกิดวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
เพราะแนวโน้มการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2025 จนถึง 4 เดือนแรกของปี 2026
ปี 2025
- มูลค่าการส่งออก 11.13 ล้านล้านบาท เติบโต 12.9% จากปีก่อนหน้า ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- มูลค่าการนำเข้า 11.45 ล้านล้านบาท เติบโต 12.9% จากปีก่อนหน้า
ปี 2026 (ม.ค.-เม.ย.)
- มูลค่าการส่งออก 4 ล้านล้านบาท เติบโต 18.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- มูลค่าการนำเข้า 4.68 ล้านล้านบาท เติบโต 35.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- มูลค่าการส่งออก 11.13 ล้านล้านบาท เติบโต 12.9% จากปีก่อนหน้า ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- มูลค่าการนำเข้า 11.45 ล้านล้านบาท เติบโต 12.9% จากปีก่อนหน้า
ปี 2026 (ม.ค.-เม.ย.)
- มูลค่าการส่งออก 4 ล้านล้านบาท เติบโต 18.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- มูลค่าการนำเข้า 4.68 ล้านล้านบาท เติบโต 35.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้นมาก แต่มูลค่าการนำเข้ากลับเพิ่มขึ้นเร็วกว่า จนเกิดการขาดดุล
และ สนค. ชี้ว่า ตัวเลขการขาดดุลการค้าครั้งประวัติศาสตร์นี้ อาจยังไม่ใช่จุดสูงสุด..
ทั้งนี้ การขาดดุลการค้า มักถูกตีเป็นข่าวร้ายทางเศรษฐกิจ เพราะหมายถึงประเทศกำลังจ่ายเงินให้กับต่างประเทศ มากกว่ามีรายได้จากการค้า
และหากขาดดุลสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลลบต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ซึ่งแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนยิ่งเป็นกังวลกับตัวเลขการขาดดุล
แต่อย่างที่เกริ่นไปว่า การขาดดุล ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศแย่อย่างที่คิด
เพราะเมื่อไปชำแหละดูสินค้านำเข้าหลัก ที่ทำให้ไทยขาดดุลหนัก แซงหน้าสินค้าพลังงาน
ก็พบว่าเป็นสินค้าประเภทวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป อย่างแผงวงจรไฟฟ้า และแผงวงจรพิมพ์
รองลงมาคือสินค้าทุน อย่างพวกเครื่องจักรกล
ซึ่งสินค้าเหล่านี้ ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่อาจทำให้ภาคการส่งออกของไทย กลับมาโตแรงอีกครั้ง
หรืออาจบอกได้ว่า ไทยเจอการขาดดุล เพื่อส่งเสริมภาคการส่งออก
แม้จะดูย้อนแย้งกัน แต่เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจบ่อยครั้ง
ยกตัวอย่าง เวียดนาม ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 ที่บริษัทระดับโลก เริ่มทยอยเข้ามาตั้งฐานการผลิตสินค้าเทคโนโลยีที่เวียดนาม
แน่นอนว่า ในเวลานั้นที่เวียดนามไม่มีทุนหรือเทคโนโลยี ทำให้บริษัทต่างชาติ ต้องนำเข้าเครื่องจักร และวัตถุดิบจากต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อใช้ในการผลิตสินค้า
มูลค่าการนำเข้าของเวียดนาม จึงทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยระหว่างปี 2006-2009 มูลค่าการนำเข้าเติบโตเฉลี่ยเกือบ 20% ต่อปี
แม้ว่านับตั้งแต่เวียดนามเปิดประเทศในปี 1986 เวียดนามจะขาดดุลการค้ามาตลอด แต่การนำเข้าสินค้าทุนที่มีมูลค่าสูง ก็ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้าหนักมากขึ้นกว่าเดิม
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาคการส่งออกของเวียดนามก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน
จนปี 2012 เวียดนามส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ กลายเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของประเทศ
ซึ่งถือเป็นจุดที่พลิกดุลการค้าของเวียดนาม ให้เป็นบวกหรือเกินดุลได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
หากเวียดนามไม่ขาดดุลการค้าเลย ก็คงยากที่จะสร้างฐานการผลิตสินค้าเทคโนโลยีได้
หรือแม้กระทั่งไทยเอง ก็เคยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าในระดับสูง จากการนำเข้าสินค้าทุน เครื่องจักร และวัตถุดิบจำนวนมหาศาล เพื่อตอบสนองฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น
โดยระหว่างปี 1987-1996 ไทยนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 24% ต่อปี
แม้ภาคการส่งออกของไทยจะเติบโตขึ้นมากเช่นกัน แต่ยิ่งไทยส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมได้มากเท่าใด ก็ยิ่งต้องนำเข้ามากขึ้นเท่านั้น ทำให้ไทยขาดดุลการค้าสะสมในระดับสูง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวเลขดุลการค้าที่ติดลบต่อเนื่อง กลับไม่ได้เป็นผลแย่กับเศรษฐกิจไทยในเวลานั้น
เพราะเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างร้อนแรง โดย GDP ขยายตัวเฉลี่ยกว่า 9% ต่อปี ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว จนไทยถูกเก็งว่า จะกลายเป็นเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 ของเอเชีย
ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างที่ย้ำว่า การขาดดุลการค้า อาจไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอทางเศรษฐกิจเสมอไป
อย่างไรก็ดี แม้ดุลการค้าที่ติดลบ อาจไม่ใช่ปัญหาที่ตัวมันเอง แต่ก็ซ่อนประเด็นที่เราต้องจับตาในระยะยาวเช่นกัน
ประเด็นแรก คือ การไม่ติดกับดัก การนำเข้าสินค้า เพื่อหนุนภาคการส่งออก อย่างถาวร
อย่างที่กล่าวไปว่า การขาดดุลการค้า อาจเป็นสิ่งจำเป็นในบางช่วงของการพัฒนาเศรษฐกิจ
แต่การขาดดุลลักษณะนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุด ก็ต่อเมื่อประเทศสามารถสั่งสมองค์ความรู้ และต่อยอด จนพัฒนาเทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรมของตัวเองขึ้นมาได้
ไม่เช่นนั้น เราอาจกลับไปซ้ำรอยอดีตที่ผ่านมา
เพราะแม้ไทยจะประสบความสำเร็จ ในการก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและการส่งออกสำคัญของโลก ในทศวรรษ 1990
แต่นับจากวันนั้น ในหลายอุตสาหกรรม เรายังคงอยู่ในบทบาทของผู้รับจ้างผลิต มากกว่าผู้สร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงของตนเอง
ทำให้เมื่อไทยไม่ได้เป็นจุดหมายหลักของการลงทุน หรือฐานการผลิตสำคัญอีกต่อไป เศรษฐกิจก็ชะลอตัวลง
และเมื่อถึงวันที่ต้องการกลับสู่ตำแหน่งฐานการผลิตที่สำคัญอีกครั้ง ก็ต้องกลับมานำเข้าเครื่องจักร เทคโนโลยี และชิ้นส่วนสำคัญจากต่างประเทศ ในปริมาณมากเช่นเดิม
วงจรเช่นนี้เอง อาจทำให้การขาดดุลที่ควรเป็นเพียงต้นทุนของการพัฒนา กลับกลายเป็นข้อจำกัดของการเติบโตในระยะยาวแทน
ประเด็นต่อมา คือ ภาคการส่งออกที่โตแรง สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจจริงหรือไม่ ?
เพราะแม้ปี 2025 ภาคการส่งออกไทยจะกลับมาเติบโตอย่างร้อนแรง
แต่การมีส่วนร่วมในการเติบโตของเศรษฐกิจ (Contribution to Growth Rate) ของภาคอุตสาหกรรม กลับพบว่าอยู่ในระดับต่ำ
โดยเศรษฐกิจไทยปี 2025 ขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า ซึ่งในตัวเลขนี้ แบ่งเป็น
- เติบโตจากภาคบริการ 2.0%
- เติบโตจากภาคเกษตรกรรม 0.3%
- เติบโตจากภาคอุตสาหกรรม 0.1%
- เติบโตจากภาคเกษตรกรรม 0.3%
- เติบโตจากภาคอุตสาหกรรม 0.1%
คำถามคือ ทำไมการส่งออกที่เติบโตอย่างร้อนแรง จึงสร้างแรงส่งต่อเศรษฐกิจไทยได้เพียงเท่านี้
ปัญหาอยู่ที่การเติบโตของการส่งออก กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเพียงบางกลุ่มหรือไม่ ?
หรือแท้จริงแล้ว มูลค่าจากการส่งออกเหล่านั้น ไม่ได้ตกอยู่กับเศรษฐกิจไทยมากอย่างที่คิด ?
เพราะหากเป็นอย่างหลัง สิ่งที่ควรให้ความสนใจมากกว่า อาจไม่ใช่แค่ตัวเลขการส่งออก
แต่คือ สินค้าที่เราส่งออกนั้น ถูกผลิตขึ้นในไทยจริงหรือไม่
และการขาดดุลการค้าในวันนี้ กำลังถูกใช้เพื่อสร้างอุตสาหกรรมของไทย
หรือกำลังสร้างความได้เปรียบให้กับอุตสาหกรรมของประเทศอื่นมากกว่ากัน
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่น่ากังวล คือ การที่เราขาดดุลมากขึ้น ขณะที่ความสามารถในการสร้างเทคโนโลยี และมูลค่าเพิ่มของตัวเอง กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม
เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่า ไทยกำลังขาดดุลการค้าเท่าไร
แต่คือ เรากำลังขาดดุลเพื่อสร้างอนาคตของประเทศไทย หรือกำลังขาดดุลโดยที่อนาคตนั้น ไม่ได้เป็นของเรา..
References
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-25/thailand-s-trade-deficit-hits-record-10-billion-as-imports-soar
-https://www.tpso.go.th/document/2605-0000000007
-https://tradereport.moc.go.th/th
-https://youtu.be/oefAGNqmiAU?si=mrqWMmD6pfwF_Y4M
-https://www.nesdc.go.th/en/info/quarterly-gross-domestic-product-qgdp-en/
-https://wits.worldbank.org/CountryProfile/en/Country/VNM/Year/2012/Summary
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.CD?locations=TH
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.KD.ZG?locations=TH
-https://www.macrotrends.net/global-metrics/countries/tha/thailand/trade-balance-deficit
-https://www.macrotrends.net/global-metrics/countries/vnm/vietnam/trade-balance-deficit
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-25/thailand-s-trade-deficit-hits-record-10-billion-as-imports-soar
-https://www.tpso.go.th/document/2605-0000000007
-https://tradereport.moc.go.th/th
-https://youtu.be/oefAGNqmiAU?si=mrqWMmD6pfwF_Y4M
-https://www.nesdc.go.th/en/info/quarterly-gross-domestic-product-qgdp-en/
-https://wits.worldbank.org/CountryProfile/en/Country/VNM/Year/2012/Summary
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.CD?locations=TH
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.KD.ZG?locations=TH
-https://www.macrotrends.net/global-metrics/countries/tha/thailand/trade-balance-deficit
-https://www.macrotrends.net/global-metrics/countries/vnm/vietnam/trade-balance-deficit