เซินเจิ้น จากหมู่บ้านชาวประมง สู่เมืองหลวงหุ่นยนต์ ผู้สร้างแรงงานโลก ในอนาคต

เซินเจิ้น จากหมู่บ้านชาวประมง สู่เมืองหลวงหุ่นยนต์ ผู้สร้างแรงงานโลก ในอนาคต

เซินเจิ้น จากหมู่บ้านชาวประมง สู่เมืองหลวงหุ่นยนต์ ผู้สร้างแรงงานโลก ในอนาคต /โดย ลงทุนแมน
ถ้าพูดถึงเซินเจิ้น เรานึกถึงอะไร ?
ในอดีต เราคงนึกถึงเมืองแห่งการผลิตสินค้าลอกเลียนแบบราคาถูก
แต่วันนี้ เซินเจิ้นกลายเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม ศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก จนได้รับฉายาว่า “ซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย”
และล่าสุด เซินเจิ้นกำลังจะมีอีกหนึ่งบทบาท ที่สำคัญยิ่งกว่าเดิม
นั่นคือการเป็น “เมืองหลวงของหุ่นยนต์โลก”
แต่รู้ไหมว่า ถ้าย้อนกลับไปเพียง 45 ปีก่อน เซินเจิ้นเป็นแค่หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่มีประชากรไม่กี่แสนคน
แล้วเซินเจิ้นเปลี่ยนจากหมู่บ้านชาวประมง
มาเป็นเมืองที่ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจจีนได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เซินเจิ้นตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน มีอาณาเขตทางใต้ติดกับฮ่องกง
ก่อนปี 1980 ผู้คนที่นี่อาศัยอยู่กันเป็นชุมชนเล็ก ๆ ทำมาหากินด้วยการประมงและเกษตรกรรม
แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 1980 เมื่อรัฐบาลจีนภายใต้การนำของ เติ้ง เสี่ยวผิง ประกาศให้เซินเจิ้นเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ Special Economic Zone แห่งแรกของประเทศ
นี่คือส่วนหนึ่งของการเปิดประเทศและปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยใช้เซินเจิ้นเป็นพื้นที่ต้นแบบทดสอบระบบเศรษฐกิจแบบเปิดของจีน
ผลที่ตามมาคือ เซินเจิ้นกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออก เพราะผู้ประกอบการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบ
แรงงานจำนวนมหาศาลจึงหลั่งไหลเข้ามา
ปี 1980 เซินเจิ้นมีประชากร 332,900 คน
ปี 1990 เพิ่มเป็น 1,677,800 คน หรือเติบโตกว่า 5 เท่าในเวลาเพียง 10 ปี
ในปี 1990 มีการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เป็น 1 ใน 3 ตลาดหลักทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง
ปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก มีมูลค่าตลาดรวมหลายร้อยล้านล้านบาท และมีหลักทรัพย์จดทะเบียนเกือบ 2,900 หลักทรัพย์
แต่สิ่งที่ทำให้เซินเจิ้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกที่สุด คือการเป็นซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย
แล้วเซินเจิ้นกลายเป็นเมืองเทคโนโลยีได้อย่างไร ?
จุดเริ่มต้นมาจากวิสัยทัศน์ของรัฐบาลจีน ที่มองว่าถ้าเซินเจิ้นยังพึ่งพาแค่การรับจ้างผลิต (OEM) ต่อไป เศรษฐกิจจะเติบโตแบบไม่ยั่งยืน เพราะวันหนึ่งค่าแรงและต้นทุนจะสูงขึ้นจนแข่งขันไม่ได้
รัฐบาลจึงผลักดันให้เซินเจิ้นเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
ด้วยการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งเงินอุดหนุนมหาศาล กองทุนวิจัยและพัฒนาเฉพาะทาง และศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยี
ผลคือ เซินเจิ้นพลิกโฉมจากเมืองผลิตสินค้าราคาถูก สู่มหานครแห่งเทคโนโลยี
เศรษฐกิจของเซินเจิ้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากมูลค่าราว 1 ล้านล้านบาทในปี 1979 (หลังปรับอัตราเงินเฟ้อ) มาอยู่ที่ประมาณ 19 ล้านล้านบาทในปี 2025
และด้วยเศรษฐกิจที่เติบโต ทำให้คนอพยพเข้ามาตั้งรกรากมากขึ้น จนปัจจุบันเซินเจิ้นมีประชากรกว่า 18 ล้านคน เป็นหนึ่งในมหานครที่มีประชากรมากที่สุดของจีน
ปัจจุบัน เซินเจิ้นเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย เช่น
- Huawei ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่าย โทรคมนาคม และสมาร์ตโฟนรายใหญ่ของโลก
- Tencent เจ้าของ WeChat และบริการดิจิทัลระดับโลก
- DJI ผู้นำด้านโดรน ที่ครองส่วนแบ่งตลาดโลกกว่า 70%
- BYD ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ที่ครองส่วนแบ่งตลาด EV ส่วนบุคคลกว่า 15% ของโลก
แต่สิ่งที่กำลังจะกลายเป็นบทบาทใหม่ที่สำคัญที่สุดของเซินเจิ้น คือการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์โลก
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
เพราะการสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 1 ตัว ต้องใช้ชิ้นส่วนนับพันชิ้น ตั้งแต่มอเตอร์ความแม่นยำสูง เซอร์โวไดรฟ์ ระบบควบคุม เซนเซอร์ ไปจนถึงชุดเฟืองทด
และเซินเจิ้นมีสิ่งที่เมืองอื่นในโลกแทบไม่มี นั่นคือซัปพลายเชนที่ครบและหนาแน่นที่สุด
ในรัศมีไม่กี่กิโลเมตร ผู้ผลิตหุ่นยนต์สามารถหาชิ้นส่วนทุกอย่างที่ต้องการได้ครบ
ความหนาแน่นนี้ทำให้เกิดสิ่งที่น่าทึ่งมาก โดยตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมเยอรมนี ถึงกับยอมรับว่า สิ่งที่ใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีในที่อื่น สามารถทำได้ในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ที่เซินเจิ้น
นี่คือเหตุผลที่หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ของโลกถูกผลิตในจีน
โดยในปี 2025 บริษัทจีนผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เกือบ 90% ของทั้งหมดทั่วโลก
ในเขตหนานซานของเซินเจิ้น มีพื้นที่ที่เรียกว่า Robot Valley หรือหุบเขาหุ่นยนต์ ที่บริษัทหุ่นยนต์ทั้งสตาร์ตอัปและรายใหญ่มารวมตัวกันอย่างหนาแน่น
เซินเจิ้น ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทที่อยู่เบื้องหลังหุ่นยนต์เหล่านี้ เช่น
- Shenzhen Inovance Technology ที่ผลิตมอเตอร์ความแม่นยำสูง เซอร์โวไดรฟ์ และตัวควบคุม ซึ่งเปรียบเสมือนกล้ามเนื้อและระบบประสาทของหุ่นยนต์
- Han's Laser ผู้นำด้านอุปกรณ์เลเซอร์อัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ รวมถึงแขนกลหุ่นยนต์
- UBTECH, EngineAI และ Dobot ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลก
และรัฐบาลเซินเจิ้น ก็เดินหน้าเต็มที่ ด้วยการประกาศแผนสร้างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มูลค่า 100,000 ล้านหยวน ภายในปี 2027
พร้อมตั้งเป้าสร้างคลัสเตอร์บริษัทที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ถึง 1,200 แห่ง
นอกจากนี้ ในปี 2025 เซินเจิ้นยังตั้งกองทุน AI และหุ่นยนต์ มูลค่า 10,000 ล้านหยวน และประกาศแผนสร้างเขตสาธิต “เมืองที่เป็นมิตรกับหุ่นยนต์” แห่งแรกของจีน
มองในภาพรวม เรื่องราวของเซินเจิ้นน่าทึ่งมาก
จากหมู่บ้านชาวประมงที่พึ่งพาการเกษตร
สู่โรงงานของโลกที่เคยถูกมองเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าลอกเลียนแบบ
มาเป็นซิลิคอนแวลลีย์แห่งเอเชีย
และวันนี้ กำลังก้าวสู่การเป็นเมืองหลวงของหุ่นยนต์โลก..
ปัจจุบัน เศรษฐกิจของเซินเจิ้นมีมูลค่าประมาณ 19 ล้านล้านบาท ใหญ่เทียบเท่า GDP ของประเทศไทยทั้งประเทศ และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน รองจากเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งเท่านั้น
สิ่งที่น่าคิดที่สุดจากเรื่องนี้ คือเมื่อ 45 ปีก่อน ไม่มีใครคิดว่าหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ จะกลายเป็นเมืองที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีของโลก
เพราะสิ่งที่เปลี่ยนเซินเจิ้น ไม่ใช่ทำเลหรือทรัพยากรธรรมชาติ
แต่คือการตัดสินใจที่จะไม่หยุดอยู่กับที่ และเลือกที่จะก้าวไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้นเสมอ
และในวันที่โลกกำลังแข่งขันกันสร้างหุ่นยนต์
อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่เมืองซึ่งเคยเป็นโรงงานของโลก
กำลังพยายามจะกลายเป็น ผู้สร้างแรงงานของโลก ในยุคต่อไป..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon