เหตุผลที่ WellEra ถูกยกให้เป็น “ที่อยู่อาศัยเพื่อชีวิต” ที่คนรักสุขภาพทั่วโลกควรลงทุน

เหตุผลที่ WellEra ถูกยกให้เป็น “ที่อยู่อาศัยเพื่อชีวิต” ที่คนรักสุขภาพทั่วโลกควรลงทุน

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x BDMS Wellness Clinic
“WellEra จะเป็นการสร้างเมืองสุขภาพแห่งอนาคตที่เราลงทุน 29,000 ล้านบาท
เพื่อเป็นเมกะโปรเจกต์ ที่ช่วยยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายใหม่บนเวที Wellness Living ระดับโลก”
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ หมอแอมป์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เล่าถึงการลงทุนมหาศาลที่จะสร้างประวัติศาสตร์ของ Wellness Economy ระดับโลก
โดย WellEra จะเป็นโครงการ Wellness-Integrated Ecosystem ที่เชื่อมโยงสุขภาพเข้าไปในที่อยู่อาศัย บริการ และไลฟ์สไตล์ โดยตั้งอยู่บนทำเลถนนหลังสวนที่เชื่อมต่อโดยตรงกับสวนลุมพินี ​โดยมีสวนลุมพินีเป็นเสมือนสวนหน้าบ้าน
ความยิ่งใหญ่ของ WellEra มีอะไรบ้าง ?
ทำไมเมกะโปรเจกต์นี้ จะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ระดับโลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
รู้หรือไม่ว่า Wellness Economy หรือระบบเศรษฐกิจสุขภาพเชิงป้องกันในประเทศไทย
มีมูลค่าสูงกว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท
โดยติดอันดับ 9 ในเอเชีย-แปซิฟิก และอันดับ 24 ของโลก
ที่น่าสนใจคือในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา Wellness Economy เติบโตแบบก้าวกระโดด
ส่งผลให้ธุรกิจ Wellness ของ BDMS ปัจจุบันมีรายได้สูงถึง 13,592 ล้านบาท คิดเป็น 12% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท
เหตุผลที่ Wellness Economy เมืองไทยเติบโต มาจาก Pain Point ของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้
ที่ต้องการมีสุขภาพแข็งแรงและมีช่วงอายุยืนยาวขึ้นกว่าเดิมที่ค่าเฉลี่ยอายุขัยคนทั่วโลก 71.4 ปี
และมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี 61.9 ปี
โจทย์คือจะทำอย่างไร ให้อายุยืนยาวกว่าเดิม และต้องมีสุขภาพดีผ่านประสบการณ์คุณภาพชีวิตที่ดี
และมีความสุขในทุกวัน
จะตอบโจทย์ครบทุกข้อ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะนั่นหมายถึงต้องสร้าง Ecosystem ขนาดใหญ่ครบวงจรที่มี “สุขภาพ” เป็นแกนกลางในทุกมิติการใช้ชีวิต และต้องอยู่ในทำเลใจกลางกรุงเทพที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ
ตรงนี้เองที่ทำให้ BDMS ตัดสินใจลงทุน 29,000 ล้านบาทใน WellEra ที่อยู่บนทำเลถนนสารสิน ลุมพินี บนพื้นที่โครงการรวมกว่า 200,000 ตารางเมตร โดยจะเปิดบริการในปี 2573 ที่จะแบ่งพื้นที่เป็น 4 โซนหลัก ๆ
- Branded Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ
- BDMS Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
- Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพ
- Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต
ความน่าสนใจคือ เมกะโปรเจกต์นี้จะเป็นการใช้จุดแข็งของ BDMS ด้านองค์ความรู้ทางการแพทย์
และข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพ มาพัฒนาเป็นกลยุทธ์ ‘BDMS Wellness Clinic 6S+ Strategy : The Science of Living Well’ ผ่าน 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Sleep, Strong, Soul, Smart, Social และ Span และแนวคิด 6S+ Surrounding ที่จะมาผสมผสานกับทาง Capella แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ต Ultra-Luxury ระดับโลก
สรุปให้เห็นภาพคือ BDMS และ BDMS Wellness Clinic จะดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อให้มีสุขภาพดีในช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้นผ่านบุคลากรและเทคโนโลยีทางการแพทย์ในทุกมิติของโครงการ WellEra
ส่วน Capella จะสร้างประสบการณ์ที่อยู่อาศัยที่ขับเคลื่อนด้วยคำว่า สุขภาพ เช่นกัน
เป้าหมายก็เพื่อให้ WellEra เป็น ที่อยู่อาศัยเพื่อชีวิต ที่จะช่วยเพิ่ม Healthspan อย่างยั่งยืน
ยกตัวอย่างในส่วน Branded Residence ที่ทุกองค์ประกอบการดิไซน์จะใช้แนวคิด 6S+ Surrounding
ที่ทุกมิติของโครงการจะดูแลทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้อยู่อาศัย
ที่จะส่งผลต่อการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ สอดรับกับแนวคิด ที่อยู่อาศัยเพื่อชีวิต นั้นเอง
- อากาศ (Air)
อากาศ เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทุกที่และทุกเวลาทำให้มีผลต่อสุขภาพโดยตรง
โดยงานวิจัยสากลระบุว่าหากในอากาศมีฝุ่น PM2.5 และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ระดับสูง
จะส่งผลต่อ ปอด และการทำงานของสมอง ทำให้ WellEra ลงทุนนำเทคโนโลยีระบบกรอง PM 2.5 สูงถึง 95% ในระดับ MERV-14 (Minimum Efficiency Reporting Value) ช่วยฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อโรคมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในห้อง ICU
- น้ำ (Water)
หลายคนอาจไม่รู้ว่าการดื่มน้ำปนเปื้อนไมโครพลาสติกสะสมเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง
ทำให้ที่อยู่อาศัยแห่งนี้ จะใช้น้ำในการอุปโภคที่ผ่านระบบกรอง Carbon Filtration และ UV ลดสิ่งปนเปื้อน ขณะที่น้ำดื่มจะผ่านระบบกรองพิเศษเพื่อจัดการไมโครพลาสติกและสิ่งเจือปนขนาดเล็กต่าง ๆ
- แสง (Light)
งานวิจัยระดับสากล ระบุว่าการที่มนุษย์ได้รับแสงธรรมชาติตามแต่ละช่วงเวลาของวันที่เหมาะสม จะส่งผลดีต่อสมาธิและร่างกาย เป็นเหตุผลให้โครงการใช้แนวคิด Circadian-Friendly Light Design ที่ทุกพื้นที่จะเข้าถึงแสงธรรมชาติสอดคล้องกับจังหวะทำงานของร่างกายมนุษย์
- เสียง (Sound)
การใช้ชีวิตและการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ ต้องปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก
ที่จะทำให้รู้สึก หงุดหงิด หรือนอนหลับไม่สนิท และมีผลต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ทำให้ WellEra ใช้เทคโนโลยี Acoustic Engineering ติดตั้งผนังคุณภาพสูงมาตรฐานสากล ลดเสียงรบกวนจากภายนอกสูงถึง 60 เดซิเบล
ไฮไลท์ของโครงการที่สร้างความ “ต่าง” ชัดเจนเมื่อเทียบกับโครงการอสังหาฯ อื่นๆ
นั้นคือ Healthcare Humanware ที่จะมีพยาบาลและผู้ชำนาญการตลอด 24 ชั่วโมง ให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงคำแนะนำ การติดตามสุขภาพ และการดูแลเชิงป้องกันได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขภาวะที่ดี และการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย
ปัจจุบัน Wellness Economy เมืองไทยเติบโตและไต่ขึ้นอันดับโลกอย่างต่อเนื่อง
ทีนี้ลองคิดดูว่าหากในอนาคตเมื่อ WellEra เปิดให้บริการที่เป็นเสมือน Wellness Complex ที่จะเป็น Destination การใช้ชีวิตของคนทั่วโลกที่ต้องการมีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาวขึ้น
นอกจากธุรกิจ Wellness ของ BDMS จะเติบโตขึ้นกว่าเดิมแล้วนั้น
ยังช่วยสร้างรายได้กระจายไปยังโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจไทยผ่านอาหารไทยเพื่อสุขภาพ, นวดแผนโบราณ, การท่องเที่ยว, ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ และอีกมากมาย
ที่จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจมหาศาลพร้อมกับเกิดการจ้างงานจำนวนมาก
และถ้าถามว่าทำไมเมกะโปรเจกต์ WellEra ถึงมีโอกาสจะสร้างปรากฏการณ์ดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง
นั่นเพราะ ความปรารถนาสูงสุดของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้คือ
“การมีสุขภาพแข็งแรงในช่วงอายุที่ยืนยาวขึ้นกว่าเดิม ผ่านการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีความสุข”
และเมื่อมีธุรกิจหรือแบรนด์ไหนสามารถทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริงได้
จึงเป็นเหตุผลที่คนทั่วโลกยินดีที่จะลงทุนไปกับสุขภาพและความสุขในชีวิตตัวเอง
หลักฐานที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ดีที่สุดนั่นคือ ในปีที่ผ่านมามีผู้คนกว่า 150 ประเทศทั่วโลก
เดินทางไกลมาเพื่อใช้บริการ BDMS Wellness Clinic นั่นเอง..
Reference
- งานแถลงข่าวเปิดตัว WellEra
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon