เมื่อ B-WEALTH Series กลายเป็น Core Portfolio ของคนไทย

เมื่อ B-WEALTH Series กลายเป็น Core Portfolio ของคนไทย

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x BBLAM
ก่อนหน้านี้ เคยมีงานวิจัยระดับโลก ที่ศึกษาลงลึกถึงปัจจัยที่กำหนดผลตอบแทนของพอร์ตลงทุน
ผลลัพธ์ที่ออกมาคล้าย ๆ กันก็คือ ผลตอบแทนกว่า 90% ในพอร์ตลงทุนระยะยาว มักจะมาจาก Asset Allocation ในการบริหารพอร์ตลงทุน
ขณะที่วิธีการอื่น ๆ เช่น การเลือกหุ้นรายตัว (Stock Selection) หรือการจับจังหวะตลาด (Market Timing)กลับส่งผลต่อผลตอบแทนรวมราว 10%
นั่นเป็นเพราะ Asset Allocation ช่วยรักษาพอร์ตลงทุน ด้วยการลดความผันผวนในช่วงเวลาที่สินทรัพย์แต่ละประเภทวิ่งสวนทางกัน
และยังส่งผลดีต่อโอกาสสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว
แต่ในความเป็นจริง ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ การทำความเข้าใจสักหนึ่งสินทรัพย์ก็ยากแล้ว
ยิ่งถ้าไม่ได้เป็นนักลงทุน Full Time ยิ่งมีเวลาในการศึกษาลงลึกน้อยลงไปอีกจนตามโลกการลงทุนไม่ทันกลายเป็น Pain Point ที่เกิดขึ้นในยุคนี้
เครื่องมือใดบ้างที่จะช่วยให้คนไทยเข้าถึง Asset Allocation ?
แล้วการลงทุนกองทุนรวม จะสามารถเป็น Core Portfolio ได้หรือไม่ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
กองทุนรวม อาจเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่คนไม่มีเวลา มักจะนึกถึง
เพราะมองว่ามีผู้จัดการกองทุนรับหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและบริหารการลงทุน และยังเลือกกองทุนตามธีมการลงทุนที่ชื่นชอบได้
หลายคนจึงมีหลายกองทุนที่มีธีมแตกต่างกันอยู่ในพอร์ตตนเอง
แต่ภายใต้ความผันผวนจากเศรษฐกิจและข้อมูลที่มีมากมาย
การมีหลากหลายกองทุนในพอร์ตตัวเอง ก็ทำให้ยังต้องเข้ามาบริหารพอร์ตตนเองอยู่ดี แม้จะไม่มีเวลา และจะไม่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนก็ตาม
แม้ว่า หลายคนอาจจะเลือกไม่ปรับพอร์ต ก็ต้องยอมรับค่าเสียโอกาสจากการลงทุนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จุดนี้เอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ กองทุนรวม B-WEALTH Series ในประเทศไทย
ด้วยจุดยืนที่ไม่ใช่แค่กองทุนทั่วไป แต่จะเป็นกองทุนที่มีการบริหารความมั่งคั่งจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ทีมจัดการกองทุน บลจ.บัวหลวง ผนึกกำลังการลงทุนจาก Global Partner ของ BBLAM หลากหลายบริษัท ที่เข้ามาดูแลแบบองค์รวมให้ครบจบในกองเดียว
พูดง่าย ๆ ว่าเข้ามาช่วยลดความยุ่งยากในการลงทุนที่ต้องเลือกลงทุนหลายกองให้เหลือเพียงกองทุน B-WEALTH กองเดียวก็เพียงพอแล้ว
แล้ว Asset Allocation ของ B-WEALTH เป็นอย่างไร ?
B-WEALTH เริ่มต้นจากการเป็น Expertly Managed Portfolio Solution Fund
อธิบายง่าย ๆ คือ B-WEALTH จะเป็นกองทุนที่บริหารความมั่งคั่งภายใต้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมาดูแลแบบองค์รวมให้ครบจบในกองที่เลือกเพียงกองเดียว
ทำให้คนไทยไม่ต้องนั่งติดตามข่าวสารหรือปรับพอร์ตเอง
เพราะยกหน้าที่นี้ให้เป็นของผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเข้ามาบริหารการลงทุนด้วยกองทุน B-WEALTH ตามสถานการณ์ไว้หมดแล้ว
ทีนี้ เพื่อการดูแลการลงทุนอย่างเป็นระบบ
B-WEALTH จึงบริหารกองทุนให้เป็นไปตาม Dynamic Portfolio Adjustment ตามสภาวะตลาดและการลงทุนอย่างใกล้ชิด ภายใต้การผนึกกำลังจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น
- BBLAM Equity Investment
- BBLAM Fixed Income Investment
- BBLAM Quant Investment
- BBLAM Global Investment
- BBLAM Investment Strategy and Fund Selection
- BBL CIO Office
- Global Partners and Consultants
ที่สำคัญ B-WEALTH ยังเป็น Global Open-Architecture Access to Top Quality Fund
จากการคัดสรรกองทุนชั้นนำมากกว่า 60 กองทุน จากมากกว่า 20 บลจ. ทั่วโลก เช่น Pictet, Wellington, Fidelity, Invesco, BlackRock, PIMCO, E Fund, AGI, Kotak ฯลฯ เพื่อรวบรวมการลงทุนมาไว้ในที่เดียว
จุดนี้เอง สะท้อนถึงการผสมผสานการลงทุนแบบหลากหลายสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นตราสารทุน ตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก ฯลฯ จากทั้งไทยและต่างประเทศ
ส่วนความผันผวนของกองทุน B-WEALTH ก็จะถูกบริหารตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับผู้ลงทุน
รวมทั้งการกระจายลงทุนให้เหมาะสมของผู้ลงทุน ด้วยสินทรัพย์ลงทุนที่คัดสรรมาแล้วในแต่ละคลาส แต่ละธีม
เริ่มต้นจากการปรับน้ำหนักสินทรัพย์ลงทุนระยะยาวเป็นไปตามเป้าหมายการลงทุน
จากนั้นตลอดเวลาการลงทุน กองทุนจะถูกปรับน้ำหนักสินทรัพย์ลงทุนระยะสั้นให้เป็นไปตามสภาวะตลาด
ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลให้ B-WEALTH เข้ามาตอบโจทย์การลงทุน ใช้เป็นกองทุนหลักหรือ Core Portfolio และช่วยเปิดโอกาสการลงทุน เพื่อบรรลุเป้าหมายการลงทุนระยะยาว นั่นเอง
แล้วควรจะเลือกลงทุน B-WEALTH อย่างไร ให้เหมาะสมกับตนเอง ?
จริง ๆ แล้ว B-WEALTH ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ แบ่งออกเป็น 5 กองทุน คือ
1. B-WEALTHC
กองทุนเปิดบัวหลวง Wealth Conservative ระดับความเสี่ยง 5
เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ต้องการความเสี่ยงสูง ๆ และรับความผันผวนได้ต่ำ จึงลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก มีสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 20% ของ NAV
2. B-WEALTHM
กองทุนเปิดบัวหลวง Wealth Moderate ระดับความเสี่ยง 5
เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนหุ้นมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แต่ยังคงมีตราสารหนี้มากกว่าหุ้นและทรัพย์สินทางเลือก จึงลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 40% ของ NAV
3. B-WEALTHB
กองทุนเปิดบัวหลวง Wealth Balanced ระดับความเสี่ยง 5
เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความสมดุลระหว่างความเสี่ยงและการเติบโต ซึ่งจัดสัดส่วนการลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ใกล้เคียงกัน จึงลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 60% ของ NAV
4. B-WEALTHD
กองทุนเปิดบัวหลวง Wealth Dynamic ระดับความเสี่ยง 6
เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเน้นการเติบโตมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะหุ้นต่างประเทศ เพื่อช่วยให้พอร์ตมีโอกาสรับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
จึงลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเฉลี่ยไม่เกิน 80% ของ NAV
5. B-WEALTHG
กองทุนเปิดบัวหลวง Wealth Growth ระดับความเสี่ยง 6
เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด โดยมีการลงทุนในหุ้นกว่า 80% และเน้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตระยะยาว
ถึงตรงนี้สรุปแล้ว จะเห็นได้ว่า B-WEALTH ถูกออกแบบมาอย่างหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์คนไทยจริง ๆ ทั้งในเรื่องของ Asset Allocation และการเป็น Core Portfolio
มากไปกว่านั้น การคิดค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนของ B-WEALTH
ยังไม่คิดค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อน เมื่อลงทุนผ่านกองทุนรวมใน บลจ. เดียวกัน โดยจะคิดค่าธรรมเนียมการจัดการที่กองทุนปลายทางตามสัดส่วนที่ลงทุนในกองทุนนั้น ๆ
ที่สำคัญ การปรับพอร์ตของผู้จัดการกองทุนใน B-WEALTH ยังไม่คิด Front-End Fee หรือ Exit Fee ของกองทุนที่ B-WEALTH เลือกลงทุน ถือเป็นข้อได้เปรียบด้านการลงทุน เมื่อเทียบกับการปรับพอร์ตด้วยตนเองอีกด้วย
กองทุนกลุ่ม B-WEALTH IPO วันที่ 1-8 ก.ค. 69
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่
ธนาคารกรุงเทพ หรือโทร. 1333 www.bangkokbank.com
BBLAM หรือโทร. 0 2674 6488 กด 8 www.bblam.co.th
และผู้สนับสนุนการขายหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้ง
Reference :
- ข้อมูลเปิดเผย B-WEALTH
สนับสนุนโดย บลจ.บัวหลวง
คำเตือน : การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น) / ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้นผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon