
TLCOREWEALTH พลิกโฉมกองทุน Asset Allocation ที่เป็น Core พอร์ต ค่าจัดการ 0.1%
TLCOREWEALTH พลิกโฉมกองทุน Asset Allocation ที่เป็น Core พอร์ต ค่าจัดการ 0.1%
กองทุนหลัก ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลกแบบสมดุล 60/40 โดยมีการปรับสัดส่วนอัตโนมัติให้อยู่เสมอ บริหารจัดการโดย BlackRock ชื่อ iShares Core 60/40 Balanced Allocation ETF
TLCOREWEALTH-X เป็นซีรีส์กองทุนที่ลงทุนในกองทุนหลักนี้ โดยจะเป็นรูปแบบซีรีส์ X Ultra ที่มีค่าจัดการต่ำมากที่ 0.1% ระดับเดียวกับ TLWORLD-X ที่คนใน WealthX นิยมใช้เป็น Core พอร์ตเช่นกัน
ซีรีส์กองทุน TLCOREWEALTH-X นี้เข้ามาเป็นพลิกโฉมกองทุนประเภท Asset Allocation ที่มีการปรับพอร์ตสมดุลอัตโนมัติทั้งหมด เพราะเก็บค่าธรรมเนียมในระดับที่ต่ำมากทั้งต้นทาง และปลายทาง
สรุปจุดเด่น
✅กองทุนหลักบริหารโดย BlackRock
✅ปรับพอร์ตสมดุล 60/40 อัตโนมัติ
✅ค่าจัดการต่ำต้นทาง-ปลายทาง
✅กองทุนรวมได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain เป็นไปตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย และไม่มีประเด็นภาษีมรดกสหรัฐฯ
✅กองทุนหลักบริหารโดย BlackRock
✅ปรับพอร์ตสมดุล 60/40 อัตโนมัติ
✅ค่าจัดการต่ำต้นทาง-ปลายทาง
✅กองทุนรวมได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain เป็นไปตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย และไม่มีประเด็นภาษีมรดกสหรัฐฯ
TLCOREWEALTH-X มี 2 แบบคือ
1) TLCOREWEALTH-UH-X ชนิดสะสมมูลค่าแบบไม่จ่ายค่าประกันความเสี่ยงค่าเงิน ค่าจัดการ 0.1% (TER 0.246%)
2) TLCOREWEALTH-H-X ชนิดสะสมมูลค่าแบบจ่ายค่าประกันความเสี่ยงค่าเงิน ค่าจัดการ 0.1% (TER 0.246%)
นอกจากนั้นยังมีชนิดลดหย่อนภาษี TLCOREWEALTHRMF ค่าจัดการ 0.45% (TER 0.589%)
3 กองทุนนี้เปิด IPO 16-21 ก.ค.นี้
พิเศษ ช่วง IPO ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% | ซื้อ 2 ล้านขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ (ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 69)
พิเศษ ช่วง IPO ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% | ซื้อ 2 ล้านขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ (ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 69)
ทำไมกองทุนประเภท Asset Allocation ถึงน่าสนใจและเหมาะสำหรับการใช้เป็น Core พอร์ต เพื่อรักษาและสร้างความมั่งคั่ง ?
การลงทุนที่ทำให้เราอยู่กับความมั่งคั่งได้ในระยะยาว อาจไม่ใช่พอร์ตที่มีผลตอบแทนสูงทุกปี
แต่เป็นการลงทุนที่เราไม่ต้องกังวล ในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ
แต่เป็นการลงทุนที่เราไม่ต้องกังวล ในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ
ถ้าเราต้องตื่นมาดูตลาดทุกเช้า
กังวลทุกครั้งที่หุ้นตก
และอยากขายทุกครั้งที่ข่าวร้ายมา
ต่อให้พอร์ตนั้นมีโอกาสให้ผลตอบแทนสูง ก็อาจไม่ใช่พอร์ตที่เราถือได้นานพอ
กังวลทุกครั้งที่หุ้นตก
และอยากขายทุกครั้งที่ข่าวร้ายมา
ต่อให้พอร์ตนั้นมีโอกาสให้ผลตอบแทนสูง ก็อาจไม่ใช่พอร์ตที่เราถือได้นานพอ
รู้หรือไม่ว่าแม้แต่ S&P 500 ดัชนีหุ้นชั้นนำจากสหรัฐ ก็ยังมีปีที่ปรับตัวลดลงมา จากจุดสูงสุดมากถึง 25 - 30% ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ทุกคนมองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกขึ้นมาสูงแล้ว
คำถามคือ นักลงทุนทั่วไปควรรับมืออย่างไร ?
สำหรับคนส่วนใหญ่ การลงทุนไม่ใช่งานหลักของชีวิต
บางคนมีงานประจำ
บางคนทำธุรกิจ
บางคนมีครอบครัวต้องดูแล
หลายคนแค่อยากลงทุนทุกเดือน โดยไม่ต้องถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า เดือนนี้ต้องซื้ออะไร ต้องขายอะไร หรือต้องย้ายเงินไปไว้ตรงไหน
บางคนมีงานประจำ
บางคนทำธุรกิจ
บางคนมีครอบครัวต้องดูแล
หลายคนแค่อยากลงทุนทุกเดือน โดยไม่ต้องถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า เดือนนี้ต้องซื้ออะไร ต้องขายอะไร หรือต้องย้ายเงินไปไว้ตรงไหน
นี่คือเหตุผลที่ทำให้การปรับพอร์ตอัตโนมัติจากการทำ Asset Allocation มีความสำคัญ
คำถามคือ เราจะสร้างพอร์ตอย่างไร ให้ทนได้หลายสภาพตลาด..
ถ้าเทียบพอร์ตลงทุน คือบ้านหนึ่งหลัง เราต้องทำบ้านให้สมดุล
หุ้น = พื้นที่เปิดรับการเติบโต
ตราสารหนี้ = เสาและผนัง ที่ช่วยให้บ้านมั่นคง
สินทรัพย์หลายภูมิภาค = การกระจายพื้นที่ ไม่ให้ทั้งบ้านมีน้ำหนักไปที่มุมเดียว
ตราสารหนี้ = เสาและผนัง ที่ช่วยให้บ้านมั่นคง
สินทรัพย์หลายภูมิภาค = การกระจายพื้นที่ ไม่ให้ทั้งบ้านมีน้ำหนักไปที่มุมเดียว
แต่ปัญหาตอนนี้ คือ บ้านพร้อมอยู่ที่ออกแบบดี มักมีราคาสูง
กองทุน Asset Allocation จำนวนไม่น้อยในไทย มักมีค่าจัดการระดับ 1% ต่อปี หรือสูงกว่า
ฟังดูเหมือนน้อย แต่ถ้าเป็นเงินก้อนหลักและถือยาวหลายสิบปี ค่าธรรมเนียมไม่ใช่เรื่องเล็ก
ผลตอบแทนทบต้นได้
ค่าธรรมเนียมก็ทบต้นได้เหมือนกัน..
ค่าธรรมเนียมก็ทบต้นได้เหมือนกัน..
วันนี้ นักลงทุนไทยกำลังมีทางเลือกใหม่ที่จะมีต้นทุนด้าน Asset Allocation ต่ำมาก
โดยเป็นกองทุนที่ออกแบบมาเป็น Core พอร์ต ลงทุนผ่านกองทุนหลักระดับโลก บริหารโดย BlackRock หนึ่งในผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ของโลก
กองทุนหลักที่ว่านั้นคือ “AOR ETF” หรือ iShares Core 60/40 Balanced Allocation ETF
AOR ถูกออกแบบให้เป็นพอร์ต 60/40
-หุ้น 60% เป็นเครื่องยนต์สร้างการเติบโตกระจายไปทุกที่บนโลกนี้ แบ่งออกเป็น
iShares Core S&P 500 ETFสัดส่วน 34.6%
นี่คือแกนหุ้นใหญ่สหรัฐฯ และเป็นห้องหลักของบ้านหลังนี้
นี่คือแกนหุ้นใหญ่สหรัฐฯ และเป็นห้องหลักของบ้านหลังนี้
iShares Core MSCI International Developed ETF สัดส่วน 17.0%
นี่คือหุ้นประเทศพัฒนาแล้วนอกสหรัฐฯ เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย
นี่คือหุ้นประเทศพัฒนาแล้วนอกสหรัฐฯ เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย
iShares Core MSCI Emerging Markets ETF สัดส่วน 6.63%
นี่คือหุ้นตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และบราซิล
นี่คือหุ้นตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และบราซิล
-ตราสารหนี้ 40% เป็นโครงสร้างช่วยลดแรงเหวี่ยง
iShares Core USD Bond ETF สัดส่วน 32.8%
นี่คือแกนตราสารหนี้ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นเสาและผนังของพอร์ต
นี่คือแกนตราสารหนี้ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นเสาและผนังของพอร์ต
iShares Core International Aggregate Bond ETF สัดส่วน 5.9%
นี่คือตราสารหนี้ทั่วโลก ช่วยให้พอร์ตไม่ได้พึ่งตราสารหนี้สหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว
นี่คือตราสารหนี้ทั่วโลก ช่วยให้พอร์ตไม่ได้พึ่งตราสารหนี้สหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว
ส่วนที่เหลือ ยังมีหุ้นขนาดกลางและหุ้นขนาดเล็กในสหรัฐฯ เพื่อให้พอร์ตไม่ได้มีแค่บริษัทใหญ่
และ AOR จะมีบริหารจัดการให้สัดส่วนเป็น 60/40
โดยมีค่าธรรมเนียมต้นทาง (TER) เพียง 0.15% ต่อปี..
โดยมีค่าธรรมเนียมต้นทาง (TER) เพียง 0.15% ต่อปี..
และจุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ มีซีรีส์ TLCOREWEALTH-X จาก บลจ.ทาลิส ที่เข้าไปลงทุนใน AOR ETF คิดค่าจัดการในระดับต่ำเช่นเดียวกัน
TLCOREWEALTH-X มี 2 แบบคือ
1) TLCOREWEALTH-UH-X ชนิดสะสมมูลค่าแบบไม่จ่ายค่าประกันความเสี่ยงค่าเงิน ค่าจัดการ 0.1% (TER 0.246%)
2) TLCOREWEALTH-H-X ชนิดสะสมมูลค่าแบบจ่ายค่าประกันความเสี่ยงค่าเงิน ค่าจัดการ 0.1% (TER 0.246%)
นอกจากนั้นยังมีชนิดลดหย่อนภาษี TLCOREWEALTHRMF ค่าจัดการ 0.45% (TER 0.589%)
?3 กองทุนนี้เปิด IPO 16-21 ก.ค.นี้
พิเศษ ช่วง IPO ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% | ซื้อ 2 ล้านขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ (ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 69)
พิเศษ ช่วง IPO ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% | ซื้อ 2 ล้านขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ (ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 69)
สำหรับคนที่อยากปรับสัดส่วนให้ลงหุ้นมากกว่า 60% ก็ทำได้ง่าย ๆ โดย เอาไปผสมกองทุน TLWORLD-X
เช่นถ้าเราอยากได้ 80/20 ก็ให้ผสม TLCOREWEALTH-X กับ TLWORLD-X อย่างละครึ่ง
ตัวอย่างคือ ถ้าเรามีเงิน 2,000 บาท แบ่งครึ่ง 1,000 บาทซื้อ 2 กองทุน
ไปซื้อ TLCOREWEALTH-X ได้หุ้นโลก 600 บาทกับ ตราสารหนี้ 400 บาท
และซื้อ TLWORLD-X จะได้หุ้นโลกล้วน 1,000 บาท
ไปซื้อ TLCOREWEALTH-X ได้หุ้นโลก 600 บาทกับ ตราสารหนี้ 400 บาท
และซื้อ TLWORLD-X จะได้หุ้นโลกล้วน 1,000 บาท
คำนวณรวม ได้เป็นได้หุ้น 1,600 บาท ตราสารหนี้ 400 บาท ซึ่งคือ 80/20
—-
*ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะความเสี่ยงและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน
—-
—-
*ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะความเสี่ยงและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน
—-
จากเดิมที่ Asset Allocation มักถูกมองว่าเป็นของดีแต่แพง ค่าจัดการระดับ 1% ต่อปีขึ้นไป
วันนี้ นักลงทุนไทยเริ่มเข้าถึงกองทุนลักษณะนี้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงมาก
วันนี้ นักลงทุนไทยเริ่มเข้าถึงกองทุนลักษณะนี้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงมาก
นี่จึงไม่ใช่แค่กองทุนใหม่ แต่คือการเพิ่มโอกาสให้ Core พอร์ตที่เป็น Asset Allocation
ที่เคยเข้าถึงยาก ราคาสูง กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น
ที่เคยเข้าถึงยาก ราคาสูง กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น
สำหรับคนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาด
ไม่อยากคิดเองทุกเดือน
และแค่อยากมีพอร์ตหลักที่ลงทุนได้ยาว
กองทุนแบบนี้ อาจเป็นทางเลือกสำหรับการจัดสรรที่สมดุลของเงินลงทุนส่วนใหญ่ของเราได้
ไม่อยากคิดเองทุกเดือน
และแค่อยากมีพอร์ตหลักที่ลงทุนได้ยาว
กองทุนแบบนี้ อาจเป็นทางเลือกสำหรับการจัดสรรที่สมดุลของเงินลงทุนส่วนใหญ่ของเราได้
TLCOREWEALTH-X จึงไม่ใช่แค่กองทุนประเภท Asset Allocation ใหม่อีกหนึ่งกอง
แต่เป็นกองมาตรฐานใหม่ที่อาจพิจารณานำมาเป็น Core พอร์ตได้ โดยมีค่าธรรมเนียมต่ำมาก สำหรับนักลงทุนไทย..
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
บริหารจัดการโดย บลจ. ทาลิส
กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออก/หมวดอุตสาหกรรมในบางขณะจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และกองทุน RMF สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้บังคับ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการปฏิบัติทางภาษีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของผู้ลงทุนแต่ละราย ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออก/หมวดอุตสาหกรรมในบางขณะจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และกองทุน RMF สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้บังคับ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการปฏิบัติทางภาษีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของผู้ลงทุนแต่ละราย ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 15 ก.ค. 2569
ที่มา BlackRock as of 13 July 2569