แอลจี เปิดอินไซต์ผู้บริโภคไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2569 ด้วยแนวคิด "Make It Easy"

แอลจี เปิดอินไซต์ผู้บริโภคไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2569 ด้วยแนวคิด "Make It Easy"

ธุรกิจ B2B ของแอลจี ประเทศไทย เติบโตถึง 12% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569
ยอดผู้ใช้บริการ LG Subscription เติบโตขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขเหล่านี้คือฐานที่แข็งแรง ที่ทำให้แอลจี มั่นใจพอจะประกาศทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังของปี 2569 ภายใต้แนวคิด "LG Make It Yours. Make It Easy. ให้ทุกวันง่ายขึ้น เพื่อให้คุณได้เป็นตัวเองมากขึ้น" พร้อมเดินหน้ารุกตลาดผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น
แล้วเบื้องหลังกลยุทธ์นี้ แอลจีอ่านอินไซต์ผู้บริโภคไทยมาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกแอลจีมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจผ่านการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ B2B ที่ขยายตัว 12% โดยเฉพาะระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ (Information Display) ควบคู่กับความสำเร็จของโมเดล LG Subscription ที่มียอดผู้ใช้บริการเติบโตขึ้นกว่า 2 เท่า สะท้อนการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพนี้เอง คือรากฐานสำคัญที่ทำให้แอลจีพร้อมเดินหน้าขยายการเติบโตสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป หรือ B2C มากยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะแบรนด์ที่เติบโตเคียงคู่สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนก้าวเข้าสู่ปีที่ 38 ในปีนี้

นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ซึ่งเป็นที่มาของการวางกลยุทธ์ครึ่งปีหลังผ่าน 3 เสาหลัก
โดยปัจจุบันการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไทย เกิดขึ้นจากการผสมผสานหลากหลายช่องทาง หรือ Omnichannel Behavior มากกว่าการพึ่งพาหน้าร้านเพียงอย่างเดียว
แอลจีจึงเดินหน้าขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้า ภายใต้กลยุทธ์ Easy to Own อย่างเต็มกำลัง โดยปัจจุบันครอบคลุมเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายกว่า 950 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่กับการยกระดับ LG.com ให้เป็น Seamless Platform สำหรับช่องทาง Direct-to-Consumer หรือ D2C
นอกจากนี้ ข้อมูลยังพบว่าข้อจำกัดด้านงบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภครุ่นใหม่ชะลอการเป็นเจ้าของนวัตกรรมพรีเมียม จึงเป็นที่มาของการขยายไลน์อัปสินค้าในระบบ LG Subscribe เพื่อทลายข้อจำกัดทางการเงินและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
แอลจีพบว่าผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนเกณฑ์การเลือกซื้อจาก "ฟังก์ชันการใช้งาน" ไปสู่ "การประหยัดเวลาและบริหารจัดการชีวิต" ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียมมีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
แอลจีจึงเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ Easy to Live ผ่านนวัตกรรม AI in Action ที่มีความสามารถในการคิดล่วงหน้าและปรับตัวตามพฤติกรรมการใช้งานจริง ควบคู่กับการนำเสนอสินค้าภายใต้แนวคิด The New Everyday K-Lifestyle ที่ผสานดีไซน์เข้ากับที่อยู่อาศัยของคนไทย
พร้อมแอปพลิเคชัน LG ThinQ ที่ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานจริงกว่า 1 ล้านคน สะท้อนความต้องการเชื่อมต่อและบริหารจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านผ่านแพลตฟอร์มเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของแอลจียังระบุว่า ความมั่นใจในบริการหลังการขายมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าราคาสูงไม่น้อยกว่าฟังก์ชันของตัวผลิตภัณฑ์
แอลจีจึงประกาศมาตรฐานใหม่ภายใต้กลยุทธ์ Easy to Trust อย่าง "LG Best Care" มุ่งอัปสกิลทีมช่างให้มีความเป็นมืออาชีพและปลอดภัยสูงสุด พร้อมขยายเวลาให้บริการถึงบ้านลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจนถึง 21.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง
ควบคู่กับเทคโนโลยี Smart Diagnosis ที่ช่วยให้ลูกค้าวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นได้เองผ่านแอปฯ ลดความจำเป็นในการรอช่าง รวมถึงสิทธิประโยชน์ Worry-Free Maintenance สำหรับลูกค้าระบบ Subscription เพื่อความอุ่นใจตลอดอายุการใช้งาน
แอลจียังตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนระดับโลก ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ระบบการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) และนวัตกรรม Universal Design อย่าง LG Comfort Kit ซึ่งได้รับการรับรองจาก S&P Global Top 1% และ SBTi สะท้อนให้เห็นว่าความง่ายที่แอลจีมอบให้ผู้บริโภคนั้น เติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ในช่วงไตรมาส 3 แอลจีเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 38 ปี ด้วยโปรโมชั่นยิ่งใหญ่สุดแห่งปีตลอดเดือนสิงหาคมและกันยายน เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์พิเศษให้แก่ผู้บริโภค
คุณอำนาจกล่าวทิ้งท้ายว่า จากข้อมูลเชิงลึกที่เห็นในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้แอลจีเชื่อมั่นว่าทิศทางธุรกิจที่วางไว้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคไทย ทั้งในเรื่องการเข้าถึง การใช้งาน และความไว้วางใจ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการรวมของแอลจี ประเทศไทย ในปี 2569 ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง
สรุปก็คือ กลยุทธ์ครึ่งปีหลังของแอลจี ประเทศไทย วางอยู่บน 3 เสาหลักที่ตอบโจทย์อินไซต์ผู้บริโภคไทยแต่ละด้าน คือ
Easy to Own ที่ทลายข้อจำกัดเรื่องช่องทางซื้อขายและงบประมาณ
Easy to Live ที่ตอบโจทย์ความต้องการประหยัดเวลามากกว่าฟังก์ชัน
และ Easy to Trust ที่สร้างความมั่นใจผ่านบริการหลังการขาย
ทั้งหมดนี้ต่อยอดมาจากฐานธุรกิจ B2B ที่แข็งแรงในครึ่งปีแรก ผสมกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 38 ปีในไทยที่กำลังจะมาถึง สะท้อนว่าแอลจีไม่ได้มองความง่ายเป็นแค่จุดขาย แต่เป็นแนวคิดที่ร้อยทุกกลยุทธ์เข้าด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงวันที่ต้องการบริการหลังการขาย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon