ทำไมการเก็บเงินลงทุนเดือนละ 5,000 บาท อาจมีเงินใช้ปีละ 70,000 บาท

ทำไมการเก็บเงินลงทุนเดือนละ 5,000 บาท อาจมีเงินใช้ปีละ 70,000 บาท

ทำไมการเก็บเงินลงทุนเดือนละ 5,000 บาท อาจมีเงินใช้ปีละ 70,000 บาท /โดย ลงทุนแมน
การมี Passive Income ที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันคือ ความฝันของคนวัยทำงาน
อย่างไรก็ตาม คนจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นไปได้ยาก เพราะการสร้าง Passive Income ได้ น่าจะต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่
แล้วทำไมการเก็บเงินหลักพันต่อเดือน ถึงสามารถทำให้คนทั่วไปมี Passive Income เกินครึ่งแสนได้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
การลงทุนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ได้แก่
1. เงินลงทุน
2. ความสามารถในการลงทุน
3. ระยะเวลา
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจการลงทุน แต่จำเป็นต้องลงทุน เพื่อให้เงินเติบโตและสร้าง Passive Income ในอนาคต กองทุนดัชนีอย่าง S&P 500 หรือ ดัชนีหุ้นโลก คือคำตอบ
เพราะกองทุนดัชนีจะกระจายการลงทุนในหลายร้อยหลายพันบริษัท และบริษัทส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทระดับโลกอีกด้วย
ซึ่งหากบริษัทไหนผลประกอบการแย่ลง ก็จะมีบริษัทอื่นเข้ามาแทน หรือต่อให้อยู่ดี ๆ มีบริษัทหนึ่งเจ๊งขึ้นมา เงินก็ยังมีโอกาสเติบโตได้จากบริษัทส่วนที่เหลือ
ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะกล้าลงทุนเฉพาะหุ้น เพราะมันก็มีข่าวออกมาว่าบางปีตลาดหุ้นก็ร่วงหนัก
ซึ่งตรงนี้เองที่ Asset Allocation หรือ การกระจายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท เข้ามาแก้ปัญหาได้ เช่น ถ้าเราลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ ในช่วงที่ตลาดหุ้นซบเซา ก็ยังได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยจากตราสารหนี้อยู่
หลายคนอาจมีภาพจำว่า ยิ่งกระจายการลงทุน ผลตอบแทนยิ่งน้อย
แต่รู้หรือไม่ว่า iShares Core 60/40 Balanced Allocation ETF หรือ AOR กองทุนที่แบ่งเงินลงทุน 60% ในหุ้น และ 40% ในตราสารหนี้ จากบริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก BlackRock ทำผลตอบแทนเฉลี่ย 10 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 8% ต่อปีเลยทีเดียว
พูดได้ว่า ผลตอบแทน 8% ต่อปีนั้นเป็นตัวเลขที่พอคาดหวังจากการลงทุนได้ สำหรับคนทั่วไป
และเมื่อตัดเรื่องความสามารถในการลงทุนไปแล้ว จะพบว่า เหลืออีกแค่ 2 ปัจจัยเท่านั้นคือ เงินลงทุน และระยะเวลา
ในส่วนของเงินลงทุน ถึงแม้จะไม่มีก้อนใหญ่ แต่ก็สามารถแก้ปัญหาด้วยการมีวินัย หมั่นเติมเงินลงทุนทุกเดือนไปเรื่อย ๆ
ถ้าเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท
- 1 ปีผ่านไป จะมีเงิน 60,000 บาท
- 5 ปีผ่านไป จะมีเงิน 300,000 บาท
- 10 ปีผ่านไป จะมีเงิน 600,000 บาท
- 20 ปีผ่านไป จะมีเงิน 1,200,000 บาท
ส่วนระยะเวลาก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนี่คือปัจจัยที่ทำให้พลังดอกเบี้ยทบต้นทวีคูณ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าลงทุนด้วยเงิน 100,000 บาท ครั้งเดียว แล้วทำผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี
- 5 ปีผ่านไป จะมีเงิน 146,933 บาท
- 10 ปีผ่านไป จะมีเงิน 215,893 บาท
- 20 ปีผ่านไป จะมีเงิน 466,096 บาท
สังเกตไหมว่า 5 ปีแรก เงินเพิ่มเพียง 46,933 บาท ขณะที่ 5 ปีต่อมา เงินเพิ่มถึง 68,960 บาท
หรือถ้าขยับเป็น 10 ปี จะพบว่า 10 ปีแรก เงินเพิ่มเพียง 115,893 บาท ขณะที่ 10 ปีต่อมา เงินเพิ่มถึง 250,203 บาท
ระยะเวลาห่างเท่ากัน แต่จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นแตกต่างได้ขนาดนี้ ก็เพราะมาจากพลังของดอกเบี้ยทบต้น
ทีนี้กลับมาที่คำถามแรกคือ เก็บเงินลงทุนเดือนละ 5,000 บาท แต่อยากมีเงินให้ใช้ปีละ 70,000 บาท ต้องทำอย่างไร ?
ถ้าทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย 8% ต่อปี เท่ากับ AOR กองทุนที่แบ่งเงินลงทุน 60% ในหุ้น และ 40% ในตราสารหนี้ จะใช้เวลาประมาณ 10 ปี
หลังจากนั้นผ่านไป 10 ปี เงินจะเพิ่มมาเป็น 900,000 บาท และหากทำผลตอบแทนได้เท่าเดิม หมายความว่าเงินจะเพิ่มขึ้นปีละ 900,000 x 8% = 72,000 บาท นั่นเอง
นี่เลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมการเก็บเงินลงทุนเดือนละ 5,000 บาท อาจทำให้เรามีเงินใช้ปีละ 70,000 บาทได้
สำหรับคนที่ต้องการคำนวณด้วยตัวเอง หรือแก้ไขตัวเลข ก็สามารถคำนวณได้ด้วยเครื่องคิดเลขทางการเงิน หรือใช้เครื่องคิดเลขทางการเงินออนไลน์
โดย
N = ระยะเวลาลงทุน
I = ผลตอบแทน
PV = เงินลงทุนเริ่มต้น
PMT = เงินลงทุนเพิ่มต่อเดือน
FV = เป้าหมายเงินก้อนที่ต้องมีในวันเกษียณ
สมมติว่า อีก 15 ปีข้างหน้า เราต้องการ Passive Income จากการลงทุน ปีละ 300,000 บาท และผลตอบแทนคาดหวัง 8% ต่อปี ไม่มีเงินลงทุนเริ่มต้นเลย ก็ให้ใส่ตัวเลขในแต่ละค่า
ซึ่ง
N = 15 ปี = 15 x 12 = 180 เดือน
I = 8% ต่อปี = 0.667% ต่อเดือน
PV = 0
FV = 300,000 ÷ 0.08 = 3,750,000 บาท
ดังนั้น จะได้ว่า PMT = 10,834
หรือแปลว่า เราต้องเก็บเงิน เพื่อเอามาลงทุน 10,834 บาทต่อเดือน นั่นเอง
ปิดท้ายสำหรับใครที่สนใจลงทุนใน AOR แบบยกเว้นภาษีลงทุนนอก และค่าจัดการต่ำ ตอนนี้มี TLCOREWEALTH-UH-X และ TLCOREWEALTH-H-X จาก บลจ.ทาลิส ที่มีค่าจัดการ 0.1% ซื้อได้เลยผ่านแอป WealthX
คำเตือน :
- กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- ตัวเลขดังกล่าวเป็นการจำลองผลตอบแทนเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดการลงทุนเท่านั้น มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon