TDH Dental ประกาศยุทธศาสตร์ 3 ปี เปลี่ยนจาก รักษาฟันเมื่อป่วย สู่พาร์ตเนอร์สุขภาพตลอดชีวิต พร้อมการเติบโตของรายได้แตะ 500 ล้าน

TDH Dental ประกาศยุทธศาสตร์ 3 ปี เปลี่ยนจาก รักษาฟันเมื่อป่วย สู่พาร์ตเนอร์สุขภาพตลอดชีวิต พร้อมการเติบโตของรายได้แตะ 500 ล้าน

คลินิกทันตกรรมส่วนใหญ่ ยังคงอยู่ในโมเดลเดิมที่รอให้คนไข้ปวดฟันก่อนถึงจะมาหา
แต่ TDH Dental เพิ่งประกาศยุทธศาสตร์ 3 ปี ที่พลิกโมเดลธุรกิจทั้งกระดาน
จากการรักษาเมื่อเกิดปัญหาแล้ว หรือ Reactive ไปสู่แนวคิดที่เรียกว่า Longevity Dentistry หรือการดูแลสุขภาพช่องปากเชิงป้องกันในระยะยาว
ภายใต้วิสัยทัศน์ 3-5 ปีนี้ TDH วางยุทธศาสตร์ไว้ 4 ด้านหลัก ทั้งเทคโนโลยี เครือข่าย มาตรฐานการรักษา และบุคลากร พร้อมตั้งเป้าขยายจาก 12 สาขา ไปสู่ 20 สาขาทั่วประเทศ
การนิยามใหม่ของ TDH Dental ว่าคลินิกทันตกรรม ควรมีบทบาทอย่างไรในชีวิตของคนไข้ มีรายละเอียดอะไรบ้าง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เป้าหมายของยุทธศาสตร์นี้คือดูแลคนไข้ตั้งแต่วัยเด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพช่องปากที่ดีตลอดช่วงชีวิต

ในบรรดายุทธศาสตร์ 4 ด้านที่วางไว้
ทันตแพทย์เรืองยศ อ่อนสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TDH Dental ย้ำเป็นพิเศษว่า "เรื่องคน" คือเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะต่อให้เทคโนโลยีดีแค่ไหน หากควบคุมคุณภาพบริการของพนักงานและผู้รักษาไม่ได้ ก็จะเกิดปัญหาอยู่ดี
จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนรุ่นใหม่และทันตแพทย์เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ควบคู่ไปกับการวางมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาผ่านด้านเครือข่ายและมาตรฐานการรักษา
แนวคิด Longevity Dentistry เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์เทรนด์สังคมผู้สูงอายุและอัตราการเกิดของประชากรที่ต่ำลงมาก
TDH วางตัวเองเป็นพาร์ตเนอร์ดูแลสุขภาพ ไม่ใช่แค่ที่ที่มาเมื่อปวดฟัน แต่เป็นการป้องกันตั้งแต่เด็ก พร้อมสร้างความเข้าใจว่าฟันเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพทั่วร่างกาย
เพื่อให้แนวคิดนี้จับต้องได้จริง TDH พัฒนานวัตกรรมตรวจเช็กเชิงป้องกัน คือ Saliva Testing การนำน้ำลายไปตรวจวิเคราะห์เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ทั้งในช่องปากและโรคทางร่างกาย เช่น ความเสี่ยงโรคเบาหวาน และการวิเคราะห์การบดเคี้ยวและลิ้น เพื่อตรวจเช็กอาการนอนกัดฟันที่ส่งผลให้ฟันสึก นอนไม่หลับ และกระทบสุขภาพกายโดยรวม
ท่ามกลางตลาดคลินิกทันตกรรมที่เปิดกันเยอะจนเปรียบเหมือนร้านสะดวกซื้อ และส่วนใหญ่แข่งกันด้วยการตัดราคา TDH เลือกยืนจุดยืนตรงข้าม ไม่ลงไปเล่นสงครามลดราคาหลัก เพื่อรักษาคุณภาพบริการเอาไว้
แต่เพื่อเปิดโอกาสให้คนไข้กลุ่มใหม่โดยเฉพาะ Gen Z ได้ทดลองสัมผัสบริการระดับพรีเมียม TDH ก็ยังจัดโปรโมชันเฉพาะบางช่วงเวลาไว้เช่นกัน

คุณวิภาวดี อ่อนสอาด กรรมการผู้จัดการ TDH Dental
เผยว่า ในส่วนกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจที่สุดคือสิ่งที่เรียกว่า No-Script Marketing เหล่าดาราที่เป็นกระบอกเสียงให้ TDH ไม่มีการจ่ายเงินโฆษณาบังคับ และไม่มีการเขียนสคริปต์ให้พูด แต่ปล่อยให้เล่าประสบการณ์จากความรู้สึกจริง เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้ถึงคุณภาพและความจริงใจ
ความน่าเชื่อถือของ TDH ยังถูกการันตีด้วยรางวัลระดับสากลอย่าง Red Diamond และ Diamond Provider จาก Invisalign ซึ่งสะท้อนประสบการณ์และจำนวนเคสการรักษาที่สั่งสมมา
TDH นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Treatment อย่างเจาะจงและแม่นยำ พร้อมติดตั้ง Intraoral Scanner หรือเครื่องสแกนช่องปากดิจิทัลครบทุกสาขา ทำให้คนไข้ได้รับความสะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาใหญ่อย่างทองหล่อ
ด้านการบริหารจัดการ TDH วางระบบ SOP และคู่มือการบริการ หรือที่เรียกว่า Bible ควบคู่กับ Data Center ส่วนกลางที่มี Dashboard และ KPI คอยจับตาและควบคุมมาตรฐานหลังบ้านแบบองค์กรขนาดใหญ่
แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างงานบริการหน้าบ้าน พนักงานต้อนรับทุกสาขาก็ได้รับการเทรนให้พูดด้วย "เสียง 2" ที่ฟังแล้วสดใส ยิ้มแย้ม และใส่ใจคนไข้ สะท้อนว่า TDH ให้ความสำคัญกับทุกจุดสัมผัสที่คนไข้เจอ ไม่ใช่แค่ห้องรักษาเท่านั้น
นอกจากนี้ แม้คนไข้ส่วนใหญ่จะอยากรักษากับคุณหมอเรืองยศ ผู้ก่อตั้งโดยตรง แต่ด้วยคิวที่แน่นมาก TDH จึงคัดสรรทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่จบจากต่างประเทศและมีประสบการณ์สูงเข้ามาเสริม
พร้อมการันตีว่าทันตแพทย์ทุกคนผ่านการคัดเลือกระดับสูง เพื่อให้คนไข้มั่นใจในคุณภาพเดียวกันไม่ว่าจะไปสาขาไหน
นี่คือกลไกสำคัญที่ทำให้ TDH ขยายสาขาต่อไปได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาชื่อของคุณหมอคนเดียวเพียงอย่างเดียว
TDH วางแผนขยายจาก 12 สาขาไปสู่ 20 สาขา แต่เลือกทำแบบไม่เร่ง ค่อย ๆ เปิดสาขาอย่างพิถีพิถันเพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจบริบทของแต่ละพื้นที่ก่อน
แต่ละสาขาจะถูกปรับรูปแบบให้เหมาะกับบริบทพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสาขาในห้างสรรพสินค้า ย่านที่อยู่อาศัย หรือสาขาที่เน้นกลุ่มเด็กในย่านครอบครัว โดยยังคงควบคุมด้วยมาตรฐานเดียวและการเทรนนิ่งจากส่วนกลางเสมอ
ที่น่าสนใจคือ TDH ยังเปิดรับข้อมูลสำรวจจากกลุ่มหมู่บ้านหรือชุมชนที่รวบรวมสมาชิกส่งมา เพื่อนำไปพิจารณาเปิดสาขาในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เท่ากับให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจขยายสาขาด้วย
ทั้งนี้ สาขาทองหล่อของ TDH มีสัดส่วนคนไข้ชาวต่างชาติสูงถึง 55% ส่วนใหญ่รู้จักผ่าน Google Reviews แล้วเกิดการบอกต่อ จนสาขานี้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำหรับการท่องเที่ยวทำฟันในไทยไปโดยปริยาย
เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ สาขาทองหล่อเปิดให้บริการยาวถึง 20.00 น. พร้อมกระบวนการ Pre-Consultation ที่สอบถามและประเมินวัตถุประสงค์ รวมถึงระยะเวลาที่พำนักในไทยของคนไข้ตั้งแต่ขั้นตอนหน้าบ้าน เพื่อออกแบบแผนการรักษาให้เสร็จเรียบร้อยพอดีกับกำหนดเดินทางกลับของคนไข้
สาขาล่าสุดของ TDH ตั้งอยู่ที่ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ทำเลย่านธุรกิจ CBD ใจกลางเมือง ที่รวมทั้งกลุ่มคนทำงาน คนอยู่อาศัย คนไทย และชาวต่างชาติไว้ด้วยกัน
แม้จะเป็นสาขาที่เล็กกว่า แต่มาตรฐานยังคงแน่นไม่ต่างจากสาขาใหญ่ ติดตั้งเทคโนโลยีดิจิทัลสแกนเนอร์ครบครัน มีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำทุกสาขา และควบคุมมาตรฐานเดียวกับสาขาใหญ่ทุกประการ
ยุทธศาสตร์ 3 ปีของ TDH Dental จึงเป็นมากกว่าแผนขยายสาขาหรือการตลาดทั่วไป แต่คือการเปลี่ยนนิยามของธุรกิจทันตกรรมทั้งหมด จากที่เคยเป็นสถานที่ที่คนไข้มาเมื่อมีปัญหา ให้กลายเป็นพาร์ตเนอร์สุขภาพที่อยู่กับคนไข้ตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา
ทุกกลยุทธ์ที่วางไว้ล้วนรับใช้เป้าหมายนี้ ทั้งแนวคิด Longevity Dentistry ที่ป้องกันก่อนป่วย การไม่ลงไปเล่นสงครามราคาเพื่อรักษาคุณภาพในระยะยาว
การควบคุมมาตรฐาน เพื่อให้ประสบการณ์เหมือนกันทุกสาขา และการขยายสาขาอย่างพิถีพิถันที่ฟังเสียงชุมชนก่อนตัดสินใจ
เมื่อทุกชิ้นส่วนของยุทธศาสตร์เชื่อมโยงกันเป็นภาพเดียว จาก 12 สาขาที่มีอยู่วันนี้ ไปสู่ 20 สาขาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
สิ่งที่ TDH กำลังสร้างจึงเป็นการเปลี่ยนบทบาทของคลินิก จากสถานที่ที่ผู้บริโภคเข้ามาเมื่อมีปัญหา ไปสู่การเป็น Long-term Oral Health Partner
ไปพร้อม ๆ กับการเติบโต ที่ตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 แตะ 450-500 ล้านบาท ก้าวสู่ผู้นำตลาดทันตกรรมระดับประเทศ และเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon