ถอดบทเรียนจากงาน KBTG Techtopia : Human of Tomorrow คนไทยอยู่ตรงไหน ในวันที่ AI เปลี่ยนโลก

ถอดบทเรียนจากงาน KBTG Techtopia : Human of Tomorrow คนไทยอยู่ตรงไหน ในวันที่ AI เปลี่ยนโลก

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x KBTG
ไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนคงได้เห็นข่าวคนในวงการ AI ประกาศลาออก และออกมาเตือนถึงความเสี่ยงต่าง ๆ พร้อมขอให้บริษัทชะลอการพัฒนา AI
ขณะที่ผู้นำบริษัทเทคโนโลยีและประเทศมหาอำนาจยังคงเห็นต่าง และสั่งเดินหน้าพัฒนา AI อย่างต่อเนื่อง
แม้ยังไม่รู้คำตอบว่า AI จะเปลี่ยนไปได้แค่ไหนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ คือ AI ได้เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ การทำงาน ไปจนถึงการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ทั่วโลก
KBTG จึงได้จัดงาน KBTG Techtopia : Human of Tomorrow เพื่อหาคำตอบว่าคนไทยควรอยู่ตรงไหนในโลกที่ AI พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ความน่าสนใจของงานนี้ มีอะไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
รู้หรือไม่ว่า KBTG Techtopia จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2023 โดยมีผู้เข้าร่วมงานหลักร้อย และเพิ่มขึ้นเป็นหลายพันคนในปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยกำลังตื่นตัวกับเรื่องเทคโนโลยีและ AI มากขึ้น
ที่น่าสนใจคือ ปีนี้ KBTG Techtopia : Human of Tomorrow มี Session ให้ติดตามทั้งหมด 36 หัวข้อจาก 3 เวที ที่พาไปอัปเดตเรื่องเทคโนโลยีและ AI ในหลายมุมรวมกัน
ตั้งแต่การใช้ชีวิต ธุรกิจ เศรษฐกิจ ไปจนถึงเรื่องกฎหมาย เทคโนโลยีควอนตัม อวกาศ และ Cyber Security
และยังมี Workshop อีก 8 หัวข้อ ตั้งแต่การพัฒนา AI Agent การเขียนโปรแกรม การออกแบบ AI Product ให้ปลอดภัย ไปจนถึงการพัฒนาทักษะผู้นำในยุค AI
อีกส่วนที่ต่อยอดจากปีก่อนคือ Community Circle ที่ปีนี้เปิดให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถามตอบกันแบบ Real Time กับวิทยากรและผู้เข้าร่วมใน 10 หัวข้อใกล้ตัว ตั้งแต่เรื่องพฤติกรรมของคน การดูแลสุขภาพใจ การบริหาร Career Portfolio ไปจนถึงการสร้างธุรกิจ
รวมถึงยังมีโซนจัดแสดงนวัตกรรมจาก KBTG และพันธมิตร เปิดให้ผู้เข้าร่วมได้ลองสัมผัสเทคโนโลยี โซลูชัน และนวัตกรรมล้ำสมัย ที่กำลังถูกนำไปใช้จริงในโลกธุรกิจและการแก้ไขปัญหาสังคม
คุณวรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman ของ KBTG เล่าว่า ธีม Human of Tomorrow เป็นการตั้งคำถามว่า เมื่อ AI เข้ามาเป็น Digital Workforce ความเป็นมนุษย์จะมีบทบาทแบบไหน
และคนไทยจะเปลี่ยนเป็น Master of AI ที่รู้จักควบคุมและใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและสังคมอย่างไร
แล้ว KBTG มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อย่างไร ?
คุณวรนุช แชร์มุมมองถึงเรื่องการรับมือและปรับตัวในยุค AI ไว้ ผ่าน 6 แกนหลัก คือ
1. The New Reality
AI วันนี้กำลังพัฒนาจาก Chatbot ไปสู่ AI Agent ที่วางแผน คิดวิเคราะห์ ลงมือ และเรียนรู้ทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ซึ่งคาดว่าช่วงสิ้นปี 2026 นี้ แอปพลิเคชันที่คนส่วนใหญ่ใช้งานราว 40% จะมี AI Agent เข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างเช่น พนักงาน KBTG 90% ได้นำ AI มาใช้ทำงาน และยังพัฒนา AI Agent Platform ชื่อ AthenaMind มาใช้ภายในองค์กร โดยคาดว่า AI จะช่วยลดต้นทุนพัฒนาระบบ End-to-End 15% ในปี 2028
2. The AI-Driven Must-Do
การนำ AI มาใช้ต้องเริ่มจาก Clean Data, ระบบป้องกันที่ได้มาตรฐาน และระบบควบคุมที่ดี พร้อมยึดหลัก AI First, Human First เปลี่ยน AI เป็นเครื่องมือทุ่นแรงในทุกขั้นตอน
เพื่อให้องค์กรสามารถพัฒนา และปล่อยโปรเจกต์ต่าง ๆ ออกมาได้เร็วขึ้น 1-12 เท่า
3. Risk Management
แม้ AI จะเก่งขึ้น แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด หรืออคติบางอย่างได้ องค์กรจึงต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง และให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
4. From Global Shift to Local Impact
ขณะที่ไทยมีการใช้งาน AI เติบโตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกที่ 36.4% แต่ภายในปี 2030 แรงงานทั่วโลก 39% จะต้อง Reskill เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง ทำให้การเร่งพัฒนาทักษะคน กลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้น
5. Reclaiming Your Life
เมื่อ AI เข้ามาช่วยประหยัดเวลาทำงาน มนุษย์จึงมีเวลามากขึ้นสำหรับสิ่งที่ต้องอาศัยความเป็นมนุษย์ เช่น ความเข้าอกเข้าใจ, ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นผู้นำ
6. The Final Call
การให้ AI ทำงานเองในระดับองค์กร ยังต้องมีคนคุมเกม
มี AI Control Tower เพื่อคอยกำกับความเสี่ยง โดยเฉพาะระบบการเงินที่ต้องมี Human Oversight คอยดูแลการตัดสินใจสำคัญ พร้อม AI Kill Switch ที่สั่งหยุด AI ได้ทันทีเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
ทีนี้มาลองดูภาพรวมการปรับตัวในระดับประเทศกันบ้าง
เริ่มที่คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เล่าว่ากติกาใหม่ของโลก เช่น ภูมิรัฐศาสตร์, สังคมสูงวัย, สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี กำลังเปลี่ยนบริบททุกภาคส่วน
ภาครัฐจึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล พร้อมสร้าง Runway 3 มิติ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจไทย คือ
- Digital Government
การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็ว เช่น Dashboard ข้อมูลเกษตร ไปจนถึงการเชื่อมฐานข้อมูล 13 หน่วยงานเพื่อป้องกันตัวแทนจดทะเบียนธุรกิจ
- DBD Academy
การสร้างแหล่งเรียนรู้ทักษะดิจิทัลให้ผู้ประกอบการ SME โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารธุรกิจ ทั้งการลงบัญชี ระบบสินค้าคงคลัง และการตั้งราคา
- Ecosystem
การปรับกฎระเบียบเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเข้าด้วยกันในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมลดขั้นตอนความซ้ำซ้อนในการขอใบอนุญาตจากหลายหน่วยงานภาครัฐ
เมื่อภาครัฐปูทางแล้ว ฝั่งธุรกิจเองก็มีเทรนด์การปรับตัวที่น่าจับตา ไม่ว่าจะเป็น
- การปรับใช้ AI ในภาคธุรกิจ เพื่อการแข่งขันในระดับโลก
ตัวแทนจาก NECTEC, ETDA และ NIA เผยว่า ปัจจุบันองค์กรไทยนำ AI มาใช้แล้ว 58% แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในบทบาทผู้ใช้งานปลายน้ำ
โอกาสของ Start-Up จึงอยู่ที่การพัฒนาโซลูชันกลางน้ำ ที่นำ AI มาพัฒนาแพลตฟอร์มแก้โจทย์ธุรกิจจริง
อีกเรื่องสำคัญ คือการวางระบบข้อมูลหลังบ้าน ตั้งแต่ Data Collection, Data Cleansing ไปจนถึง Data Governance เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้งานคู่กับ AI ได้จริง และสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจไทยในตลาดโลก
- การสร้างเมืองแห่งอนาคต
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แชร์มุมมองว่าการสร้างเมืองเพื่อรับมือยุคโลกเดือดและสังคมสูงวัย ต้องเริ่มจากการวางผังเมืองที่เอาธรรมชาติเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่แค่นำเทคโนโลยีหรือ AI มาติดตั้งอย่างเดียว
รวมถึงต้องออกแบบให้คนเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกได้ภายใน 15 นาที เพื่อลดต้นทุนการใช้ชีวิตได้จริง
ที่สำคัญ ควรออกแบบเมืองให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและธรรมชาติ โดยใช้ข้อมูลภูมิอากาศช่วยวางผัง และเปิด Open Data ให้คนมีส่วนร่วมตรวจสอบ เสนอแนะ และร่วมออกแบบเมืองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
- การปรับตัวของอุตสาหกรรมการเงินยุค AI-Native
การแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้บริหารของ National ITMX, KBank และ 2C2P by Antom ทำให้เห็นว่าโลกการเงินกำลังขยายออกไปใน 3 ส่วน ได้แก่ สินทรัพย์, ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ ภาคการเงินกำลังเข้าสู่ยุค AI-Native โดยใช้ AI จัดการธุรกรรม วิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนแบบ Real Time ช่วยพัฒนาการเขียนโค้ด รวมถึงเชื่อมระบบชำระเงินข้ามพรมแดนในภูมิภาค
ทั้งนี้ ทักษะของมนุษย์ยังคงสำคัญ โดยเฉพาะความเข้าใจผู้อื่น เพื่อออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลจาก AI เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
และเมื่อ AI ทำงาน Operation มากขึ้น มนุษย์จึงต้องเน้นที่การคิดไอเดียและการส่งมอบบริการลูกค้ามากขึ้น
- การยกระดับธุรกิจสู่ Agentic Enterprise ในระดับองค์กร
คุณรบส สุวรรณมาศ จาก Salesforce ย้ำว่าองค์กรต้องนำ AI Agent เข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงานจริงให้มากขึ้น เพื่อลดเวลาในการทำงาน และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
เช่น การให้ AI ช่วยวิเคราะห์เอกสาร RFP เพื่อประเมินโอกาสชนะ และตัดสินใจว่าจะเข้าประมูลหรือไม่
และเมื่อเชื่อมระบบ AI Agent เข้ากับระบบข้อมูลองค์กรแล้ว ก็ควรมีระบบรักษาความปลอดภัย เช่น Data Masking และ Zero Retention เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหลและถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลภายนอก
ส่วนการปรับตัวของคนทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กในยุค AI เรื่องนี้มีคำตอบที่น่าสนใจ จากคุณอนันต์ ตรีฐิติพัฒน์ ผู้ก่อตั้ง One-Person Business Thailand ที่ได้แชร์มุมมองใน Community Circle ว่า
การสร้างซอฟต์แวร์หรือแอปเพียงอย่างเดียวอาจถูกแทนที่ได้ง่ายขึ้น จึงควรใช้ AI เป็น Leverage หรือเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ให้กับธุรกิจที่ตรงกับความถนัดของตัวเอง
สิ่งสำคัญ คือการทำให้คนรู้จักเราผ่าน 3 แกน ทั้งทักษะเฉพาะตัว, การใช้ AI เพิ่มผลผลิต และการสร้างตัวตนผ่านสื่อ
รวมถึงการหา Specific Knowledge จากความสนใจหลายด้าน แล้วใช้จุดร่วมมาพัฒนาเป็น Niche Product ของตัวเอง ซึ่งจะทำให้เราสนุกกับงาน และต่อยอดเป็นธุรกิจระยะยาวที่มีคุณค่าได้
นอกจากแนวคิดการปรับตัวในระดับต่าง ๆ แล้ว KBTG ยังนำนวัตกรรมที่น่าสนใจจากบริษัทในเครืออย่าง KBTG Labs และ KASIKORN X มาจัดแสดงให้เห็นการนำ AI ไปใช้งานจริง เช่น
- AINU จาก KASIKORN X
โซลูชัน AI ด้านความปลอดภัยระดับองค์กร ที่ช่วยป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์
เช่น Appguard ระบบตรวจจับและป้องกันการแทรกแซงแอปพลิเคชันแบบ Real Time, Insurtech ระบบ AI ตรวจสอบภาพเพื่อป้องกันการทุจริต และ Verify ระบบวิเคราะห์และป้องกันการสวมรอยด้วย Deepfake
- Future You จาก KBTG Labs
โปรเจกต์ร่วมกับ MIT Media Lab ที่นำ AI มาช่วยแนะแนวอาชีพให้เด็ก ๆ ได้เห็นภาพตัวเองในอนาคตตามความสนใจ และทดลองพูดคุยกับตัวเองในวัยผู้ใหญ่ เพื่อให้เห็นมุมมองเส้นทางอาชีพที่กว้างขึ้น
- ระบบตรวจสอบพื้นที่เกษตรกรรมที่ถูกเผา จาก KBTG Labs
แพลตฟอร์มที่ร่วมมือกับ MIT Media Lab และ GISTDA ที่นำข้อมูลดาวเทียมมาวิเคราะห์พิกัดการเผาไร่แบบเจาะจง เพื่อช่วยแก้ปัญหาควันไฟ และให้ผู้รับซื้อคัดกรองพืชผลจากพื้นที่ที่มีการเผาไหม้ได้แม่นยำขึ้น
ถึงตรงนี้จะเห็นว่าในวันที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน มนุษย์ต้องรู้จักใช้ AI เป็นเครื่องมือทุ่นแรง พร้อมรักษาจุดแข็งที่ AI ยังทดแทนได้ยาก ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าอกเข้าใจ และการตัดสินใจ
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่กำหนดว่าเทคโนโลยีจะถูกนำไปใช้สร้างอะไร ก็ยังคงเป็นมนุษย์
ซึ่งนี่อาจเป็นความหมายของ Human of Tomorrow หรือมนุษย์ที่เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับ AI และใช้สิ่งนี้สร้างคุณค่าใหม่ให้กับตัวเองและสังคม.. นั่นเอง
Reference :
- งานสัมมนา KBTG Techtopia : Human of Tomorrow
#KBTG #KBTGTechtopia #HumanofTomorrow
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon