
ตลาดหลักทรัพย์ฯ-FETCO ปิดจ็อบโรดโชว์นิวยอร์ก-ลอนดอน กองทุนระดับโลก 43 แห่ง ตอบรับคึกคัก
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมโรดโชว์ที่นครนิวยอร์กและกรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 22-25 กันยายน 2569

นอกจากนายกฯ แล้ว คณะยังมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนายกฯ แล้ว คณะยังมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
การโรดโชว์ครั้งนี้ร่วมมือกับพันธมิตร Bank of America, Jefferies และ UBS เชิญผู้ลงทุนสถาบันระดับโลกรวม 43 กองทุน คิดเป็นสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าร่วมรับฟังข้อมูล
เช่น BlackRock, Blackstone, Citadel, Fidelity และ Schroders โดยเกือบทั้งหมดเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดที่เข้าร่วมด้วยตนเอง
ที่นิวยอร์ก ธนาคารแห่งอเมริกา เนชั่นแนล แอซโซซิเอชั่น เป็นพันธมิตรเชิญผู้ลงทุนสถาบัน ซึ่งเกือบทั้งหมดตอบรับเข้าร่วม การประชุมแบบกลุ่มมี 22 กองทุนชั้นนำ
ไม่ว่าจะเป็น BlackRock, Blackstone, Citadel, Fidelity, Schroders และอื่น ๆ มี AUM รวมประมาณ 45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
และมีการพบแบบ one-on-one อีก 2 ราย คือ Pacific Investment Management Company (PIMCO) และ Brookfield
นอกจากนี้ Microsoft และ Google ยังได้ร่วมหารือกับนายกฯ ด้วย ส่วน Jefferies สถาบันวาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรของตลาดหลักทรัพย์ฯ นำ 15 กองทุนชั้นนำ AUM รวมกันประมาณ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มาร่วมรับฟังข้อมูลจากนายกฯ โดยตรง
ส่วนที่ลอนดอน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ UBS เชิญผู้บริหารระดับสูงสุดจาก 8 กองทุน เช่น BlackRock และ Schroders มี AUM รวมกันประมาณ 16.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่นิวยอร์ก ผู้ลงทุนให้น้ำหนักมากที่สุดกับจุดยืนความเป็นกลางของไทยท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมองเป็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยง
หากไทยรักษาจุดยืนนี้ได้ต่อเนื่อง จะดึงดูดเงินลงทุนจากหลายประเทศเพิ่มขึ้น
ผู้ลงทุนยังจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกดดันราคาพลังงานและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
ซึ่งนายกฯ ตอบข้อกังวลนี้ด้วยแผนลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
พร้อมชูโครงการ JUMP+ และ BOI to IPO เป็นกลไกดึงธุรกิจกลุ่ม New Economy เข้าสู่ตลาดทุนไทย
ส่วนที่ลอนดอน อัสสเดชระบุว่า ผู้ลงทุนสถาบันอังกฤษให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเมืองเป็นอันดับแรก
ตามด้วยแรงส่งของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านยอดขอรับการส่งเสริมจาก BOI ที่ทำสถิติสูงสุด โดยไทยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณการลงทุน
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ FETCO เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 เงินทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วราว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 10% ของเงินทุนที่ไหลออกกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นับเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีและยังมีโอกาสไหลกลับได้อีกมาก
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากเสถียรภาพทางการเมือง แผนเศรษฐกิจระยะยาวที่ชัดเจน และการกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียน
ไพบูลย์มองว่า การที่ผู้บริหารระดับสูงของกองทุนชั้นนำในนิวยอร์กเดินทางมาร่วมรับฟังด้วยตนเองเป็นสัญญาณบวกอย่างมาก เพราะกองทุนในสหรัฐฯ ส่วนมากสนใจเฉพาะตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ และจะเข้ารับฟังข้อมูลก็ต่อเมื่อมั่นใจจริงในแนวโน้มระยะยาวของตลาดนั้น ๆ
ประเด็นที่ผู้ลงทุนสนใจมากคือความชัดเจนของนโยบายรัฐบาล ทั้งสิ่งที่ตั้งใจผลักดันและความท้าทายในการนำนโยบายไปปฏิบัติ รวมถึงเสถียรภาพทางการเงินและค่าเงินบาท ซึ่งนายกฯ และคณะตอบข้อซักถามครบทุกประเด็น
ในโอกาสเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE)
ครอบคลุมกรอบความร่วมมือด้านการจดทะเบียนหลักทรัพย์ทั้งสองตลาด (Dual Listing) การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่าง ETF ข้อมูลตลาดและผลิตภัณฑ์ดัชนี ผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ESG รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างกัน โดยมีนายกฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน
นายกฯ ยังร่วมลั่นระฆังเปิดการซื้อขายที่ NYSE เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพและความพร้อมของไทยต่อหน้าผู้ลงทุนระดับโลก..
*หมายเหตุ : จำนวนกองทุนและมูลค่า AUM ไม่นับซ้ำกองทุนที่เข้าพบทั้งนิวยอร์กและลอนดอน