Anthropic ยื่นเอกสาร IPO เปิดตัวเลขครั้งแรก ขาดทุนสุทธิ 1.4 ล้านล้านบาท

Anthropic ยื่นเอกสาร IPO เปิดตัวเลขครั้งแรก ขาดทุนสุทธิ 1.4 ล้านล้านบาท

Anthropic บริษัทผู้พัฒนา Claude กำลังเดิมพันครั้งใหญ่ว่า AI จะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรม ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลนี้มาจากหนังสือชี้ชวนเสนอขายหุ้น IPO ที่ Reuters ได้เห็นและรายงานเป็นครั้งแรก
เอกสารฉบับนี้เปิดเผยตัวเลขการเงินของบริษัทเป็นครั้งแรก รายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ก็สูงมากด้วยเหมือนกัน..
ตัวเลขสำคัญจากหนังสือชี้ชวน (ปี 2025)
- รายได้เกือบ 4,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.5 แสนล้านบาท เติบโต 12 เท่าจากปีก่อน
- ขาดทุนสุทธิเกือบ 42,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.4 ล้านล้านบาท
- ขาดทุนจากการดำเนินงานมากกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.7 แสนล้านบาท (ไม่รวมการปรับมูลค่าหนี้สินที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการระดมทุนรอบก่อน ๆ)
- ค่าใช้จ่ายด้านการประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐาน 7,330 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปี 2024 คิดเป็นมากกว่าครึ่งของค่าใช้จ่ายดำเนินงานรวม 12,650 ล้านดอลลาร์
- เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนระยะสั้นรวม 20,280 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025
แล้วขาดทุน 42,000 ล้านดอลลาร์ มาจากไหน ?
ตัวเลขขาดทุนสุทธิที่ดูสูงมากนั้น มีประมาณ 34,000 ล้านดอลลาร์ที่เป็นรายการทางบัญชี เกิดจากมูลค่าประเมินที่เพิ่มขึ้นของเครื่องมือทางการเงินที่อาจแปลงเป็นหุ้นของ Anthropic ได้ในอนาคต
ส่วนนี้จึงเป็นผลจากการปรับมูลค่าทางบัญชี และไม่ได้เป็นเงินที่บริษัทใช้ไปกับการดำเนินธุรกิจจริง
ที่น่าจับตามากกว่าคือ ภาระในอนาคต Anthropic วางแผนใช้เงินอีก 518,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 17.4 ล้านล้านบาท สำหรับภาระผูกพันด้านคลาวด์ การประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานในช่วงหลายปีข้างหน้า
โดยการเสนอขายหุ้นครั้งนี้อาจทำให้ Anthropic มีมูลค่ากิจการมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 67.2 ล้านล้านบาท สูงกว่ามูลค่าที่บริษัทประเมินไว้เองเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ 965,000 ล้านดอลลาร์ ถึงกว่า 2 เท่า
ทั้งที่บริษัทเพิ่งก่อตั้งมาได้เพียง 5 ปี..
Reuters เคยรายงานว่า การเข้าตลาดของ Anthropic น่าจะเลื่อนไปหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน
ดีลนี้จะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันด้าน AI เป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาผู้ที่ให้เงินทุนมีแต่กองทุน Venture Capital, กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และบริษัท Big Tech
และข้อมูลสำคัญอีกอย่างที่บริษัทเปิดเผยเอง คือเรื่องของความเสี่ยง
- รายได้เกือบ 1 ใน 4 ในปีที่แล้วมาจากลูกค้าเพียง 2 ราย..
- ลูกค้ารายใหญ่หลายราย ไม่ได้ผูกสัญญาระยะยาว จึงอาจลดหรือหยุดใช้จ่ายได้
นอกจากนี้ งานวิจัยของ Anthropic เองยังพบว่า AI ที่ทำงานได้อัตโนมัติมากขึ้นอาจมีพฤติกรรมที่คาดไม่ถึงและอาจเป็นอันตรายได้
ซึ้งในการทดสอบแบบควบคุม โมเดลของบริษัทเคยก่อวินาศกรรมโค้ด ช่วยเหลือการฉ้อโกง และบิดเบือนข้อมูล
รายงานเหล่านี้แพร่ไปสู่สาธารณะในวงกว้าง จนเกิดความกังวลว่าบริษัทต่าง ๆ จะควบคุมระบบที่ทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไร ในขณะที่ต่างเร่งนำ AI ขั้นสูงออกมาใช้เชิงพาณิชย์
Dario Amodei ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic เคยเรียกร้องให้วงการ AI ทั่วโลกชะลอการปล่อยความสามารถใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความกังวลนี้
อย่างไรก็ดี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Anthropic ก็ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ Opus 5.5 เพื่อตอบโต้กระแสของ OpenAI ที่มาแรงหลังการเปิดตัว GPT-6 Astra
Anthropic และ Amodei ยังเคยขัดแย้งกับรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องการใช้งานเครื่องมือของบริษัท จนกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เคยขึ้นบัญชีดำ Anthropic ชั่วคราว ก่อนที่ผู้พิพากษาสหรัฐฯ จะสั่งระงับคำสั่งนั้นเมื่อเดือนสิงหาคม
ทั้งนี้ การเข้าตลาดของ Anthropic จะตามหลัง IPO ครั้งใหญ่ของ SpaceX ที่ประเมินมูลค่าบริษัทของ Elon Musk ไว้ที่ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์
หุ้น SpaceX พุ่ง 19% ในวันแรกที่เข้าเทรด 12 มิถุนายน ไปอยู่ที่ 160 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้ย่อลงมาซื้อขายที่ราว 145 ดอลลาร์ ซึ่งยังสูงกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์
ผลงานนี้อาจทำให้นักลงทุนต้องคิดให้รอบคอบขึ้นกับมูลค่าของบริษัทเติบโตสูงที่ยังแพงอยู่ บวกกับหุ้น AI และหุ้นชิปที่ถูกเทขายไปเมื่อไม่นานนี้
IPO ของ Anthropic จึงจะเป็นบททดสอบว่า ความคึกคักของธีม AI จะสามารถรับมือกับการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นได้หรือไม่
ถึงอย่างนั้น ดีลนี้ก็จะปิดท้ายปีที่ตลาด IPO สหรัฐฯ คึกคักที่สุดปีหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2021 แม้ดอกเบี้ยยังสูง เศรษฐกิจยังไม่แน่นอน และมีความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้น
สำหรับคู่แข่งตัวฉกาจของ Anthropic อย่าง OpenAI ทั้งสองบริษัทแข่งกันแย่งลูกค้าองค์กร บุคลากร และอิทธิพลในรัฐบาลสหรัฐฯ
โดย OpenAI ยื่นขอ IPO แบบลับไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน และสื่อหลายสำนักรายงานว่า น่าจะเข้าตลาดได้ภายในต้นปี 2027
Anthropic ก่อตั้งโดยกลุ่มนักวิจัยที่ลาออกจาก OpenAI เพราะเห็นต่างเรื่องธรรมาภิบาลและความปลอดภัยของ AI
บริษัทปล่อยโมเดลตัวแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2023 เพื่อแข่งขันกับ OpenAI โดยตรง
นอกจากนี้ยังต้องแข่งกับ xAI ของ SpaceX, Google ของ Alphabet และ Meta ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI
ด้าน Amazon และ Google เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ยุคแรกที่สำคัญของ Anthropic ทั้งสองบริษัทลงทุนไปหลายพันล้านดอลลาร์ และยังเป็นผู้ให้บริการคลาวด์สำหรับฝึกและใช้งานโมเดล Claude ด้วย
ใครจะไปคิดว่า 5 ปีก่อน Anthropic ซึ่งเป็นเพียงกลุ่มนักวิจัยที่แยกตัวออกมา เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยของ AI
วันนี้ บริษัทเดียวกันกำลังขอให้ตลาดหุ้นตีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งที่ยังเผาเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี
ซึ่งบริษัท AI รายแรกที่เข้าตลาด จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานการประเมินมูลค่าของทั้งอุตสาหกรรม และจะดึงดูดนักลงทุนที่รอมาหลายปีเพื่อจะได้ลงทุนใน AI โดยตรง
และเมื่อบริษัทที่เชื่อว่า AI กำลังเปลี่ยนโลก จนต้องทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างอนาคตนั้นขึ้นมา
คำถามที่ต้องคิดต่อคือ
แล้วโลกจะต้องจ่ายเท่าไร เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นจริง..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon