สรุปสถิติ SET เดือน ก.ย. มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 70,000 ล้านต่อวัน อัตราเงินปันผล อยู่ที่ 4.4%

สรุปสถิติ SET เดือน ก.ย. มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 70,000 ล้านต่อวัน อัตราเงินปันผล อยู่ที่ 4.4%

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปภาวะตลาดเดือนกันยายน 2569 โดย SET Index ปิดสิ้นเดือนที่ 1,559.01 จุด ลดลง 2.3% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางของหลายตลาดในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม หากนับจากสิ้นปี 2568 ดัชนียังเพิ่มขึ้น 23.8%

ปัจจัยกดดันหลักมาจากต่างประเทศ
- ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
- ราคาพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) อยู่ในระดับสูง
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้กระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ผันผวน สะท้อนจากการขายสุทธิของผู้ลงทุนต่างชาติในหลายตลาดของภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทย
ส่วนในประเทศ มีสถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายนเข้ามากดดันเพิ่ม
นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า SET Index เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,600 จุดได้เป็นส่วนใหญ่ ก่อนเผชิญแรงขายช่วงท้ายเดือน ท่ามกลางความกังวลจากสถานการณ์น้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังมีแรงสนับสนุน
- Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของประเทศไทยเป็น "มีเสถียรภาพ" (Stable) และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB+
- การลงทุนยังขยายตัวดี โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เติบโตต่อเนื่อง
- มาตรการภาครัฐเริ่มชัดเจนขึ้น ทั้งการเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำท่วม การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุน
ระยะต่อไป ยังต้องติดตามทิศทางดอกเบี้ยและ Bond Yield รวมถึงพัฒนาการของภาวะเศรษฐกิจ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปี
สำหรับสถิติที่น่าสนใจอื่น ๆ
- กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยีให้ผลตอบแทนโดดเด่นในเดือนนี้
ขณะที่ตั้งแต่ต้นปี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มทรัพยากรยังคงให้ผลตอบแทนนำตลาด
- เดือนกันยายน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 70,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
และ 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 69,942 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- เดือนกันยายน ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 26,328 ล้านบาท แต่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี ยังมียอดซื้อสุทธิสะสม 24,856 ล้านบาท
โดยสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายแยกตามกลุ่มผู้ลงทุน
- ผู้ลงทุนต่างประเทศ 57.0%
- ผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 29.1%
- บริษัทหลักทรัพย์ 7.2%
- ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 6.7%
อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือ ระดับมูลค่าของตลาดหุ้นไทย เทียบกับตลาดหุ้นเอเชีย (ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569)
- Forward P/E อยู่ที่ 13.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ 12.9 เท่า
- Historical P/E อยู่ที่ 14.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 15.2 เท่า
- อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ที่ระดับ 4.4% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย ซึ่งอยู่ที่ 2.9%
ซึ่งปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาต่อจากนี้
- ผลกระทบและการฟื้นตัวจากสถานการณ์น้ำท่วม
- มาตรการภาครัฐและกิจกรรมเศรษฐกิจ
- ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและแนวโน้มกำไรต่อหุ้น (EPS)
- กระแสเงินลงทุนของผู้ลงทุนต่างชาติ
- ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และ กนง.
- เงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
- สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์
สรุปแล้วเดือนกันยายน จึงเป็นเดือนที่ดัชนีย่อตัวและต่างชาติกลับมาขาย แต่ตลาดหุ้นไทยยังยืนบวกได้ 23.8% จากต้นปี ด้วยมูลค่าซื้อขายที่สูงกว่าปีก่อนกว่า 60%

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon