เปิดผลสำรวจ คนไทย 2 ใน 3 คิดว่าอายุเกษียณในปัจจุบัน ไม่ตอบโจทย์ และต้องมี 2 ล้าน ถึงกล้าพักงาน

เปิดผลสำรวจ คนไทย 2 ใน 3 คิดว่าอายุเกษียณในปัจจุบัน ไม่ตอบโจทย์ และต้องมี 2 ล้าน ถึงกล้าพักงาน

คนไทย 2 ใน 3 บอกว่า อายุเกษียณที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ไม่เหมาะกับคนส่วนใหญ่
และครึ่งหนึ่งของคนไทย ตั้งใจจะเกษียณตามอายุที่ตัวเองวางแผนไว้ แทนที่จะรอถึงอายุเกษียณตามกฎหมาย
ตัวเลขนี้มาจากผลสำรวจ 2026 T. Rowe Price Thailand Retirement Survey ที่เปิดเผยออกมา
Zong-Han Lee, Senior Director, T. Rowe Price
แล้วคนไทยอยากเกษียณแบบไหนกันแน่ ?
และพวกเขาเตรียมเงินไว้พร้อมกับความอยากนั้นแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ผลสำรวจนี้ทำแบบออนไลน์ ในเดือนเมษายน 2026 กลุ่มตัวอย่างคือคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,000 คนทั่วประเทศ
ต้องบอกว่า 64% ของกลุ่มตัวอย่างมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 30,000 บาท หรือคนส่วนใหญ่ในกลุ่มตัวอย่างมีรายได้ไม่สูงนัก
เริ่มจากคำถามแรก คนไทยอยากเกษียณแบบไหน ?
68% บอกว่าชอบการเกษียณแบบยืดหยุ่น คือรูปแบบที่ต่างจากการเกษียณแบบดั้งเดิม เช่น การพักงานระยะสั้น หรือการกลับมาทำงานหลังเกษียณ
และเมื่อดูรายภาค ก็พบว่าทุกภาค มีคนชอบแนวทางนี้เกินครึ่ง
- ภาคตะวันตก 78%
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล 72%
- ภาคเหนือ 69%
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ 67%
- ภาคกลาง 63%
- ภาคตะวันออก 59%
ผลสำรวจแยกการเกษียณแบบยืดหยุ่นออกเป็น 2 รูปแบบ
แบบแรกคือ Micro-retirement คือการหยุดงานสั้น ๆ กลางทางอย่างตั้งใจ เพื่อดูแลตัวเองหรือไปทำสิ่งที่สนใจ
แบบที่สองคือ Unretirement คือการกลับมาทำงานหลังเกษียณ ไม่ว่าจะเต็มเวลาหรือบางส่วน
ในกลุ่มคนที่ชอบแบบยืดหยุ่น
83% รู้สึกว่า Micro-retirement น่าสนใจ
69% รู้สึกว่า Unretirement น่าสนใจ
และมี 53% ที่ชอบทั้งสองแบบ
ลองมาดู Micro-retirement ก่อน
เหตุผลที่คนอยากพักมากที่สุดคือ รักษาสมดุลชีวิตกับงาน 61%
รองลงมาคือ ลดแรงกดดันจากงานและดูแลสุขภาพ 58%
ตามด้วยการทำสิ่งที่สนใจและพัฒนาตัวเอง 38%
เตรียมตัวก่อนเกษียณจริง 34% และดูแลครอบครัว 29%
แล้วจะพักตอนไหน ?
คำตอบคือช่วงหลังของอาชีพ
32% เลือกช่วงอายุ 46-50 ปี
และ 38% เลือกอายุ 51 ปีขึ้นไป
รวมกันแล้วประมาณ 70% อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 46 ปีขึ้นไป
ส่วนระยะเวลาพักที่เหมาะสม
44% บอกว่า 6-12 เดือน
25% บอกว่า 3-6 เดือน
และอีก 31% บอกว่านานกว่า 1 ปี
แปลว่า 69% คิดถึงการพักไม่เกิน 1 ปี
แล้วต้องมีเงินเท่าไร ถึงกล้าพัก ?
ราวครึ่งหนึ่งบอกว่าต้องมีสินทรัพย์อย่างน้อย 2 ล้านบาท
- ต่ำกว่า 5 แสนบาท 10%
- 5 แสน ถึง 2 ล้านบาท 41%
- 2-5 ล้านบาท 28%
- 5-10 ล้านบาท 15%
- มากกว่า 10 ล้านบาท 7%
เทียบให้เห็นภาพ ถ้าคนรายได้เดือนละ 30,000 บาท เงิน 2 ล้านบาท เท่ากับรายได้ราว 67 เดือน หรือประมาณ 5 ปีครึ่ง
ทีนี้มาดู Unretirement
คนที่อยากกลับมาทำงานหลังเกษียณ ให้เหตุผลหลักคือ รักษาแหล่งรายได้ 60% และลดความกดดันทางการเงิน 52%
ส่วนเหตุผลด้านความสนใจ มีน้อยกว่า
46% อยากสำรวจสายงานใหม่หรืองานที่ชอบ
30% อยากให้สมองยังกระฉับกระเฉง
และ 24% รู้สึกว่ารูปแบบเกษียณแบบเดิมตอบโจทย์ไม่พอ
จะเห็นว่า Micro-retirement ถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องคุณภาพชีวิต
ขณะที่ Unretirement ถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องเงินเป็นหลัก
ที่น่าสนใจคือ 41% คาดว่าจะเริ่มหรือทำธุรกิจขนาดเล็กหลังเกษียณจากงานหลัก ขณะที่ในสิงคโปร์ ตัวเลขนี้อยู่ที่ 15%
และ 45% จะหางานทำใหม่ทันที หรือหลังพักราว 3-6 เดือน
ถึงตรงนี้ คำถามต่อมาคือ แล้วคนไทยเตรียมเงินพร้อมแค่ไหน ?
เมื่อถามว่าหลังเกษียณอยากใช้ชีวิตแบบไหน
43% คาดว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น
43% คาดว่าจะรักษาระดับเดิม
และ 15% ยอมรับว่าจะต้องลดระดับลง
ยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มที่ชอบเกษียณแบบไม่ดั้งเดิม คนที่คาดว่าชีวิตจะดีขึ้นมีถึง 49%
แต่พอถามว่ารู้ไหมว่าต้องใช้เงินเท่าไร ถึงเกษียณได้สบาย
31% บอกว่ารู้ดี
59% รู้พอสมควร
และ 10% ไม่รู้เลข
เหตุผลหลักของคนที่ไม่รู้ คือ ตอนนี้ไม่มีเงินเหลือเก็บ ไม่รู้จะคำนวณอย่างไร และรู้สึกว่าเกษียณยังอีกไกล
ส่วนตัวเลขเงินที่ต้องมีเพื่อเกษียณ
โดย 71% ตอบว่า 3-25 ล้านบาท
แต่ถ้าเจาะลึกลงไปอีก คำตอบที่พบมากที่สุดคือ 3-10 ล้านบาท อยู่ที่ 53%
รองลงมาคือ น้อยกว่า 3 ล้านบาท อยู่ที่ 19%
10-25 ล้านบาท อยู่ที่ 18%
25-50 ล้านบาท อยู่ที่ 6%
และมากกว่า 50 ล้านบาท อยู่ที่ 4%
แล้วคนที่ชอบเกษียณแบบยืดหยุ่นล่ะ ?
ผลสำรวจบอกว่า คนกลุ่มนี้รู้สึกพร้อมน้อยกว่า
49% รู้สึกว่าเตรียมตัวไปสู่เกษียณในแบบที่ต้องการแล้ว เทียบกับ 56% ของกลุ่มที่ชอบแบบดั้งเดิม
และ 27% มีภาพชัดว่าต้องใช้เงินเท่าไร เทียบกับ 40% ของกลุ่มดั้งเดิม
คือคนที่อยากได้ทางเลือกมากกว่า กลับเป็นคนที่ภาพการเงินชัดน้อยกว่า
แล้วเงินที่เก็บไว้ ไปอยู่ที่ไหน ?
มีเพียง 34% ที่บอกว่าคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษียณที่มีอยู่ ตัวเลือกหลักของคนไทยคือเงินออมแบบถือเงินสดหรือฝากออมทรัพย์ 75% และเงินฝากประจำ 48%
ผู้จัดทำผลสำรวจมองว่า ตัวเลือกเหล่านี้อาจไม่ให้การเติบโตมากพอสำหรับเกษียณที่มั่นคง
ขณะเดียวกัน 72% อยากลดความเสี่ยงการลงทุนลง เมื่อเข้าใกล้วัยเกษียณ และสิ่งที่มองหาในผลิตภัณฑ์เกษียณ คือ
- มีเงินปันผลจ่ายสม่ำเสมอไว้ใช้จ่ายรายวัน 62%
- มูลค่าสินทรัพย์เติบโตในระยะยาว 41%
- ถอนคืนง่าย 34%
- ปรับระดับความเสี่ยงตามช่วงชีวิต 32%
ในช่วงท้ายของงาน T. Rowe Price หยิบเรื่อง Glide Path มาอธิบาย คือการปรับสัดส่วนหุ้นกับตราสารหนี้ตามอายุ
สัดส่วนหุ้นจะสูงเกือบ 100% เมื่อยังอีกกว่า 30 ปีจะเกษียณ
ลดเหลือราว 55% ตอนเกษียณ
และราว 30% เมื่อผ่านไป 30 ปีหลังเกษียณ
เหตุผลคือ ช่วงแรกต้องการการเติบโตเพื่อสู้เงินเฟ้อและอายุที่ยืนขึ้น ช่วงหลังต้องลดความผันผวน
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ อารมณ์ของนักลงทุน
นักลงทุนจำนวนมากมักซื้อตอนตลาดคึกคักสุด และขายตอนตื่นตระหนกสุด
ยกตัวอย่างนักลงทุนสมมติ 2 คน ที่ลงทุนไตรมาสละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในดัชนี S&P 500 คนหนึ่งถือต่อเนื่องไปทุกวิกฤต อีกคนขายออกมาถือเงินสดทุกครั้งที่ตลาดลง ปลายปี 2021 คนแรกมีเงินราว 1.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนคนที่ขายหนีมีราว 4 แสนดอลลาร์
ทั้งหมดเป็นการจำลอง และผลในอดีตไม่รับประกันอนาคต
ลงทุนแมนมองว่า ผลสำรวจนี้ทำให้เห็นภาพ 3 ชั้น
ชั้นแรก คนไทยอยากได้ทางเลือกในการเกษียณมากขึ้น
ชั้นที่สอง ทางเลือกเหล่านี้ต้องใช้เงินสำรอง ราว 2 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับครึ่งหนึ่งของคนที่อยากพักงาน
และชั้นที่สาม คนที่อยากได้ความยืดหยุ่นที่สุด กลับมีภาพการเงินชัดน้อยที่สุด
สิ่งที่น่าสังเกตคือ เหตุผลของ Unretirement ส่วนใหญ่เป็นเรื่องรายได้ ไม่ใช่ความชอบ แปลว่าคำว่ายืดหยุ่นสำหรับคนจำนวนไม่น้อย อาจหมายถึงการยังต้องทำงานต่อ มากกว่าเป็นทางเลือกที่ตั้งใจเลือก
และเมื่อ 3 ใน 4 ของคนเก็บเงินไว้ในรูปเงินออม
ขณะที่ครึ่งหนึ่งของคนอยากพักงานต้องการเงินอย่างน้อย 2 ล้านบาท
ซึ่งการออมอย่างเดียว โดยไม่ลงทุนเลย อาจทำให้เป้าหมายการเงินของเรา ช้ากว่าที่ควรจะเป็น
และช่องว่างตรงกลาง คือเรื่องที่เราต้องเริ่มคุยกันตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่วันที่เวลาเริ่มนับถอยหลัง และเราแก่ตัวลงเรื่อย ๆ ..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon