
หุ้น SpaceX ดีดขึ้น 9% หลังรายได้พุ่ง 161% ธุรกิจ AI โต 9 เท่า แซง Starlink
SpaceX ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ดีกว่าที่ตลาดคาดแทบทุกตัวเลข
รายได้โตกว่า 2.6 เท่าจากปีก่อน
และพลิกจากขาดทุน กลับมามีกำไรสุทธิ 4,404 ล้านดอลลาร์
ทำให้หุ้นปรับขึ้น 9% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด
และพลิกจากขาดทุน กลับมามีกำไรสุทธิ 4,404 ล้านดอลลาร์
ทำให้หุ้นปรับขึ้น 9% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ โครงสร้างธุรกิจของ SpaceX ที่เปลี่ยนไป เพราะตอนนี้รายได้มากกว่าครึ่ง มาจากธุรกิจ AI แล้ว
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัท
- รายได้ 14,575 ล้านดอลลาร์ เติบโต 161%
(นักวิเคราะห์คาดไว้ 12,720 ล้านดอลลาร์)
- รายได้ 14,575 ล้านดอลลาร์ เติบโต 161%
(นักวิเคราะห์คาดไว้ 12,720 ล้านดอลลาร์)
- กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง (Adjusted EPS) 0.45 ดอลลาร์
(นักวิเคราะห์คาดไว้ 0.13 ดอลลาร์)
(นักวิเคราะห์คาดไว้ 0.13 ดอลลาร์)
- กำไรจากการดำเนินงาน 2,791 ล้านดอลลาร์ จากที่ขาดทุน 273 ล้านดอลลาร์ปีก่อน
- กำไรสุทธิ 4,404 ล้านดอลลาร์ จากที่ขาดทุน 1,054 ล้านดอลลาร์ปีก่อน
- Adjusted EBITDA 8,809 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 306%
ทั้งนี้ กำไรสุทธิที่สูงกว่ากำไรจากการดำเนินงาน มาจากรายการนอกธุรกิจหลัก ทั้งรายได้ดอกเบี้ย 873 ล้านดอลลาร์ (จากเงินสดก้อนใหญ่หลัง IPO)
รายได้อื่น 1,025 ล้านดอลลาร์ และผลประโยชน์ทางภาษี 390 ล้านดอลลาร์
รายได้อื่น 1,025 ล้านดอลลาร์ และผลประโยชน์ทางภาษี 390 ล้านดอลลาร์
แล้วธุรกิจไหนของ SpaceX ทำเงินและโตเยอะสุด ?
1. Super Intelligence (AI)
รายได้ 7,560 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 52% ของรายได้รวม
รายได้ 7,560 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 52% ของรายได้รวม
ธุรกิจนี้เดิมชื่อ Artificial Intelligence มาจากการซื้อ xAI บริษัท AI ของอีลอน มัสก์ เมื่อต้นปี
มีรายได้โต 830% จากปีก่อน หรือราว 9 เท่า สูงกว่าที่ StreetAccount คาดไว้ 6,470 ล้านดอลลาร์
แรงขับหลักมาจากการปล่อยเช่า Data Center ให้บริษัท AI อื่น เช่น Google และ Anthropic
รวมถึงการซื้อกิจการ Cursor และการใช้งาน Grok ที่เพิ่มขึ้น
รวมถึงการซื้อกิจการ Cursor และการใช้งาน Grok ที่เพิ่มขึ้น
ธุรกิจนี้พลิกมามีกำไรจากการดำเนินงาน 431 ล้านดอลลาร์ แม้จะแบกค่าตอบแทนพนักงานด้วยหุ้นจากดีล Cursor ถึง 1,217 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว
ส่วนกำลังประมวลผลติดตั้ง (Nameplate Compute) เพิ่มเป็น 1.7 GW จาก 0.6 GW เมื่อปีก่อน จากการสร้าง COLOSSUS II
2. Connectivity (Starlink)
รายได้ 5,248 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 36%
รายได้ 5,248 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 36%
รายได้โต 69% สูงกว่าที่คาดไว้ 4,840 ล้านดอลลาร์
แบ่งเป็นรายได้ผู้ใช้ทั่วไป 3,121 ล้านดอลลาร์
และลูกค้าองค์กร-รัฐบาล 2,127 ล้านดอลลาร์ (โต 91%)
แบ่งเป็นรายได้ผู้ใช้ทั่วไป 3,121 ล้านดอลลาร์
และลูกค้าองค์กร-รัฐบาล 2,127 ล้านดอลลาร์ (โต 91%)
ผู้ใช้ Starlink เพิ่มเป็น 13.6 ล้านราย จาก 12.0 ล้านรายในไตรมาสก่อน และ 7.2 ล้านรายเมื่อปีก่อน หรือโต 89%
ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) อยู่ที่ 69 ดอลลาร์ต่อเดือน ลดลงจาก 83 ดอลลาร์เมื่อปีก่อน แต่ขยับขึ้นจากไตรมาสก่อน
ที่สำคัญ Starlink ยังเป็นเครื่องจักรทำกำไรหลัก มีกำไรจากการดำเนินงาน 2,367 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 85% ของกำไรจากการดำเนินงานทั้งบริษัท
เมื่อไม่นานมานี้ SpaceX ตกลงซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ต่ำในย่าน 800 MHz ทั่วสหรัฐฯ คาดปิดดีลครึ่งแรกปี 2027 ประกอบกับ FCC อนุมัติแผนสร้างกลุ่มดาวเทียม 15,000 ดวง ทำให้ตลาดจับตาแผนสร้างเครือข่ายมือถือของ Starlink
3. Space (จรวด)
รายได้ 1,767 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 12%
รายได้ 1,767 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 12%
ธุรกิจที่ทำให้ SpaceX มีชื่อเสียง กลับโตเพียง 6% และขาดทุนจากการดำเนินงาน 7 ล้านดอลลาร์ เพราะต้นทุนวิจัยพัฒนา Starship เพิ่มขึ้น
ไฮไลต์ของไตรมาสนี้คือ Starship Flight 14 เที่ยวบินโคจรรอบโลกครั้งแรกและภารกิจสร้างรายได้ครั้งแรกของ Starship ซึ่งนำดาวเทียม Starlink V3 จำนวน 26 ดวงขึ้นสู่วงโคจร เพิ่มความจุดาวน์ลิงก์ได้ราว 10 เท่าของการปล่อยด้วย Falcon 9
ด้านการลงทุนของบริษัทนั้น รายจ่ายลงทุน (Capex) ไตรมาสนี้อยู่ที่ 19,593 ล้านดอลลาร์ เกือบ 3 เท่าของปีก่อน โดย 84% ลงไปที่ธุรกิจ AI
ตลอด 9 เดือนแรก SpaceX ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 48,069 ล้านดอลลาร์
ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานทำได้ 13,097 ล้านดอลลาร์
ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานทำได้ 13,097 ล้านดอลลาร์
ส่วนต่างนี้ถูกเติมด้วยเงินจาก IPO สุทธิ 85,675 ล้านดอลลาร์
โดย ณ สิ้นไตรมาส บริษัทมีเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดรวมกันราว 89,855 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ Bret Johnsen ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ SpaceX คาดว่ารายได้ไตรมาส 1 ปี 2027 จะอยู่ที่ 33,000-37,000 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 22,200 ล้านดอลลาร์ และสูงกว่ารายได้ไตรมาสนี้ราว 2.4 เท่า
โดยเขาให้เหตุผลว่า บริษัทมองเห็นสัญญาเช่า Compute ที่จะเข้ามาในอีก 6 เดือนข้างหน้าได้ชัดเจนขึ้น
แต่ทว่า อีลอน มัสก์ไปไกลกว่านั้น..
โดยคาดว่ารายได้ต่อปีแบบเกิดซ้ำ (ARR) ณ สิ้นปีหน้า จะอยู่ระหว่าง 500,000 ล้าน ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์
โดยคาดว่ารายได้ต่อปีแบบเกิดซ้ำ (ARR) ณ สิ้นปีหน้า จะอยู่ระหว่าง 500,000 ล้าน ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์
ขณะที่นักวิเคราะห์คาดรายได้ทั้งปี 2027 ไว้เพียงราว 110,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ อีลอน ยังกล่าวบน Earnings Call ว่าการควบรวมกับ Tesla เป็นความคิดที่ดี และบอร์ดของทั้งสองบริษัท ได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาหารือแล้ว..
ประเด็นที่น่าสนใจของงบไตรมาสนี้
ปีที่แล้ว SpaceX คือบริษัทจรวดที่มี Starlink เป็นเครื่องทำเงิน
ปีที่แล้ว SpaceX คือบริษัทจรวดที่มี Starlink เป็นเครื่องทำเงิน
ปีนี้ จรวดเหลือสัดส่วนรายได้เพียง 12%
และปีหน้า ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนไปอีก
และปีหน้า ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนไปอีก
ซึ่งอีลอนกำลังเดิมพันว่า บริษัทที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อพามนุษย์ไปดาวอังคาร จะกลายเป็นหนึ่งในบริษัท AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก..