
Apple หุ้นร่วง -4% หลังคาดการณ์อัตรากำไรไตรมาสหน้า ต่ำกว่าคาด จากต้นทุนชิปหน่วยความจำพุ่ง
Apple ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุด 26 ก.ย. 2026) ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ทั้งรายได้และกำไรต่อหุ้น
แต่หุ้นกลับร่วงลงกว่า -4%
แต่หุ้นกลับร่วงลงกว่า -4%
โดยสาเหตุหลัก มาจากคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นของไตรมาสหน้า ต่ำกว่าที่ตลาดหวัง เพราะราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บวกกับธุรกิจบริการ ที่เริ่มเติบโตช้าลง
งบไตรมาสนี้ ยังเป็นงบแรก ภายใต้การนำของ John Ternus ซีอีโอคนใหม่ ที่รับไม้ต่อจาก Tim Cook เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026
- รายได้รวม 114,480 ล้านดอลลาร์ (คาดไว้ 113,380 ล้านดอลลาร์)
- กำไรต่อหุ้น 2.10 ดอลลาร์ (คาดไว้ 1.99 ดอลลาร์)
- รายได้ iPhone 57,580 ล้านดอลลาร์ เติบโต 17.5%
- ส่วนรายได้ธุรกิจบริการ 31,570 ล้านดอลลาร์ เติบโต 9.8%
ไฮไลต์ของไตรมาสนี้คือ iPhone ที่ยังเป็นเครื่องยนต์หลักของ Apple
โดยรายได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 บอกว่าธุรกิจสมาร์ตโฟนของบริษัท กลับมาฟื้นตัวได้จริง
โดยรายได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 บอกว่าธุรกิจสมาร์ตโฟนของบริษัท กลับมาฟื้นตัวได้จริง
ขณะที่ Apple เพิ่งเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกของบริษัท ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนดีไซน์ครั้งใหญ่ที่สุดของ iPhone
โดยสามารถสรุป 5 สาเหตุที่ทำให้หุ้นร่วงได้คือ
1. คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น ต่ำกว่าคาด
Apple คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น ในงบไตรมาสเดือนธันวาคม 2026 จะอยู่ที่ 45-46% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 46.9%
2. ต้นทุนชิปหน่วยความจำ ยังไม่มีทีท่าจะลดลง
Ternus บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับราคาหน่วยความจำตอนนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
และคาดว่าต้นทุนในงบไตรมาสถัดไป จะสูงขึ้นอีก แม้จะมีการขึ้นราคาสินค้าและสต็อกที่มีอยู่เดิม ช่วยชดเชยได้บ้างเล็กน้อย
และคาดว่าต้นทุนในงบไตรมาสถัดไป จะสูงขึ้นอีก แม้จะมีการขึ้นราคาสินค้าและสต็อกที่มีอยู่เดิม ช่วยชดเชยได้บ้างเล็กน้อย
ที่สำคัญ Ternus มองว่าราคาหน่วยความจำ น่าจะยังปรับขึ้นต่อไปหลังจากไตรมาสเดือนธันวาคมด้วย..
3. iPhone Duo ผลิตไม่ทันความต้องการ
การเปิดตัว iPhone Duo เจอปัญหาสินค้าขาดตลาดที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ
โดยบริษัทกล่าวว่าการผลิตยังถูกจำกัด และยากที่จะคาดการณ์ว่าเมื่อไรอุปสงค์กับอุปทาน จะกลับมาสมดุล
โดยบริษัทกล่าวว่าการผลิตยังถูกจำกัด และยากที่จะคาดการณ์ว่าเมื่อไรอุปสงค์กับอุปทาน จะกลับมาสมดุล
Apple เริ่มส่งมอบ iPhone Duo ช่วงปลายเดือนตุลาคม และยอดสั่งซื้อออนไลน์รอบแรกหมดภายในไม่กี่นาที
นอกจากนี้ยังมีรายงานปัญหาของเครื่อง เช่น รอยร้าวที่เกิดขึ้นตามแนวพับของหน้าจอ
ทำให้รายได้ iPhone ในไตรมาสหน้า จะถูกจับตามองมากขึ้นอีก
4. ธุรกิจบริการ เติบโตช้าลง
ธุรกิจบริการ ซึ่งรวมถึง iCloud, Apple Music และค่าธรรมเนียมจาก App Store เติบโต 9.8%
ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่โต 12.1%
ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่โต 12.1%
และบริษัทคาดว่าในไตรมาสหน้า ธุรกิจนี้จะโตเพียง 8-9%
โดยให้เหตุผลว่ามาจากผลกระทบของค่าเงิน และตลาดเกมบนมือถือที่ยังอ่อนแอต่อเนื่อง
โดยให้เหตุผลว่ามาจากผลกระทบของค่าเงิน และตลาดเกมบนมือถือที่ยังอ่อนแอต่อเนื่อง
5. ยังไม่ชัดเจนเรื่อง AI
Apple ให้รายละเอียดน้อยมาก เกี่ยวกับแผนบริการ AI ของตัวเอง
โดยเมื่อถูกถามถึงแผนด้าน AI Agent ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อน หลังความสำเร็จของ Muse จาก Meta
โดยเมื่อถูกถามถึงแผนด้าน AI Agent ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อน หลังความสำเร็จของ Muse จาก Meta
Ternus ตอบเพียงว่า บริษัทต้องการให้มั่นใจว่า จะทำในแบบที่ปกป้องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
นอกจากนี้ ก่อนประกาศงบ หุ้น Apple ปรับตัวขึ้นมาแล้วมากกว่า 24% นับตั้งแต่ต้นปี
ชนะทั้งกลุ่ม Magnificent Seven ด้วยกัน รวมถึงดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite
ชนะทั้งกลุ่ม Magnificent Seven ด้วยกัน รวมถึงดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite
โดยในช่วงที่ตลาดกังวลเรื่องการกู้เงินมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI
นักลงทุนบางส่วนมอง Apple เป็นหุ้นหลบภัย เพราะบริษัทไม่ได้เร่งลงทุนใน AI มากเท่าคู่แข่ง
นักลงทุนบางส่วนมอง Apple เป็นหุ้นหลบภัย เพราะบริษัทไม่ได้เร่งลงทุนใน AI มากเท่าคู่แข่ง
สรุปแล้วงบไตรมาสล่าสุด บอกว่าฝั่งฮาร์ดแวร์ของ Apple ยังแข็งแรง
แต่ต้นทุนหน่วยความจำ ธุรกิจบริการที่ชะลอ และต้นทุนด้าน AI กำลังกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
แต่ต้นทุนหน่วยความจำ ธุรกิจบริการที่ชะลอ และต้นทุนด้าน AI กำลังกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
และเมื่อหุ้นที่ขึ้นมาแล้วกว่า 24% เจอคาดการณ์กำไรที่ต่ำกว่าหวัง
ตลาดก็ตอบกลับทันที ด้วยการทำให้หุ้น -4% ในคืนนี้..