
Hugging Face สตาร์ตอัปที่เคยถูก AI โจมตี สู่ดีลที่ Nvidia ทุ่มซื้อ 4 แสนล้าน
เมื่อไม่นานมานี้ หลายคนคงเคยเห็นข่าวที่โมเดล AI ของ OpenAI หลุดออกจากระบบไปโจมตีแพลตฟอร์มภายนอก
หนึ่งในเหยื่อของเหตุการณ์ครั้งนั้น ก็คือ Hugging Face ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทนี้มาก่อน
แม้เพิ่งเกิดเรื่องน่าตกใจขึ้น
แต่ล่าสุด Nvidia กลับประกาศเข้าซื้อกิจการของพวกเขาด้วยเงินมูลค่าสูงถึง 430,000 ล้านบาท
แล้วบริษัทนี้ทำธุรกิจอะไร
ทำไมถึงตกเป็นเป้าหมายของทั้ง AI และ Nvidia ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Hugging Face ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดยนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส 3 คน ได้แก่ คุณ Clement Delangue, คุณ Julien Chaumond และคุณ Thomas Wolf
ตอนแรก บริษัทเริ่มต้นด้วยการทำธุรกิจแช็ตบอตสำหรับวัยรุ่น เลยตั้งชื่อตามอีโมจิใบหน้ายิ้มอ้าแขนกอด เพื่อสื่อถึงความเป็นมิตร
ต่อมาพวกเขาเห็นว่าโมเดลภาษาที่มีอยู่ น่าจะมีประโยชน์ต่อการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนมากขึ้น
ในปี 2019 บริษัทจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ มาสร้างแพลตฟอร์มศูนย์กลางด้าน AI และ Machine Learning แทน
โดยเปิดพื้นที่แบ่งปันโมเดล AI และชุดข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทและนักพัฒนารายอื่น เพื่อให้ผู้ใช้งานนำไปต่อยอดกับผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนโคดขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้น
ซึ่งพออุตสาหกรรม AI ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว หลังการเปิดตัวของ ChatGPT เมื่อปี 2022 ก็ทำให้ Hugging Face ได้รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ
ในปัจจุบัน Hugging Face มีจำนวนโมเดล AI อยู่กว่า 3,000,000 ตัว และฐานข้อมูลอีก 500,000 ชุด ส่งผลให้มีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มประมาณ 18 ล้านราย เลยทีเดียว
และแม้บริษัทเปิดให้ใช้ข้อมูลเหล่านั้นได้ฟรี แต่ก็จะเก็บรายได้จากลูกค้าที่อยากใช้ฟีเชอร์ขั้นสูงขึ้น เช่น
- ค่าสมาชิกสำหรับองค์กร ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
- ค่าบริการพลังประมวลผล GPU สำหรับฝึกฝนโมเดล AI บนคลาวด์ โดยไม่ต้องไปซื้อชิปเอง
- ค่าบริการเซิร์ฟเวอร์ สำหรับใช้งานโมเดลจริง โดยไม่ต้องวางระบบหลังบ้านเอง
แม้ Hugging Face เป็นบริษัทนอกตลาด เลยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดงบการเงิน แต่ก็มีการคาดการณ์ว่า บริษัทมีรายได้ประมาณ 3,300-5,000 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนั้น ในการระดมทุนรอบล่าสุดเมื่อปี 2023 บริษัทได้ถูกประเมินมูลค่าธุรกิจไว้อยู่ที่ราว 152,000 ล้านบาท
โดยมีนักลงทุนประกอบไปด้วยบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Salesforce, Google, Amazon, IBM, AMD, Qualcomm และ Nvidia
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าที่ผ่านมา Hugging Face เป็นชื่อที่คุ้นเคยกันเฉพาะคนในวงการ AI เท่านั้น
จนกระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 บริษัทได้ตกอยู่ในความสนใจของสื่อทั่วโลก
เมื่อมีรายงานข่าวว่า AI Agent ของ OpenAI ราว 700 ตัว ที่กำลังทดสอบความสามารถในการเจาะระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์
ได้ร่วมมือกันใช้ช่องโหว่ของระบบ จนหลุดออกไปแฮกข้อมูลของแพลตฟอร์มภายนอก ซึ่งก็คือ Hugging Face
สาเหตุเพราะ Hugging Face เป็นคลังข้อมูล AI ขนาดใหญ่ ทำให้พวกโมเดล AI คิดว่า หากอยากทำตามคำสั่งในการทดสอบได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสูงที่จะทำได้หากใช้ข้อมูลหรือเครื่องมือบนแพลตฟอร์มนี้
ข่าวการถูกเจาะระบบแบบนี้ น่าจะส่งผลเสียต่อเครดิตความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไม่น้อย
แต่หลังจากนั้นไม่นาน Hugging Face ก็ตกเป็นเป้าหมายอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเป็นการถูกซื้อกิจการ
โดยเมื่อเดือนกันยายน 2026 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ได้ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อกิจการของ Hugging Face ในวงเงินประมาณ 430,000 ล้านบาท
ซึ่งในอดีต Nvidia เคยพยายามลงทุนใน Hugging Face เพิ่มเติม แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากบริษัทไม่อยากให้มีนักลงทุนรายใดมีอิทธิพลต่อธุรกิจมากเกินไป
ครั้งนี้ Nvidia เลยตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาล คิดเป็นมูลค่ามากถึง 86 เท่า เมื่อเทียบกับรายได้ของ Hugging Face ในปัจจุบัน
แล้วทำไม Nvidia ถึงยอมจ่ายแพงขนาดนั้น ?
อันที่จริง ทั้งสองบริษัทได้ร่วมงานกันอยู่แล้ว โดย Hugging Face เช่าบริการซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Nvidia ในการให้บริการฝึกฝนโมเดลของผู้ใช้งาน
ขณะที่ Nvidia เองก็เป็นนักพัฒนารายใหญ่ที่เข้าไปแชร์ข้อมูลโมเดล AI บน Hugging Face มาตลอด
อย่างไรก็ตาม Nvidia ไม่ได้ต้องการขายชิปประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่อยากมีบทบาทตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ซึ่งรวมถึงในตลาดการพัฒนาโมเดล AI
เพราะไม่มีอะไรรับประกันว่าคนที่ซื้อชิป Nvidia ไปทำเซิร์ฟเวอร์วันนี้ จะยังคงซื้อต่อไปในอนาคต
แต่ถ้าเจาะตลาดให้ลึกมากขึ้น ซึ่งก็คือนักพัฒนาโมเดล AI ต่าง ๆ ที่เรียกว่าเป็นต้นน้ำของซอฟต์แวร์
และดึงให้มาพัฒนาและทดสอบด้วยชิปและซอฟต์แวร์ของ Nvidia ตั้งแต่วันแรก
เมื่อโมเดลเหล่านั้นพัฒนาเสร็จแล้ว การจะเปิดใช้งานให้ลื่นไหลไม่ติดขัด ก็คงหนีไม่พ้นต้องรันบนชิปของ Nvidia
โดยตัวคุณ Jensen Huang เองก็ยอมรับว่า โมเดล AI แบบเปิดแทบทั้งหมดในโลกวันนี้รันอยู่บนฮาร์ดแวร์ของ Nvidia
ซึ่ง Hugging Face เป็นจุดเชื่อมระหว่างนักพัฒนาและองค์กรจำนวนมาก กับผู้ใช้งาน AI
หาก Nvidia เชื่อม Hugging Face เข้ากับชิปและซอฟต์แวร์ของตัวเองได้อย่างไร้รอยต่อ นักพัฒนาที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ก็มีแนวโน้มจะหันมาใช้เทคโนโลยีของ Nvidia มากขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการขยายฐานผู้ใช้ในระยะยาว
และนี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Nvidia สนใจและประเมินค่าตัว Hugging Face ไว้สูงมาก
จนยอมทุ่มเงินหลายแสนล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเสริมธุรกิจ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก..