VHYA กองหุ้นปันผลสูงทั่วโลก 2,400 บริษัทผลตอบแทน 5 ปี 73% ชนะทั้ง VT และ SCHD..

VHYA กองหุ้นปันผลสูงทั่วโลก 2,400 บริษัทผลตอบแทน 5 ปี 73% ชนะทั้ง VT และ SCHD..


ถ้าเราชอบ VT ที่กระจายลงทุนในหุ้นทั่วโลก และชอบ SCHD ที่เน้นหุ้นปันผลคุณภาพดี
แล้วถ้าเราอยากรวมจุดเด่นทั้ง 2 อย่างนี้ไว้ในกองเดียว มี ETF ชื่อว่า VHYA เรียกได้ว่าเป็นลูกผสมของ 2 กองนี้จาก Vanguard ซึ่งทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี สูงกว่าทั้ง VT และ SCHD เสียอีก..
ลองมาดูผลตอบแทนรวมย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 64 - 4 พ.ย. 69
- VT กองหุ้นโลกกว่า 10,000 บริษัท ผลตอบแทนรวม 59.9% เฉลี่ย 9.8% ต่อปี
- SCHD กองหุ้นปันผลสหรัฐฯ ราว 100 บริษัท ผลตอบแทนรวม 64.6% เฉลี่ย 10.5% ต่อปี
- VHYA กองหุ้นปันผลสูงทั่วโลกกว่า 2,400 บริษัท ผลตอบแทนรวม 73.0% เฉลี่ย 11.6% ต่อปี
ที่น่าสนใจคือ VHYA มีหุ้นสหรัฐฯ เพียง 38.5% ของพอร์ต
ส่วนอีก 61.5% กระจายไปยังประเทศอื่นทั่วโลก
แล้วกองทุนนี้ลงทุนในอะไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าสรุปสั้น ๆ ให้จบใน 2 ประโยค ก็คือ
- VHYA กระจายลงทุนในหุ้นทั่วโลก คล้าย VT
- VHYA เน้นหุ้นปันผลสูง คล้าย SCHD
โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ 2 เรื่อง
1. กระจายลงทุนทั่วโลก แบบ VT
ปัจจุบัน VHYA ลงทุนในหุ้น 2,440 บริษัททั่วโลก ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่
โดยมีสัดส่วนการลงทุนหลัก ๆ ได้แก่
- สหรัฐอเมริกา 38.5%
- ญี่ปุ่น 9.4%
- สหราชอาณาจักร 6.9%
- แคนาดา 4.4%
- ฝรั่งเศส 4.0%
- สวิตเซอร์แลนด์ 3.8%
และยังกระจายไปยังไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศอื่น ๆ อีกหลายแห่ง
ทำให้เราได้ลงทุนในบริษัทที่จ่ายปันผลจากทั่วโลก โดยมีเงินลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในตลาดนอกสหรัฐฯ
2. เน้นหุ้นปันผลสูง แบบ SCHD
VHYA ลงทุนตามดัชนี FTSE All-World High Dividend Yield Index
โดยเริ่มจากตะกร้าหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วโลก
จากนั้นคัดเลือกหุ้นที่มี Dividend Yield คาดการณ์ในอีก 12 เดือนข้างหน้าอยู่ในระดับสูง และตัดกลุ่ม REITs ออก ก่อนให้น้ำหนักหุ้นตามมูลค่าตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนหุ้นที่ซื้อขายได้จริง
สรุปง่าย ๆ VHYA ก็เหมือนการนำตะกร้าหุ้นทั่วโลกแบบ VT
และนำมากรองเฉพาะกลุ่มหุ้นปันผลสูง จนได้พอร์ตประมาณ 2,400 บริษัท
ทีนี้มาดูกันว่า บริษัทในพอร์ตมีใครบ้าง ?
- สหรัฐฯ มี JPMorgan Chase, ExxonMobil, Johnson & Johnson, AbbVie, Cisco และ Coca-Cola
- ญี่ปุ่น มี Mitsubishi UFJ Financial Group
- สหราชอาณาจักร มี HSBC, Shell และ AstraZeneca
- สวิตเซอร์แลนด์ มี Roche, Novartis และ Nestlé
- เกาหลีใต้ มี Samsung Electronics
จากรายชื่อจะเห็นว่า VHYA รวบรวมบริษัทจากหลายอุตสาหกรรม ทั้งธนาคาร พลังงาน Healthcare สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงเทคโนโลยี
โดยมีสัดส่วนธุรกิจหลัก ๆ ได้แก่
- การเงิน 29.8%
- อุตสาหกรรม 11.8%
- Healthcare 11.1%
- พลังงาน 8.8%
- สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 7.9%
เรียกได้ว่า VHYA เป็นเหมือนการรวบรวมเครื่องจักรสร้างกำไรและจ่ายปันผลจากทั่วโลก มาไว้ในพอร์ตเดียว
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ หุ้นปันผลเหล่านี้ยังมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับผลประกอบการของธุรกิจด้วย
จากข้อมูลของ Vanguard
- P/E เฉลี่ยของพอร์ต 15.7 เท่า
- อัตราการเติบโตของกำไร 8.8%
- Dividend Yield ของหุ้นในพอร์ตเฉลี่ย 3.0%
เรื่องนี้สำคัญ เพราะผลตอบแทนจากหุ้นในระยะยาว มาจากทั้งเงินปันผลและการเติบโตของธุรกิจ
เมื่อบริษัทมีกำไรและ Cash Flow เพิ่มขึ้น ก็มีโอกาสจ่ายเงินปันผลมากขึ้น และมูลค่าธุรกิจก็มีโอกาสเติบโตตามไปด้วย
ที่สำคัญ VHYA ยังเป็น ETF ชนิดสะสมมูลค่า หรือ Accumulating
หมายความว่า เงินปันผลที่กองทุนได้รับจากบริษัทต่าง ๆ จะถูกนำกลับไปลงทุนต่อภายในกองทุน ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนทบต้นในระยะยาว
สำหรับนักลงทุนไทย ปัจจุบันสามารถลงทุนใน VHYA ผ่านกองทุน TLWORLDHD ของ บลจ.ทาลิส ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก VHYA จาก Vanguard
แล้วถ้าเราต้องเลือกระหว่าง VT, SCHD และ VHYA ควรเลือกกองทุนไหน ?
ก็ต้องบอกว่าแต่ละกองนั้น มีจุดเด่นและบทบาทในพอร์ตที่แตกต่างกัน
ถ้าอยากลงทุนในหุ้นทั่วโลก กระจายโอกาสให้กว้างที่สุด
-TLWORLD-X ที่ลงทุนในกองทุนหลัก VT ก็เป็นทางเลือกที่ตรงไปตรงมา
ถ้าอยากเน้นหุ้นปันผลคุณภาพดีในสหรัฐฯ
-TLUSHD-H หรือ TLUSHD-UH ที่ลงทุนในกองทุนหลัก SCHD ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ถ้าอยากเน้นหุ้นปันผลสูง พร้อมกระจายการลงทุนไปทั่วโลก
-TLWORLDHD ที่ลงทุนในกองทุนหลัก VHYA ก็ตอบโจทย์นี้
โดยเฉพาะคนที่มีหุ้นสหรัฐฯ หรือ Big Tech อยู่ในพอร์ตมากแล้ว ก
ารเพิ่มหุ้นปันผลทั่วโลกก็อาจช่วยกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้
และจริง ๆ แล้ว เราสามารถผสมทั้ง 3 กองทุนในพอร์ตได้ ตามเป้าหมายการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
สำหรับคนที่ต้องการลงทุนเพื่อเกษียณ ยังมี TLWORLDHDRMF ที่ลงทุนในกองทุนหลัก VHYA เช่นเดียวกัน พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
สุดท้ายแล้ว โอกาสลงทุนในหุ้นปันผลมีอยู่ทั่วโลก
ตั้งแต่ธนาคารในสหรัฐฯ บริษัทยาในยุโรป ไปจนถึงผู้ผลิตชิปในเอเชีย
และ VHYA ก็ทำให้เรามีโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจเหล่านี้กว่า 2,400 บริษัท ผ่านกองทุนเดียว..
ข่าวดีคือ สำหรับใครที่สนใจ TLWORLDHD ตอนนี้มีโปรโมชันพิเศษส่งท้ายปีบนแอป WealthX
ซื้อหรือสับเปลี่ยนเข้า TLWORLDHD ตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป รับหน่วยลงทุนกองทุน TLWORLD-X เพิ่ม มูลค่า 10% ของค่าธรรมเนียมซื้อ ตั้งแต่วันที่ 5–30 พฤศจิกายน 2569
โดยจะส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนโปรโมชันในวันที่ 8 ธันวาคม 2569 ทั้งนี้ มูลค่าโปรโมชันต้องไม่เกิน 0.2% ของยอดเงินลงทุนที่นำมาคำนวณ ตามเกณฑ์ AIMC และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำ ความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนความเสี่ยงและศึกษาประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือ ความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้ ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต โพสต์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูล มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 5 พ.ย. 69
ระดับความเสี่ยง : 6
References
- Vanguard Funds plc Prospectus, 15 October 2026
- Vanguard FTSE All-World High Dividend Yield UCITS ETF, September 2026 Factsheet
- Talis Asset Management, TLWORLDHD และ TLWORLDHDRMF
- Total Return 5 ปี VHYA, VT และ SCHD จาก Fiscal

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon