สิงคโปร์ทำอย่างไร ให้ประเทศมีมหาวิทยาลัยติด Top 20 ของโลก

สิงคโปร์ทำอย่างไร ให้ประเทศมีมหาวิทยาลัยติด Top 20 ของโลก

รู้ไหมว่า สิงคโปร์ เกาะเล็ก ๆ มีมหาวิทยาลัยระดับโลกถึง 2 แห่ง คือ 
- National University of Singapore (NUS) อันดับที่ 8 ของโลก
- และ Nanyang Technological University (NTU) อันดับที่ 12 ของโลก
ซึ่งทั้งสองมหาวิทยาลัยนี้ติดอันดับ Top 20 ของโลกจากการจัดอันดับของ QS World University Rankings 2026
โดยการจัดอันดับนั้นใช้หลายองค์ประกอบ ทั้งชื่อเสียงทางวิชาการ การอ้างอิงงานวิจัย ชื่อเสียงในมุมของนายจ้าง และความเป็นนานาชาติ ชื่อเสียงทางวิชาการกับการอ้างอิงงานวิจัยต่ออาจารย์ ฯลฯ
สิงคโปร์ทำอย่างไร ให้ประเทศมีมหาวิทยาลัยติดท็อประดับโลกได้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ต้องบอกว่า ด้วยความที่สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีข้อจำกัดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ
ไม่มีเหมืองแร่
ไม่มีน้ำมัน 
มีพื้นที่ประมาณ 735 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ
สำหรับสิงคโปร์ การพัฒนาคนและเทคโนโลยีจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สิงคโปร์เริ่มแผนเทคโนโลยีแห่งชาติระยะ 5 ปีตั้งแต่ปี 1991 เพื่อพัฒนาความสามารถทางเทคโนโลยี และสร้างฐานนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร รวมถึงบุคลากรวิจัย
ต่อมาในปี 2010 รัฐบาลขยายกรอบนโยบายให้ครอบคลุมนวัตกรรมและธุรกิจมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาเป็นสินค้า บริการ และกระบวนการทำงานที่ใช้ได้จริง
ล่าสุด แผน Research, Innovation and Enterprise 2030 หรือ RIE2030 กำหนดเงินลงทุน 37,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในช่วง 5 ปีนับจากเดือนเมษายน 2026 
การสนับสนุนระยะยาวมีความสำคัญ เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อาจต้องทดลองหลายครั้ง และใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผล
มหาวิทยาลัยจึงต้องมีทั้งเงิน เครื่องมือ และทีมงานที่ทำงานต่อเนื่องได้
โดยการสร้างมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์ ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพเป็นหลัก
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยของรัฐบาลในสิงคโปร์มีจำนวนเพียง 6 แห่ง ทำให้รัฐบาลสามารถทุ่มทรัพยากร เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกเรื่องที่สำคัญคือ การเปิดรับคนเก่งจากทั่วโลก
ตัวอย่างเช่น NTU มีโครงการ Nanyang Assistant Professorship เพื่อดึงดูดนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ เข้ามาสร้างผลงานและทีมของตัวเองในมหาวิทยาลัย
นักศึกษาก็มีโอกาสเรียนรู้และทำงานกับผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ เป็นการต่อยอดความรู้ไปสู่นักศึกษารุ่นถัดไป
อีกจุดที่น่าสนใจคือ สิงคโปร์ยังสร้างมหาวิทยาลัย ที่มุ่งเน้นการเชื่อมกับภาคธุรกิจจริง 
อย่างกรณีของ NUS มีความร่วมมือกับบริษัทระดับโลก เช่น Google และ Microsoft
ในเดือนสิงหาคม 2025 NUS และ Google ประกาศความร่วมมือด้าน AI โดยมีแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน รวมถึงพัฒนาบุคลากร
ครอบคลุมทั้งการศึกษาและสาธารณสุข เช่น การใช้ AI ช่วยการเรียนรู้ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
พร้อมมีแผนใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เป็นพื้นที่ทดลองและทดสอบ ก่อนนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง
ส่วนความร่วมมือกับ Microsoft Research Asia เป็นข้อตกลงระยะ 5 ปี สำหรับโครงการร่วมดูแลนักศึกษาปริญญาเอกด้าน AI 
นักศึกษาจึงมีโอกาสทำงานกับทั้งนักวิชาการของมหาวิทยาลัยและนักวิจัยจากบริษัทเทคโนโลยี 
หรือกรณีของ NTU ก็มีความร่วมมือกับบริษัทระดับโลกเช่นกัน
เดือนตุลาคม 2025 Hyundai, NTU และ A*STAR ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยภาครัฐของสิงคโปร์ เปิดห้องปฏิบัติการร่วมภายในศูนย์นวัตกรรมของ Hyundai ในสิงคโปร์
งานวิจัยครอบคลุม AI หุ่นยนต์ และการพิมพ์สามมิติสำหรับการผลิต เช่น ระบบตรวจหาข้อบกพร่องของชิ้นงาน และการลดเวลาที่เครื่องจักรหยุดทำงาน
นอกจากนี้ NTU ยังร่วมมือกับ Schaeffler บริษัทเทคโนโลยีการเคลื่อนไหวจากเยอรมนี โดยเปิดความร่วมมือระยะใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2025 เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ใช้ AI
ประโยชน์จึงเกิดขึ้นได้ทั้งสองฝั่ง มหาวิทยาลัยได้โจทย์และพื้นที่ทดลองจากภาคธุรกิจ ส่วนบริษัทก็เข้าถึงความรู้และผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังสนับสนุนให้งานวิจัยสามารถต่อยอดมาเป็นธุรกิจจริง ๆ ด้วย
อย่างโครงการ National GRIP ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ National Research Foundation, NUS และ NTU 
เริ่มในปี 2025 ที่สนับสนุนทั้งเงินและทรัพยากรรวมมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยในช่วง 5 ปีตั้งเป้าสร้างบริษัทที่แยกตัวจากงานวิจัยมากกว่า 150 แห่ง ภายในปี 2030
ถึงตรงนี้ เมื่อมองทั้งหมดเข้าด้วยกัน องค์ประกอบเหล่านี้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของมหาวิทยาลัย และสุดท้ายเปิดทางให้นักศึกษานำความรู้ไปใช้ประโยชน์ต่อประเทศ
อันดับโลกช่วยให้คนหันมามองมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่ทำให้ประเทศได้ประโยชน์ในระยะยาวคือ เมื่อคนที่เรียนจบและความรู้ที่สร้างขึ้น เดินออกจากมหาวิทยาลัยไป จะสามารถสร้างอะไรต่อได้บ้าง..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon