ผู้สนับสนุน.. กรณีศึกษา Tomorrowland และงาน Mega Festival ทั่วโลก

ผู้สนับสนุน.. กรณีศึกษา Tomorrowland และงาน Mega Festival ทั่วโลก

ผู้สนับสนุน..
กรณีศึกษา Tomorrowland และงาน Mega Festival ทั่วโลก / โดย ลงทุนแมน

Tomorrowland เป็นหนึ่งในงาน Mega Festival ด้านดนตรีที่ใหญ่สุดในโลก
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร
และกว่าจะมีวันนี้ได้ของ Tomorrowland ต้องผ่านอะไรมาบ้าง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

Tomorrowland 2005 – 2018 จัดมาแล้ว 13 ปี
มีคนเข้างานครั้งล่าสุดรวม 400,000 คน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 ที่จัดงานขึ้นครั้งแรกที่เมือง Boom ประเทศเบลเยียม

ในตอนนั้นงานมีจัดวันเดียว และมีคนเข้าร่วมงานเพียง 9,000 คน

2 ปีต่อมา มีคนเข้าร่วมงาน 50,000 คน

4 ปีต่อมา มีคนเข้าร่วมงาน 180,000 คน

มาจนถึงปีที่แล้ว จัดงานทั้งหมด 6 วัน มีคนเข้าร่วมงานรวม 400,000 คน

และกลายเป็นหนึ่งในงานมหกรรมดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาของการจัดงานใหญ่ ที่นอกจากจะต้องอาศัยการลงทุนที่มหาศาลแล้ว ยังต้องใช้เวลาในการสร้างการรับรู้ และสั่งสมชื่อเสียงจากการให้ประสบการณ์ที่ดีกับคนที่เข้าร่วมงาน เพื่อให้การจัดงานในครั้งต่อๆไป มีคนอยากไปมากขึ้นเรื่อยๆ

แล้วโลกนี้มีงาน Mega Festival ไหนอีกที่มีผู้เข้าร่วมงานมากไม่แพ้ Tomorrowland?

Coachella 1999 – 2018 จัดมาแล้ว 19 ปี
มีคนเข้างานครั้งล่าสุดรวม 600,000 คน

Ultra Music Festival 1999 – 2018 จัดมาแล้ว 19 ปี
มีคนเข้างานครั้งล่าสุดรวม 200,000 คน

EDC – Electric Daisy Carnival 1997 – 2018 จัดมาแล้ว 21 ปี
มีคนเข้างานครั้งล่าสุดรวม 400,000 คน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ที่ประเทศไทยเอง ก็กำลังเริ่มสร้าง Mega Festival

ถ้าพูดถึงการแสดงดนตรีกลางแจ้ง ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็น Big Mountain ซึ่งถือเป็น event ดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ของไทย ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของประเทศไทย

แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีอีกงาน ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2015

ชื่องานคือ MAYA Music Festival

ซึ่งผู้จัดได้ลงทุนเช่าพื้นที่ระยะยาวขนาด 258 ไร่ เพื่อสร้าง MAYA Space สำหรับจัดงานขึ้นที่พัทยา

โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน

พื้นที่จอดรถ 72 ไร่ เพื่อรองรับรถ 6,000 คัน

พื้นที่สำหรับ camping 49 ไร่

และพื้นที่สำหรับจัดงาน MAYA Music Festival อีก 137 ไร่ เพื่อให้รองรับคนได้ 200,000 คน โดยทำการปรับพื้นที่ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ปรับพื้นให้เรียบ ไปจนถึงปูหญ้าให้เต็มพื้นที่

ซึ่งผู้จัดตั้งใจที่จะพัฒนาการจัดงาน Festival ในประเทศไทย เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือ Attraction Point ใหม่ ที่ดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

และตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องเป็น Mega Festival ระดับโลก และทำให้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยให้ได้

เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก

ผู้จัดงานต้องมีใจรักและกล้าที่จะลงทุน โดยไม่รู้ว่าจะคืนทุนหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในปีแรก ปี 2015 งานนี้มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 5,000 คน ซึ่งคล้ายกับ Tomorrowland ในปีแรกๆ

และในช่วงนี้เป็นอีกครั้งที่ MAYA Music Festival จะจัดขึ้นอีกครั้ง

โดยมีศิลปินมากมายในงานนี้ทั้งในแนว LIVE และ EDM

ศิลปิน LIVE เริ่มด้วยวง OH WONDER จากฝั่งอังกฤษ

และศิลปินเอเชียชั้นแนวหน้ามากมาย ทั้ง AKB48 จากฝั่งญี่ปุ่น และ SUPER JUNIOR-D&E, SUPER JUNIOR RYEOWOOK, HYO (GIRLS’ GENERATION), TAEMIN, EXO-CBX, NCT 127 และ NCT U จากฝั่งเกาหลี

ส่วนศิลปิน EDM คือ ALESSO, GALANTIS, MAJOR LAZER SOUNDSYSTEM, MARKUS SCHULZ, PORTER ROBINSON, ROBERT FALCON และ SHOWTEK

โดยงานในปีนี้จะเป็นปีพิเศษที่จะมาจัดในกรุงเทพ โดยสถานที่คือ Oasis Arena, Show DC พระราม 9 โดยงานจะมีสองวันคือวันที่ 8 และ 9 ธันวาคม

ก็น่าติดตามว่างาน MAYA Music Festival ในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร และจะประสบความสำเร็จเหมือน Mega Festival ทั่วโลกได้หรือไม่ ถ้าสำเร็จก็อาจจะเป็นจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เดินทางมาประเทศไทยได้ เหมือนที่เกิดขึ้นกับงาน Mega Festival ใหญ่ๆในต่างประเทศ

แต่สำหรับลงทุนแมนเองคิดอยู่ว่าจะไปงานนี้เหมือนกัน น่าจะเป็นหนึ่งในงาน Music Festival ที่น่าไปที่จัดขึ้นในไทย..

ใครสนใจไปร่วมงานด้วยกัน ก็สามารถเข้าไปซื้อบัตรได้ที่ www.mayamusicfestival.com หรือเดินเข้า 7-11 ซื้อบัตรได้เลย ทุกสาขา ตลอด 24 ชม.