ทำไมผู้หญิงต้องเข้าทั้ง SEPHORA และ EVEANDBOY

ทำไมผู้หญิงต้องเข้าทั้ง SEPHORA และ EVEANDBOY

ทำไมผู้หญิงต้องเข้าทั้ง SEPHORA และ EVEANDBOY / โดย ลงทุนแมน

ผู้ชายที่มีแฟนอาจเคยมีประสบการณ์
การไปยืนรอแฟนหน้าร้านเครื่องสำอาง
โดยเฉพาะร้าน SEPHORA กับ ร้าน EVEANDBOY
แล้วสงสัยไหมว่า..
ร้านเครื่องสำอาง 2 ร้านนี้ต่างกันอย่างไร?
ทำไมผู้หญิงถึงต้องเดินเข้าทั้ง 2 ร้าน..

ลงทุนแมนจะมาเล่าให้ฟัง

เมื่อก่อนถ้าใครที่ต้องการซื้อเครื่องสำอาง ก็จะต้องเดินไปร้านของแบรนด์นั้นๆ โดยเฉพาะ หรือไม่ก็เข้าโซนห้างสรรพสินค้า เพื่อไปดู Counter Brand แต่ละที่

แต่เทรนด์ของร้านเครื่องสำอางในปัจจุบัน มักจะรวบรวมหลายแบรนด์มาไว้ที่เดียวกัน

หรือเรียกว่า มัลติแบรนด์

มัลติแบรนด์ จึงเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนใช้เวลาอยู่ในร้านได้นาน และเป็นเหมือนสวรรค์ของผู้หญิงหลายคน

ซึ่งร้านที่ผู้หญิงหลายคนนึกถึง 2 อันดับแรก ก็คงหนีไม่พ้น SEPHORA กับ EVEANDBOY

เริ่มจาก SEPHORA กันก่อน..

SEPHORA เป็นร้านที่รวบรวมเครื่องสำอางยี่ห้อชั้นนำไว้ในที่เดียว

โดยร้านนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1969 โดยมี Dominique Mandonnaud ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ก่อตั้ง

ต่อมาปี 1997 LVMH ได้ซื้อหุ้น SEPHORA จาก Mandonnaud และได้ขยายร้าน SEPHORA ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

ปัจจุบัน SEPHORA มีทั้งหมด 2,300 ร้าน ครอบคลุมกว่า 33 ประเทศ

รู้หรือไม่ว่า SEPHORA นิยามร้านตัวเองว่าไม่ใช่ “ร้านค้า” แต่เป็น “backstage” หรือแปลว่าพื้นที่หลังเวที เพื่อสำหรับแต่งหน้าแต่งตัว

นั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้ร้าน SEPHORA มีโต๊ะสำหรับแต่งหน้า เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาได้ลองผลิตภัณฑ์ภายในร้านได้

แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว นอกจากร้าน SEPHORA แล้ว ยังมีร้านเครื่องสำอาง ที่เป็นมัลติแบรนด์สัญชาติไทยอีกร้านที่ผู้หญิงหลายคนชื่นชอบ

นั่นก็คือ ร้าน EVEANDBOY

EVEANDBOY ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 โดย คุณอีฟ สุธาวัลย์ ตราชู กับ คุณบอย หิรัญ ตันมิตร และมีคุณไปร์ท ปริญญา วะนะศุข เป็นหุ้นส่วนอีกคน

EVEANDBOY มีต้นกำเนิดมาจากร้านเครื่องสำอางเล็กๆ ตั้งอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม และด้วยเสียงตอบรับที่ดี ทำให้ร้านนี้ขยายสาขาที่ 2 ไปที่จังหวัดขอนแก่น

จนกระทั่งปี 2555 EVEANDBOY ได้เข้ามาเปิดสาขาที่สยามสแควร์ จนเป็นที่รู้จักของหลายคน และได้ขยายสาขาไปทั่วกรุงเทพฯ

ในปี 2560 ร้านเครื่องสำอาง 2 ร้านนี้มีรายได้เท่าไหร่?

บริษัท เซโฟรา (ประเทศไทย) จำกัด มีรายได้รวม 1,162 ล้านบาท

ส่วน บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด มีรายได้รวม 1,636 ล้านบาท

เมื่อดูจากรายได้ ก็พบว่า ร้านมัลติแบรนด์สัญชาติไทย ก็มีรายได้ที่ไม่แพ้ร้านดังระดับโลก

แล้วร้านสัญชาติไทยสู้ร้านดังระดับโลกอย่างไร?

ถึงแม้ว่าทั้ง 2 ร้านจะขายเครื่องสำอางเหมือนกัน แต่ลักษณะของสินค้าภายในร้านมีความต่างกัน

สินค้าในร้าน EVEANDBOY เป็นสินค้าราคาจับต้องได้ มากกว่าสินค้าในร้าน SEPHORA ที่ส่วนมากเป็นสินค้าแบรนด์หรู

ซึ่งถ้าถามว่าคู่แข่งจริงๆ ของทั้ง 2 ร้าน คือใคร

ร้าน EVEANDBOY คู่แข่งก็คงจะเป็น LASHES, STARDUST, Watsons, Boots และ BEAUTRIUM

เพราะลักษณะสินค้าภายในร้านที่มีทั้ง เครื่องสำอาง, ครีมบำรุง, แชมพู, น้ำหอม หลายยี่ห้อในร้าน

ส่วน SEPHORA คู่แข่งก็คงเป็น counter brand เพราะสินค้าที่ขายภายใน SEPHORA ก็มีการขายภายในห้างสรรพสินค้าเช่นกัน

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้หญิงหลายคนถึงชอบที่จะเดินเข้าทั้งร้าน SEPHORA และร้าน EVEANDBOY นั่นเอง..

เกร็ดน่ารู้..
ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะชอบเดินเข้า 2 ร้านนี้ แต่เราจะพบเห็นผู้ชายส่วนใหญ่ยืนอยู่หน้าร้าน
ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ระยะเวลารอของผู้ชายจะมากกว่า 30 นาทีขึ้นไป
จนบางครั้งผู้ชายจะไม่ชอบร้านนี้ และได้ตั้งฉายาให้ร้าน EVEANDBOY ว่าเป็นร้าน “งีบแอนด์คอย”
———————-
<ad> โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ให้บริการศัลยกรรมเสริมความงามทำจมูก เสริมจมูก รูปทรงสวยงาม เป็นธรรมชาติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.kamolhospital.com/ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า/เสริมจมูก/
———————-

References
-https://www.sephora.com/about-us
-https://www.retaildive.com/news/why-beauty-will-continue-to-rule-retail-in-2018/513443/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Sephora
-https://www.thairath.co.th/content/1173102
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า