เกิดอะไรขึ้นกับ Netflix? มูลค่าหาย 5 แสนล้านในวันเดียว

เกิดอะไรขึ้นกับ Netflix? มูลค่าหาย 5 แสนล้านในวันเดียว

18 ก.ค. 2019
เกิดอะไรขึ้นกับ Netflix? มูลค่าหาย 5 แสนล้านในวันเดียว / โดย ลงทุนแมน
“Content is King” หรือ คอนเทนต์คือราชา..
คำนี้เป็นสิ่งที่ Bill Gate คาดการณ์ถึงเทรนด์ผู้ผลิตคอนเทนต์ว่ากำลังจะสร้างเม็ดเงินมหาศาลบนโลกอินเทอร์เน็ตเมื่อ 23 ปีก่อน
ในปัจจุบัน Netflix เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์ใหญ่สุดในโลก มีมูลค่ากว่า 5 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม มูลค่าหุ้นของ Netflix หลังการประกาศผลประกอบการ ลดลงกว่า 10%
คิดเป็นมูลค่าราว 5 แสนล้านบาทที่หายไป
มูลค่าขนาดนี้ เทียบเท่ากับมูลค่าของธนาคารกสิกรไทยทั้งธนาคาร
เกิดอะไรขึ้นกับ Netflix?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เมื่อคืนที่ผ่านมา..
บริษัท Netflix ประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุด
ไตรมาสที่ 2 ปี 2018
รายได้ 1.2 แสนล้านบาท กำไร 1.2 หมื่นล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 ปี 2019
รายได้ 1.5 แสนล้านบาท กำไร 0.8 หมื่นล้านบาท
รายได้ เติบโต 26%
ส่วนกำไรที่ผันผวนเป็นเรื่องปกติของ Netflix ที่กำลังลงทุนอย่างหนักในการผลิตคอนเทนต์เพื่อขยายฐานสมาชิก
แต่ตัวเลขศักดิ์สิทธิ์ที่นักลงทุนสนใจไม่ใช่กำไร แต่กลับเป็นตัวเลขของ “จำนวนสมาชิก”
แล้วจำนวนสมาชิกของ Netflix เป็นอย่างไร?
เรามาดูจำนวนสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้นของ Netlifx
ไตรมาสที่ 2 ปี 2017 เพิ่มขึ้น 4.7 ล้านบัญชี
ไตรมาสที่ 2 ปี 2018 เพิ่มขึ้น 5.5 ล้านบัญชี
Cr.Marketingcharts
ซึ่ง ไตรมาส 2 ปีนี้ การเพิ่มขึ้นของสมาชิก ถูกคาดหวังไว้ที่ 5 ล้านบัญชี
แต่แล้ว.. ตัวเลขจริงกลับเพิ่มขึ้นเพียง 2.7 ล้านบัญชี ซึ่งเป็นตัวเลขเพียงครึ่งเดียวของที่คิดไว้
แล้วทำไมจำนวนสมาชิกใหม่ ถือเป็นตัวเลขสำคัญที่ใช้วัดการเติบโตของ Netflix?
อธิบายง่ายๆ ก็คือ
เมื่อจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น
ฐานรายได้ในอนาคตจะเพิ่มขึ้น
ซึ่งต้นทุนการผลิตคอนเทนต์จะเป็น ต้นทุนคงที่
ไม่ว่าสมาชิกจะมากหรือน้อย ต้นทุนก็จะเท่าเดิม
หมายความว่า ทุกๆ รายได้จาก จำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น จะหล่นลงมาเป็นกำไรทันที
แต่เมื่อจำนวนสมาชิกเพิ่มน้อย ก็หมายความว่า กำไรจะสะดุดลง
แล้วคำถามที่ตามมาคือ..
มีปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้จำนวนสมาชิกเพิ่มน้อยลง?
สาเหตุที่หลายคนคาดเดาก็คือ
1. การขึ้นราคาสมาชิกรายเดือนในบางประเทศ
2. คู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้น
ถึงแม้รายได้ต่อสมาชิกจะเพิ่มขึ้นเพราะการขึ้นราคา ซึ่งทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นตาม
แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญสำหรับโมเดลธุรกิจ Netflix ก็คือ “จำนวนสมาชิก”
ซึ่งหากเรามาดูความเป็นจริง..
ใน 1 วัน เรามีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง
และถ้าเรามีเวลาว่างเพียงพอสำหรับคอนเทนต์ หรือ ซีรีส์ หรือ ภาพยนตร์ เราจะเลือกดูอะไร?
ในประเทศไทยตอนนี้ก็มีแพลตฟอร์มคอนเทนต์รูปแบบวิดีโอเต็มไปหมด
เช่น ช่องทีวีปกติ, YouTube, Facebook Watch, Line TV รวมไปถึงการดูแคสต์เกมที่นิยมในหมู่วัยรุ่น
ในขณะที่ธุรกิจวิดีโอสตรีมมิงสเกลระดับโลกมีตั้งแต่ Amazon, Netflix, HBO
และที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ก็ยังมีของ Disney, Apple และ WarnerMedia
Cr. Adweek
แสดงให้เห็นว่าธุรกิจนี้กำลังเป็นสมรภูมิที่ไม่เพียงแต่ต้องแข่งกับธุรกิจเดียวกัน
แต่ยังต้องแข่งกับแพลตฟอร์มอื่นที่คอยมาแย่งเวลาของมนุษย์
แต่ที่ต่างกันคือ Netflix แบกความคาดหวังที่นักลงทุนให้มูลค่าบริษัท Netflix ไว้กว่า 130 เท่าของกำไรล่าสุด
นักลงทุนลงทุนใน Netflix ไม่ได้ต้องการคืนทุน 130 ปี
แต่คาดหวังว่ากำไรจะเติบโตสูงในทุกๆ ปี
แต่พอการคาดการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด
จากความคาดหวังก็กลายเป็นความผิดหวัง
เคยมีคนบอกว่า คู่แข่งของ Netflix คือเวลานอนของคน..
แต่ดูเหมือนว่า คนที่จะมาแย่งเวลานอน
จะไม่ใช่ Netflix เพียงรายเดียว..
----------------------
อ่านลงทุนแมนสนุกขึ้น
อ่านในแอป Blockdit
โหลดที่ http://www.blockdit.com
----------------------
References
-Netflix Q2 2019 Reports
-Caigbailey, Content is King
18 ก.ค. 2019