เก่งจริง หรือ แค่โชคดี

เก่งจริง หรือ แค่โชคดี

ถามว่า ถ้าเราลงทุนแล้วได้กำไรเยอะ จริงๆแล้ว เราเก่ง หรือว่า แค่โชคดี? แล้วที่เราขาดทุนหล่ะ? แปลว่าเราไม่เก่ง หรือแค่ โชคร้าย
วันนี้เป็นวันที่ตลาดหุ้นไทย +28 จุด และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปี
พอร์ตลงทุนของทุกคนคงได้กำไรกันทั่วหน้า
เรื่องนี้เขียนไว้สักพักแล้ว คิดว่าจะโพสในวันที่ตลาดสดใส
ซึ่งก็น่าจะเหมาะกับวันนี้
เข้าเรื่องเลยดีกว่า
ถามว่า ถ้าเราลงทุนแล้วได้กำไรเยอะ
จริงๆแล้ว เราเก่ง หรือว่า แค่โชคดี?
แล้วที่เราขาดทุนหล่ะ? แปลว่าเราไม่เก่ง หรือแค่ โชคร้าย
ในโลกนี้
ถ้าให้เราปิดตาวิ่งข้ามถนนวิภาวดี แล้วรอดมาได้ จะมีคนอยู่ 2 ประเภท
1) คนที่คิดว่าตัวเองเก่งที่วิ่งข้ามถนนมาได้ คราวหน้าอยากวิ่งอีก
2) คนที่รู้ว่าตัวเองแค่โชคดี จะให้ลองอีกครั้ง ไม่เอาแล้ว
แล้วเราเป็นคนประเภทไหน?
ในการลงทุนแต่ละครั้ง หลังจากได้กำไรแล้ว อย่ามัวแต่ดีใจ เราคงต้องประเมินด้วยว่าที่เราได้กำไรเยอะๆนั้น
เป็นที่ความสามารถ หรือ แค่โชคดี?
เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “โชค” มีส่วนสำคัญมากสำหรับทุกคน ในระยะสั้น..
แต่ในระยะยาวแล้ว ถ้าเราทำบ่อยๆเป็นร้อยๆครั้ง คำว่าโชค จะมีผลน้อยลงไปมาก
และถ้าเราเผลอคิดว่าเราเก่งแล้วทะนงตัว ก็อาจจะเป็นหายนะก็เป็นได้
เพราะเมื่อเรามั่นใจมากๆ แล้วเราจะลงทุนแบบหมดหน้าตัก หรือเรียกกันว่า all-in บางคนถึงกับกู้หนี้ยืมสินมาด้วย
เมื่อผลสุดท้ายไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด มันก็คือหายนะ
ในทางกลับกัน ถ้าเราขาดทุน อย่าคิดว่าเราไม่เก่ง ท้อแท้ ไม่พยายามต่อ
เพราะบางทีอาจเป็นแค่โชคร้ายก็ได้
เราทำอีกหลายครั้งต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเราเก่งจริง สุดท้ายมันก็จะสำเร็จเมื่อโชคกลับมาเข้าข้างเรา
เพราะในโลกนี้..
ไม่มีคนที่โชคดี หรือ โชคร้ายไปตลอด
สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันมันก็ random ไปมา โชคดีบ้าง โชคร้ายบ้าง
สุดท้าย..
การอ่อนน้อมถ่อมตน
ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นกลาง
ไม่มีอคติ
ไม่ดีใจหรือเสียใจเกินไป
จะทำให้เราเข้าใจตนเอง
เข้าใจโลก
และความสุขจะตามมาในที่สุด..