Lazada แบรนด์ E-Commerce อันดับ 1 ในประเทศไทย

Lazada แบรนด์ E-Commerce อันดับ 1 ในประเทศไทย

ตอนนี้ตลาด E-Commerce ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลก รู้หรือไม่ว่า.. ปัจจุบัน คนไทยทุกๆ 100 คน จะมีกว่า 82 คนที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และที่น่าสนใจคือ คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 9 ชั่วโมง 11 นาที ซึ่งนานที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกของเป็นรองเพียงประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศบราซิล การเกิดขึ้นของธุรกิจ E-Commerce ที่สามารถขายสินค้าให้กับคนทั้งประเทศโดยผู้ซื้อรอรับสินค้าอยู่ที่บ้าน กำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคไปอย่างชัดเจน และ สำหรับแบรนด์ E-Commerce ที่ใหญ่สุดในประเทศไทยตอนนี้ก็คือ Lazada
Lazada แบรนด์ E-Commerce อันดับ 1 ในประเทศไทย / โดย ลงทุนแมน
ตอนนี้ตลาด E-Commerce ประเทศไทย
เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลก
รู้หรือไม่ว่า..
ปัจจุบัน คนไทยทุกๆ 100 คน จะมีกว่า 82 คนที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
และที่น่าสนใจคือ คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 9 ชั่วโมง 11 นาที
ซึ่งนานที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกเป็นรองเพียงประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศบราซิล
การเกิดขึ้นของธุรกิจ E-Commerce
ที่สามารถขายสินค้าให้กับคนทั้งประเทศโดยผู้ซื้อรอรับสินค้าอยู่ที่บ้าน
กำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคไปอย่างชัดเจน
และ สำหรับแบรนด์ E-Commerce ที่ใหญ่สุดในประเทศไทยตอนนี้ก็คือ Lazada
ปัจจุบัน Lazada ให้บริการอยู่ใน 6 ประเทศ ทั่วโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และอยู่ภายใต้ Alibaba Group ซึ่ง Lazada ระดมทุนไปแล้วกว่า 1.3 แสนล้านบาท
 
 
แล้ว Lazada ในประเทศไทยใหญ่ขนาดไหน?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ต่อเดือนของ E-Commerce ในประเทศไทย ของ ไตรมาส 2 ปี 2019
Lazada 43.1 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
Shopee 31.3 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
Notebook Spec 2.9 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
JIB 2.4 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
Advice 2.3 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
หมายความว่า ตอนนี้ Lazada มียอดการใช้งานมากกว่า 4 แพลตฟอร์ม E-Commerce ที่เหลือรวมกันทั้งหมด..
แล้วผลประกอบการของ Lazada ในประเทศไทยเป็นอย่างไร?
ปี 2557 รายได้ 1,629 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 4,266 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 8,163 ล้านบาท
ดูแล้วก็ต้องบอกว่ารายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด เฉลี่ย 50% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกลุ่ม E-Commerce จำเป็นต้องลงทุนขยายฐานผู้ใช้งาน และการลงทุนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม
ซึ่ง “ฐานผู้ใช้งาน” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตของธุรกิจประเภทนี้
หาก Lazada สามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานได้มาก
โอกาสที่บริษัทจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดก็มีมากขึ้น
นอกจากนี้ Lazada ยังจดทะเบียนธุรกิจอื่นๆ นอกจากธุรกิจค้าปลีกออนไลน์อีก ได้แก่
บริษัท ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส ธุรกิจขนส่งสินค้า
ปี 2561 รายได้ 2,832 ล้านบาท
บริษัท ลาซาด้า ไอเอชคิว ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ
ปี 2561 รายได้ 495 ล้านบาท
และบริษัท ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส โฮลดิ้ง
ปี 2561 รายได้ 54 ล้านบาท
หมายความว่า ตอนนี้อาณาจักร Lazada ในประเทศไทยมีรายได้รวมกันเกินกว่า 11,544 ล้านบาทและกำลังขยายธุรกิจทั้งระบบให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับครอบคลุมทั้ง การขาย และการขนส่ง
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 7 ปีนับตั้งแต่บริษัท Lazada ได้ถูกก่อตั้งขึ้น
ซึ่งจุดเด่นของ Lazada ที่ทำให้รักษาอันดับ 1 เหนือคู่แข่งได้ ก็คงจะเป็นการรักษามาตรฐาน และความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม รวมถึงการศึกษาเทรนด์ของตลาด และความต้องการของผู้บริโภคคนไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำกลยุทธ์ต่างๆ เช่น Shoppertainment มาช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการช้อปปิง
หัวใจสำคัญของตลาดนี้ ก็คือทำให้ผู้บริโภคมั่นใจ และกลับมาซื้อสินค้าใหม่อีกเรื่อยๆ
ทั้งราคาสินค้า ที่เชื่อใจได้ว่าเป็นราคาที่คุ้มค่า รวมถึงระบบรับประกัน และการคืนสินค้าที่เชื่อถือได้ว่า ผู้ซื้อจะได้ของที่มีคุณภาพ
 
สำหรับประเทศไทย คงปฏิเสธไม่ได้ว่า E-Commerce ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ที่จะเติบโตไปอีกนาน และเวลานี้ถือเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ในอนาคตตลาด E-Commerce จะใหญ่กว่านี้อีกหลายเท่า
และ Lazada ถือเป็นแบรนด์ E-Commerce อันดับ 1 ในประเทศไทย ที่น่าติดตามว่าจะเติบโตไปกับเมกะเทรนด์นี้อย่างไร..
----------------------
Blockdit แอปที่เป็นเหมือน คลังความรู้ขนาดใหญ่ อ่านฟรี
โหลดเลย Blockdit.com/download
----------------------
References
-https://aseanup.com/top-e-commerce-sites-thailand/
-https://wearesocial.com/blog/2019/01/digital-2019-global-internet-use-accelerates