เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอน ฟองสบู่แรกของมนุษยชาติ

เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอน ฟองสบู่แรกของมนุษยชาติ

ศตวรรษที่ 17 ไม่มีประเทศไหนในยุโรปจะมีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจไปกว่า เนเธอร์แลนด์ ไม่ว่าจะถูกเรียกว่า ชาวดัตช์ หรือ ชาวฮอลันดา บุคคลเหล่านี้คือผู้ที่มาจากประเทศเล็กๆ ทางตอนเหนือของยุโรป ที่มีพื้นที่กว่าครึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ชื่อ เนเธอร์แลนด์ มีความหมายว่า แผ่นดินต่ำ ชาวดัตช์เป็นคนขยันขันแข็ง เชี่ยวชาญการชลประทาน การเพาะปลูก มีหัวการค้า และกล้าได้กล้าเสีย จนสามารถออกเดินเรือค้าขายไปทั่วโลก การค้าขายที่มั่งคั่งนำมาสู่การตั้งตลาดหุ้นเป็นครั้งแรก และทำให้ถือกำเนิดบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้โลกเริ่มรู้จักคำว่า “การลงทุน” และก็เป็นอย่างที่หลายคนคิด ทุกครั้งที่มีคำว่าลงทุน ก็ต้องมีความโลภ ความโลภทำให้ผู้คนประเมินค่าของหัวดอกไม้ชนิดหนึ่งเกินความเป็นจริง และแล้ว ฟองสบู่ครั้งแรก ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติก็ได้ถือกำเนิดขึ้น..
เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอน ฟองสบู่แรกของมนุษยชาติ
ศตวรรษที่ 17 ไม่มีประเทศไหนในยุโรปจะมีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจไปกว่า เนเธอร์แลนด์
ไม่ว่าจะถูกเรียกว่า ชาวดัตช์ หรือ ชาวฮอลันดา
บุคคลเหล่านี้คือผู้ที่มาจากประเทศเล็กๆ ทางตอนเหนือของยุโรป ที่มีพื้นที่กว่าครึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล
ชื่อ เนเธอร์แลนด์ มีความหมายว่า แผ่นดินต่ำ
ชาวดัตช์เป็นคนขยันขันแข็ง เชี่ยวชาญการชลประทาน การเพาะปลูก มีหัวการค้า และกล้าได้กล้าเสีย จนสามารถออกเดินเรือค้าขายไปทั่วโลก
การค้าขายที่มั่งคั่งนำมาสู่การตั้งตลาดหุ้นเป็นครั้งแรก และทำให้ถือกำเนิดบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้โลกเริ่มรู้จักคำว่า “การลงทุน”
และก็เป็นอย่างที่หลายคนคิด ทุกครั้งที่มีคำว่าลงทุน ก็ต้องมีความโลภ
ความโลภทำให้ผู้คนประเมินค่าของหัวดอกไม้ชนิดหนึ่งเกินความเป็นจริง
และแล้ว ฟองสบู่ครั้งแรก ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติก็ได้ถือกำเนิดขึ้น..
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ซีรีส์บทความ เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 7 ฟองสบู่แรกของมนุษยชาติ (ค.ศ. 1600 - ค.ศ. 1699)
จุดศูนย์กลางของความเจริญทั้งหมดในช่วงนั้นอยู่ที่ กรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองใหญ่สุดของเนเธอร์แลนด์
เมืองแห่งนี้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าพ่อค้าชาวดัตช์ผู้เดินเรือไปค้าขายรอบโลก ซึ่งเป็นคนกลางผูกขาดการค้าจากโลกตะวันออก
การเดินเรือเพียงหนึ่งรอบสามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นกอบเป็นกำ
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเดินเรือนั้นถือว่าสูงมากเป็นเงาตามตัว เช่น พายุฝนกลางทะเล ถูกปล้นจากโจรสลัด หรือแม้แต่ถูกเรือคู่แข่งโจมตี
อีกประเด็นคือ ต้นทุนการเดินเรือนั้นสูงมาก การหาทุนจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
พ่อค้าชาวดัตช์ในยุคนั้นแก้ปัญหานี้ด้วย “ตลาดหุ้น”
ตลาดหุ้นอัมสเตอร์ดัม จึงถูกก่อตั้งขึ้น ในปี ค.ศ. 1602
Cr. Hart Amsterdammuseum
ด้วยระบบตลาดหุ้น ทำให้บริษัท VOC กำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1602 เช่นกัน เพื่อระดมทุนทำการค้ากับโลกตะวันออก
บริษัท VOC (Verenigde Oost-Indische Compagnie) หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า บริษัทดัตช์ อีสต์ อินเดีย
บริษัทนี้ทำการค้าโดยมีระบบการจัดการแบบบริษัทจำกัดในสมัยใหม่
Cr. Wikipedia
และเนื่องจากในยุคนั้นการติดต่อสื่อสารกับประเทศแม่นั้นใช้เวลานานและยากลำบาก รัฐบาลดัตช์จึงให้สิทธิในการตัดสินใจดำเนินการต่างๆ แก่ VOC เองโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากประเทศแม่ก่อน
VOC ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลให้สามารถมีกองกำลังเป็นของตนเอง มีอำนาจในการโจมตี ประกาศสงคราม ตัดสินคดีความได้ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการดำเนินกิจการของบริษัท
บริษัทไม่ลังเลที่จะทำการโจมตีเรือ หรือสถานีการค้าของบริษัทคู่แข่ง แทรกแซงการเมือง หรือบังคับทำสัญญาที่เอาเปรียบกับประเทศคู่ค้า
หรือแม้แต่ลงมือสังหารชาวพื้นเมืองที่ต่อต้านบริษัท หากสิ่งนั้นสามารถสร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นได้
ในช่วงจุดสูงสุดของ VOC นั้น นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าหากคำนวณด้วยค่าเงินปัจจุบันแล้ว บริษัทจะมีมูลค่าราว 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 210 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าทุกบริษัทที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์มนุษย์ แม้กระทั่งปัจจุบัน
เมื่อเงินทุนไหลมาไม่ขาดสาย การเดินเรือก็ยิ่งไกลออกไปมากยิ่งขึ้น
ชาวดัตช์เดินเรือไปยังดินแดนต่างๆ รอบโลก จนเป็นผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลีย
ในทวีปอเมริกา ชาวดัตช์ได้ตั้งสถานีการค้าขึ้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ เมืองนี้มีชื่อว่า
“นิวอัมสเตอร์ดัม” ซึ่งคงไม่มีใครในตอนนั้นคิดว่า ต่อมาเมืองนี้จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกแห่งใหม่ในชื่อว่า นิวยอร์ก..
Cr. New-York Historical Society Library
ในทวีปเอเชีย สถานีการค้าของดัตช์ตั้งอยู่ที่เมืองโคชิน ทางตะวันตกของอินเดีย
เกาะซีลอน หรือศรีลังกา
ปัตตาเวียบนเกาะชวา
รวมถึงเดินทางมาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา สถาปนาทางการทูตในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ
ชาวดัตช์เดินทางขึ้นเหนือไปถึงประเทศญี่ปุ่น
ในปี ค.ศ. 1600 ญี่ปุ่นอยู่ภายใต้การปกครองของโชกุนอิเอยาสุ โทกุงาวะ ผู้ปกครองญี่ปุ่นอย่างเด็ดขาด ความเกรงกลัวอิทธิพลในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ทำให้โชกุนประกาศนโยบายแยกตัวโดดเดี่ยว ในปี ค.ศ. 1633
แยกโดดเดี่ยวโดยการสั่งเนรเทศพ่อค้าชาวตะวันตกเกือบทั้งหมดออกจากญี่ปุ่น และสั่งห้ามชาวญี่ปุ่นเดินทางออกนอกประเทศ นโยบายนี้จะดำเนินเป็นระยะเวลายาวนานถึง 200 ปี..
ยกเว้นแต่เพียงพ่อค้าชาวดัตช์ ที่ได้รับอนุญาตให้ค้าขายได้เฉพาะเมืองท่านางาซากิ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้เท่านั้น
ไม่ไกลจากญี่ปุ่น ชาวดัตช์ได้ตั้งเมืองท่าค้าขายกับราชสำนักจีน ที่เกาะฟอร์โมซา หรือเกาะไต้หวันในปัจจุบัน โดยมีสินค้าสำคัญ คือ เครื่องลายคราม หรือพอร์ซเลน
Cr. Musee Ernest Cognacq
พอร์ซเลนของจีนขึ้นชื่อในเรื่องความงามและนำความมั่งคั่งมาสู่ราชสำนักจีน
แต่การปกครองของกษัตริย์ราชวงศ์หมิงที่อ่อนแอ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาความอดอยากของประชาชนจากภัยแล้งได้ นำมาสู่การก่อกบฏของชาวนาในปี ค.ศ. 1644
ประจวบเหมาะกับการรุกรานของชนเผ่าแมนจูทางตอนเหนือ
แล้วราชวงศ์หมิงที่ปกครองจักรวรรดิจีนมานานเกือบ 300 ปีก็ถึงกาลล่มสลาย
ชาวแมนจูสถาปนาราชวงศ์ชิงในปี ค.ศ. 1644
นอกจากพอร์ซเลนแล้ว
ชาวดัตช์ยังเป็นผู้นำเข้าสินค้าแปลกใหม่อีกหลายชนิด และสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อวิถีชีวิตของผู้คนในยุโรป
ทั้งใบชาจากจีน
กาแฟจากอาหรับ
และดอกไม้ชนิดหนึ่งจากจักรวรรดิออตโตมัน ที่ถูกเรียกว่า
“ดอกทิวลิป”
ดอกไม้สีสันสดใส รูปร่างไม่เหมือนดอกไม้ชนิดอื่น สร้างความหลงใหลให้กับนักสะสมผู้มั่งคั่ง
ยิ่งมีลักษณะที่เป็นลวดลายบนดอกไม้ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสของดอกทิวลิป
ก็ยิ่งทำให้ทิวลิปดอกนั้นมีราคาสูง
Cr. Wageningen University & Research
เมื่อความงามของดอกทิวลิปไปสะดุดตานักลงทุน ผู้คาดหวังว่า ราคาจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ในปี ค.ศ. 1636 นักลงทุนบางคนถึงกับนำที่ดินพื้นที่ 49,000 ตารางเมตร มาแลกกับหัวทิวลิปแตกสีเพียง 1-2 หัว
ความคลั่งทิวลิปมีสูงมากจนมีเรื่องเล่าว่า มีกะลาสีเรือเผลอหยิบหัวทิวลิปกินเข้าไป เพราะนึกว่าเป็นหัวหอม ถึงกับถูกจำคุก เนื่องจากหัวทิวลิปนั้นมีค่าเท่ากับค่าแรงงานของกะลาสีของเรือทั้งลำเป็นเวลาหนึ่งปี
เมื่อเบ่งบานจนถึงขีดสุด ดอกทิวลิปก็ถึงเวลาร่วงโรย
ไม่มีใครยอมซื้อในราคาที่สูงขึ้นอีกแล้ว..
ราคาหัวทิวลิปได้ตกลงอย่างรวดเร็ว
และแทบจะหมดค่าไปในระยะเวลาเพียง 3 เดือนหลังจากนั้น
เศรษฐีหลายคนต้องล้มละลายจากการลงทุนในดอกทิวลิป
นับเป็นบทเรียนฟองสบู่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การลงทุนของมนุษย์
แต่สำหรับผู้ที่ลงทุนกับ VOC
บริษัทนี้ยังคงทำกำไรให้แก่นักลงทุนได้อย่างงดงาม
มีการศึกษาว่า VOC สามารถจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นโดยเฉลี่ยที่ราว 18% ต่อเนื่องเกือบ 200 ปีที่ดำเนินกิจการ..
ยิ่งเมื่อเกิดสงคราม 30 ปี ซึ่งเป็นสงครามศาสนา ระหว่างชาวคาทอลิก กับชาวโปรเตสแตนต์
สงครามสงบลงได้ด้วยสนธิสัญญาเวสต์ฟาเลีย ซึ่งให้อิสระแก่ชาวโปรเตสแตนต์ในการนับถือศาสนา และยอมรับในความเป็นเอกราชของเนเธอร์แลนด์จากสเปน ในปี ค.ศ. 1648
ยิ่งทำให้ VOC แผ่ขยายแสนยานุภาพ กลายเป็นบริษัทที่ผูกขาดการค้าของโลก
แต่ความรุ่งเรืองของเนเธอร์แลนด์ ก็สร้างความไม่พอใจแก่ประเทศเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ
นั่นก็คือ อังกฤษและฝรั่งเศส
อังกฤษซึ่งพัฒนากองทัพเรือจนเข้มแข็งได้ออกกฎหมายทางทะเล (Navigation Acts) ในปี ค.ศ. 1651
ว่าด้วย สินค้าที่จะนำเข้ามาขายในอังกฤษ ต้องบรรทุกด้วยเรือของอังกฤษ หรือเรือของประเทศที่ผลิตสินค้าเท่านั้น
กฎหมายนี้สร้างความสูญเสียให้แก่พ่อค้าชาวดัตช์
จนนำมาสู่สงครามระหว่างเนเธอร์แลนด์กับอังกฤษ
ที่เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1652
ส่วนฝรั่งเศสซึ่งเป็นรัฐคาทอลิก ได้ขยายอาณาเขตจนสามารถยึดครองเบลเยียม
เกิดเป็นข้อพิพาทเรื่องเขตแดนกับเนเธอร์แลนด์ จนขยายเป็นสงครามในปี ค.ศ. 1672
เมื่อต้องเผชิญศึกทั้งสองด้าน
ผลของสงครามคือความพ่ายแพ้..
ช่วงเวลายุคทองของเนเธอร์แลนด์จึงค่อยๆ เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด
เปิดโอกาสให้ 2 ประเทศคู่อริก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ
ชาวอังกฤษจะออกเดินทาง และขยายอำนาจของบริษัทบริติช อีสต์ อินเดีย ไปทั่วโลก
ยึดอาณานิคมต่างๆ ของชาวดัตช์
เมือง “นิว อัมสเตอร์ดัม” ในทวีปอเมริกา
จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “นิวยอร์ก”
ส่วนชาวฝรั่งเศสจะตั้งอาณานิคมในทวีปอเมริกา
กองทัพบกของฝรั่งเศสจะยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป
ผลักดันให้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสกลายเป็นภาษาทางการทูตระหว่างประเทศ
ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ที่เปรียบตัวเองเป็นเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์
ผู้สร้างพระราชวังที่ใหญ่โตสุดเท่าที่โลกเคยเห็นมา
“พระเจ้าหลุยส์ที่ 14”..
ติดตาม ซีรีส์บทความเศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนต่อไปได้ในสัปดาห์หน้า
โหลดแอป Blockdit เพื่ออ่านซีรีส์ตอนก่อนหน้านี้ ได้ที่ Blockdit.com/download
----------------------
Blockdit แอปที่เป็นเหมือน คลังความรู้ขนาดใหญ่ อ่านฟรี
โหลดเลย Blockdit.com/download
----------------------
References
-https://en.m.wikipedia.org/wiki/Anglo-Dutch_Wars
-https://www.globalsecurity.org/military/world/europe/nl-history-discovery.htm
-The No-Nonsense Guide to World History, Chris Brazier
-The Mental Floss History of The World, Erik Sass and Steve Wiegand with Will Pearson and Mangesh Hattikudur
-Far Countries, Neighboring Countries-Netherlands, Won-Bok Rhie
-Far Countries, Neighboring Countries-England, Won-Bok Rhie
-ดัตช์แลนด์ แดนมหัศจรรย์, Little Thought
-ประวัติศาสตร์โลก (ฉบับสมบูรณ์), อนันตชัย จินดาวัฒน์