กรณีศึกษา มิตซูบิชิ อีเล็คทริค จากพัดลม มาสู่แบรนด์เครื่องปรับอากาศอันดับ 1 ของไทย

กรณีศึกษา มิตซูบิชิ อีเล็คทริค จากพัดลม มาสู่แบรนด์เครื่องปรับอากาศอันดับ 1 ของไทย

10 เม.ย. 2020
กรณีศึกษา มิตซูบิชิ อีเล็คทริค จากพัดลม มาสู่แบรนด์เครื่องปรับอากาศอันดับ 1 ของไทย / โดย ลงทุนแมน
ถ้าให้พูดถึง มิตซูบิชิ อีเล็คทริค หลายคนคงนึกถึง เครื่องปรับอากาศ
เพราะนี่คือสินค้าขายดีอันดับหนึ่งของบริษัท
และมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในเมืองไทยมายาวนาน
แต่...เชื่อหรือไม่ว่าสินค้าแรกของแบรนด์นี้กลับเป็น “พัดลม”
แล้ว มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มีจุดเปลี่ยนอะไร
จากจุดเริ่มต้น ขายพัดลม จนกลายมาเป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศยอดนิยมอันดับ 1 ในเมืองไทย
และเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นเราคงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 56 ปีที่แล้ว
คุณสิทธิผล โพธิวรคุณ เปิดบริษัทเล็กๆ ใช้ชื่อว่า สหกันยง ซึ่งมีพนักงานไม่กี่คน
ทำธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ชนิด ภายใต้แบรนด์ มิตซูบิชิ
ซึ่ง ณ เวลานั้น สินค้าขายดีอันดับ 1 ก็คือ พัดลม
เพราะเป็นสินค้าที่ทุกบ้านในเมืองไทยต้องมี เพื่อคลายร้อน
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
แม้เวลาต่อมาจะมีสารพัดแบรนด์พัดลมให้คนไทยเลือกซื้อเพิ่มมากขึ้น
แต่พัดลม มิตซูบิชิ กลับมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จน ณ เวลานั้นมียอดขายเป็นอับดับหนึ่งในตลาด
ซึ่งคุณสิทธิผล เชื่อว่า การยอมรับในคุณภาพพัดลมของ มิตซูบิชิ จากลูกค้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ
จึงได้เพิ่มความเอาใจใส่ด้านการบริการหลังการขาย และบริหารความสัมพันธ์กับร้านค้าตัวแทนจำหน่าย จากที่ดีอยู่แล้วให้ดีมากขึ้นไปอีก จากนั้นได้นำเครื่องปรับอากาศภายในบ้านจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาด
จนได้รับความนิยมในตลาดเมืองไทยอย่างล้นหลาม
นี่จึงทำให้บริษัทมียอดขายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
จนมาถึง จุดเปลี่ยนในปี พ.ศ.2514 เมื่อ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น
เห็นว่าบริษัทของคุณสิทธิผล มีศักยภาพในการทำธุรกิจ
เลยตัดสินใจเข้าร่วมทุน พร้อมเปลี่ยนชื่อเดิมจาก สหกันยง
มาเป็นบริษัท กันยงวัฒนา จำกัด และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า
ภายใต้ชื่อแบรนด์ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค อย่างเป็นทางการในประเทศไทยนับแต่นั้นมา
พร้อมกับมีโรงงานมาตรฐานญี่ปุ่นในไทยคอยผลิตสินค้าใหม่ๆ ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ามิตซูบิชิ อีเล็คทริค ออกจำหน่ายในตลาดเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน”
เมื่อมาขายเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นสินค้าคลายร้อนเหมือนกัน
ก็ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพและความคงทน
จากนั้นบริษัทฯ ก็มียอดขายเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ปี
โดยสามารถครองผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้านอันดับ 1 และแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นติดต่อกันมายาวนาน
และในปี พ.ศ.2547 ได้เปลี่ยนชื่อจาก กันยงวัฒนา เป็น บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด จนถึงปัจจุบัน
แต่...เส้นทางความสำเร็จจากอดีตจนมาถึงวันนี้
เชื่อหรือไม่ว่า มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ต้องเจอกับสารพัดความท้าทาย
ทั้งการเกิดขึ้นของเครื่องปรับอากาศแบรนด์ใหม่ๆ ที่มาแย่งชิงยอดขาย ด้วยกลยุทธ์การตลาดต่างๆ
รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจไทยที่บางช่วงเวลาตกต่ำ
แต่ด้วยชื่อเสียงของเครื่องปรับอากาศ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม”
ที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพ
โดยเฉพาะ เรื่องความคงทน ที่เป็นจุดขายบอกต่อกันตั้งแต่รุ่นคุณแม่จนมาถึงรุ่นเรา
จึงทำให้ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม” ยังคงยอดขายเครื่องปรับอากาศภายในบ้านสูงสุดในตลาดมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีบริการหลังการขาย เช่น “Express Team Service” ที่ให้บริการซ่อมเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ด่วน 24 ชั่วโมง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายหลังได้รับการแจ้งซ่อมจากลูกค้าผ่านสายด่วน Hotline 1325
ขณะเดียวกันด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดการแข่งขันด้านเทคโนโลยีตลอดเวลา
แบรนด์ไหนที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะกลายเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจเลือกซื้อ
ตลาดเครื่องปรับอากาศก็อยู่ในกฎข้อนี้ด้วย
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม” มักจะเป็นแบรนด์แรกๆ
ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มานำเสนอ อาทิ
- เป็นผู้บุกเบิกเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- เป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยี “Dual Barrier Coating” ช่วยลดการเกาะติดของฝุ่น ละอองน้ำมัน ทำให้เครื่องปรับอากาศ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
หรือจะเป็นเทคโนโลยีล่าสุดอย่างระบบ “Fast Cooling” ที่เรากดปุ่มเดียวก็เย็นเร็วทันใจ
และหากให้เราสรุปสั้นๆ ว่าอะไรที่ทำให้ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม”
ประสบความสำเร็จในตลาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน
จนปัจจุบันมีส่วนแบ่งมากเป็นอันดับ 1 นั้น
เรื่องแรกสุดก็คือ ลูกค้าใช้แล้วประทับใจในคุณภาพสินค้า
และต่อมาก็คือการมีพันธมิตรร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่เข้มแข็ง ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้หาซื้อง่าย
จนถึงการพัฒนานวัตกรรมพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ และบริการหลังการขายที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ รวมทั้งกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น และสร้างการรับรู้แบรนด์ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม” อย่างต่อเนื่อง
มาถึงตรงนี้ หากสมมติว่าตัวเราเองเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องปรับอากาศ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม”
เราจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป
คำตอบที่หลายๆ คนน่าจะเลือกรวมไปถึง “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” ก็คือการต่อยอด
เพราะการที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ถือเป็นต้นทุนที่ดีอย่างหนึ่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” ก็เลยตัดสินใจขยายธุรกิจ
สู่เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่หรือเชิงพาณิชย์
ที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีบ้านหลังใหญ่ ลูกค้าสำนักงาน หรือเจ้าของกิจการร้านค้า
ที่ต้องการเครื่องปรับอากาศที่ทำความเย็นได้มากขึ้น
โดยจุดขายหลักยังคงเน้นคุณภาพทนทานและการประหยัดพลังงาน
ซึ่งก็ถือเป็นการเดินเกมธุรกิจที่มาถูกทางเพราะตลอด 20 กว่าปี
ที่รุกตลาดนี้อยางจริงจัง ก็มียอดขายเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด
มาถึงตรงนี้ เราจะเห็นได้ว่า “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” มีองค์ประกอบการทำธุรกิจครบวงจร
เลยทำให้ผู้บริโภคมั่นใจ เกิดการบอกต่อถึงคุณภาพ
ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของตลาดนี้
และเคล็ดลับนี้ คงไม่ใช่เฉพาะตลาดเครื่องปรับอากาศเท่านั้น
หากธุรกิจไหนสามารถทำให้ผู้บริโภครู้สึกดีต่อแบรนด์ และคงคุณภาพสินค้าและบริการ
พร้อมพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้รอบด้าน
ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนอย่าง “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม”
ที่เป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศภายในบ้านอันดับ 1 ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
และแน่นอนเป้าหมายต่อจากนี้ไปของ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค”
ก็คือการเป็นผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศแบบเบ็ดเสร็จทั้งภายในบ้านและเชิงพาณิชย์
ถือเป็นวิถีของการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งอย่างยั่งยืน
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.