บางนา - รามอินทรา ทำเลทองของ โฮมออฟฟิศ ยุคใหม่

บางนา - รามอินทรา ทำเลทองของ โฮมออฟฟิศ ยุคใหม่

11 มิ.ย. 2020
AP x ลงทุนแมน
บางนา - รามอินทรา ทำเลทองของ โฮมออฟฟิศ ยุคใหม่
รู้หรือไม่ว่า ธุรกิจ SMEs ขนาดเล็กจะมีจำนวนพนักงานราวๆ 7 - 15 คน
ซึ่งตัวเลขตรงนี้ ทำให้เวลาเราตัดสินใจจะมีออฟฟิศสักแห่งจำเป็นต้องคิดเผื่อ
เผื่อ..การเดินทางของพนักงานในบริษัท และลูกค้าที่มาติดต่อ
เผื่อ..สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่รายล้อมออฟฟิศ
เผื่อ..โอกาสที่เกิดขึ้นในทำเล
และสุดท้ายก็คือต้องเป็นการลงทุน ที่คุ้มค่าในระยะยาว
แล้วเราจะหาโฮมออฟฟิศ ที่ตอบโจทย์ครบทุกข้อที่กล่าวมา ได้อย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
โฮมออฟฟิศในฝันของใครหลายๆ คนย่อมต้องการทำเลใจกลางเมืองติดรถไฟฟ้าเดินทางสะดวก
และก็ต้องมีร้านค้าสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
แต่..สิ่งเหล่านี้เราต้องแลกมาด้วยค่าเช่ารายเดือนที่สูงลิบลิ่ว หรือหากตัดสินใจซื้อก็ต้องยอมจ่ายแพง
แต่..ด้วยการขยายเส้นทางของรถไฟฟ้า ความเป็นเมืองก็ขยายตัวตามไปด้วย
ซึ่งทำให้เราไม่ต้องยึดติดทำเลที่ตั้งออฟฟิศอยู่ใจกลางเมืองอีกต่อไป
อาจเลือกขยับทำเลออกมาอีกสักหน่อย แต่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก
โดย 2 ทำเลที่ใกล้กับใจกลางเมือง และกำลังเป็นที่สนใจในเวลานี้
ก็คือ เอกมัย-รามอินทรา และ บางนา-วงแหวน
คำถามก็คือแล้ว 2 ทำเลนี้มีอะไรดี?
รู้หรือไม่ว่าย่าน เอกมัย-รามอินทรา กำลังเปลี่ยนไปจากอดีตที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่ค่อยเหลียวแลลงทุนกันสักเท่าไร
นอกจากเป็นทำเลใกล้ทางด่วนแล้ว ยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เตรียมเปิดบริการในปี 2564
และบนถนนเส้นนี้ก็ยังเป็นแหล่งรวมศูนย์การค้ามากมาย เช่น Central EastVille, CDC, The Crystal
ปรากฏการณ์นี้ก็เลยทำให้ ออฟฟิศสำนักงาน ที่อยู่อาศัยระดับ SUPER LUXURY เกิดขึ้นมากมาย เช่น 111 praditmanuthum อาคารสำนักงานเกรด A ที่จะเปิดในปีหน้า
ไปจนถึงโครงการบ้านหรูราคาเริ่มต้นมากกว่า 200 ล้านบาทอย่าง “สันติบุรี”
และยังมีโครงการอื่นๆ ที่เตรียมจะเกิดขึ้นอีกมากมาย
จะเห็นได้ว่า ย่านนี้คือหนึ่งในทำเลแห่งอนาคต
เรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากอีกหนึ่งทำเลศักยภาพอย่าง บางนา-วงแหวน ที่นับวันราคาที่ดินก็แพงขึ้นเรื่อยๆ
“บางนา” ทำเลที่กำลังถูกขนานนามว่าเป็น “New CBD” แห่งใหม่ของคนกรุงเทพ เป็นทำเลที่เต็มไปด้วยอาคาร OFFICE เกรด B+ และ A รวมทั้งยังเป็นย่านไลฟ์สไตล์และโรงเรียนนานาชาติ นับ 10 แห่ง อาทิ Berkeley International School และ Bangkok Patana School และอนาคตแห่งการเดินทางที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
และปีหน้าก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองวิ่งจากลาดพร้าว - สำโรง
และในอนาคตจะมี Airport Rail Link จาก บางนา - สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะห่างจากโครงการประมาณ 2 - 3 กิโลเมตรเท่านั้น
จนถึงการเกิดขึ้นของ Mega Project มากมายเช่น
เซ็นทรัล วิลเลจ, เมกาบางนา, เซ็นทรัลบางนา และโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นอย่าง บางกอก มอลล์
โดยหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นในโครงการแนวราบอย่าง AP ที่ก่อนหน้านี้
ประสบความสำเร็จกับยอดขายโฮมออฟฟิศย่านถนน ศรีวรา และ ลาดพร้าว กับโครงการที่ชื่อ DISTRICT ที่สามารถขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน
ด้วยจุดขายที่ใครๆ ต่างหลงใหลที่นอกจากตอบโจทย์ธุรกิจแล้วยังมีดีไซน์เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
ก็เลยเป็นเหตุผลให้ AP นำความสำเร็จตรงนี้มาต่อยอดกับโครงการ
DISTRICT เอกมัย-รามอินทรา และ [Business District] บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน
ทีนี้หลายคนคงถามว่านอกจากเรื่องทำเลโดดเด่นที่เราเกริ่นไว้ข้างต้นของ 2 โครงการนี้
ยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกไหมที่จะมาตอบโจทย์นักธุรกิจหน้าใหม่อย่างเรา
[Business District] บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน
เหมาะกับออฟฟิศสำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีหน้าร้าน หรือเป็น Showroom แห่งใหม่
โครงการนี้คือ New Project หนึ่งเดียวที่ติดถนนใหญ่ในทำเลโซนบางนา
เมื่อเราเดินทางแค่ 5 นาที ก็ถึง เมกาบางนา
และที่สำคัญโครงการนี้ตั้งอยู่บน AP UPPER EAST STATE
โอบล้อมด้วยหมู่บ้านของ AP กว่า 500 ครอบครัว พร้อมระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.
นอกจากนั้นทำเลนี้ยังถูกเรียกว่า Life Style + EDUCATION HUB เพราะในอนาคตก็จะมีห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย พร้อมกับโรงเรียนนานาชาตินับ 10 แห่ง
ซึ่งหากเรามีออฟฟิศที่มีหน้าร้านไว้ขายสารพัดสินค้า ทำเลแบบนี้คือหนึ่งในโอกาสที่จะสร้างรายได้ในอนาคต
ส่วน DISTRICT เอกมัย-รามอินทรา จะเป็นออฟฟิศที่เหมาะกับธุรกิจ SMEs
นอกจากจุดเด่นเรื่องพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง 360 ตร.ม. จอดรถ 6 คัน เป็นอาคารสูง 4 ชั้น
โครงการนี้ยังตกแต่งภายในหรูหราทันสมัยสลัดภาพโฮมออฟฟิศเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยในอดีต
ที่น่าสนใจก็คือเราสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ทุกแห่ง
ให้เป็นไปตามใจเราอย่างรวดเร็ว ด้วยพื้นที่แบบ Bare Shell ไม่ต้องรื้อติดตั้งใหม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย เช่น เปลี่ยนพื้นที่เป็นห้องประชุมหรือทำเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าก็ได้
อีกทั้งหากเราเลิกงานก็คงอยากที่จะพักสมอง ที่นี่ก็จะมีส่วนกลางทั้งคลับเฮาส์และฟิตเนส
และหากอยากทานอาหารอร่อยๆ ใกล้ๆ โครงการนี้ก็รายล้อมด้วยสารพัดร้านอาหารชื่อดัง
ทีนี้ก็คงมาถึงคำถามโลกแตกว่าหากเราเป็นเจ้าของบริษัทจะลงทุนซื้อออฟฟิศหรือจะเป็นเช่ารายเดือน
แบบไหนกันแน่ที่เป็นการลงทุนอันชาญฉลาด
หากเราลองค้นหาในเว็บไซต์เช่าออฟฟิศในย่าน 2 ทำเลนี้
โดยโจทย์ในการเลือกคือขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกันและสิ่งอำนวยความสะดวกที่แทบจะเหมือนกัน
เราอาจต้องเสียค่าเช่าเดือนละ 40,000 - 60,000 บาทต่อเดือน
ซึ่งรู้ไหมว่าค่าเช่าที่เราต้องจ่ายในทุกๆ เดือน ก็เป็นเงินพอๆ กันหรือมากกว่าเงินที่ผ่อนธนาคารด้วยซ้ำ
หากเราตัดสินใจขอสินเชื่อเพื่อมาซื้อโฮมออฟฟิศ หากลองวิเคราะห์อัตราการผ่อนปัจจุบันจะอยู่ที่ ประมาณ 40,000-50,000 แล้วแต่ธนาคาร
อีกทั้งการซื้อ หากเราต้องย้ายออฟฟิศ ก็สามารถขายสินทรัพย์ ได้เงินทุนมาหมุนเวียนในธุรกิจ
แต่หากเลือกที่จะเช่า หากหมดสัญญาหรือย้ายออฟฟิศ
เราจะไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย แม้แต่บาทเดียว
ยิ่งในช่วงนี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างมีโปรโมชั่นลดราคากันมากมาย
ซึ่งโฮมออฟฟิศ 2 โครงการนี้ของ AP ก็มีแคมเปญให้ราคาที่ดีที่สุดในรอบปี
แถมยังมีข่าวว่ากำลังขายใกล้หมดแล้ว
The Edition บางนา-วงแหวน ที่ตอนนี้กำลังลดราคาสูงสุดถึง 3 ล้านบาท* (มีจำนวนจำกัด)
ลงทะเบียนเพื่อล็อคสิทธิและนัดหมายเพื่อเลือกแปลงพิเศษก่อนใคร* คลิก ➤ https://bit.ly/3czTjhm
และ DISTRICT เอกมัย-รามอินทรา ก็มีโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 6 ล้านบาท* (มีจำนวนจำกัด)
ลงทะเบียนเพื่อล็อคสิทธิและนัดหมายเพื่อเลือกแปลงพิเศษก่อนใคร* คลิก ➤ https://bit.ly/2AS3P6H
(ขอสงวนสิทธิให้ลูกค้าที่นัดหมายและจองก่อนเท่านั้น*)
ก็ต้องบอกว่าถ้าไม่ตัดสินใจซื้อช่วงเวลานี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพบเจอราคาดีๆ อย่างนี้อีกเมื่อไร
และอีกข้อหนึ่งก็คือช่วงนี้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในช่วงที่ต่ำมาก ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองไทยโดย MRR อยู่ที่ 5.9% ต่อปี
และด้วยปัจจัยที่สนับสนุนหลายๆ อย่างที่กล่าวมา ก็น่าจะทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการลงทุนซื้อโฮมออฟฟิศในเวลานี้..
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.